ถอดสูตรความสำเร็จ “ฮิปสเตอร์สเต็ก” แฟรนไชส์ยิ่งขาย! รายได้ยิ่งเพิ่ม คืนทุนไม่เกิน 1 เดือน

หากพูดถึงธุรกิจอาหารที่ “ขายง่าย กำไรดี และกินได้ทุกวัน” เมนูสเต็กคือหนึ่งในอันดับต้นๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ เพราะให้ความรู้สึกคุ้มค่า ได้สารอาหารครบถ้วน และเป็นอาหารจานหลักที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและอร่อย แต่ถึงแม้จะรู้ว่านี่คือสินค้าขายดี แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเริ่มไม่ได้ ติดปัญหาหลายอย่าง


เช่น ทำไม่เป็น ไม่รู้จะเริ่มยังไง ทำแล้วกลัวไม่มีลูกค้า หรือว่าสินค้าจะอร่อยสู้คู่แข่งรายอื่นไม่ได้ ถ้าให้สรุปถึงความกังวลใจของปัญหาในการเปิดร้านสำหรับมือใหม่คือ

  • ปัญหาการคัดเลือกและหมักวัตถุดิบ เพราะ เนื้อแต่ละส่วน (สันนอก สันคอ ทีโบน) มีลายไขมันและความหนาต่างกัน คนไม่มีประสบการณ์จะไม่รู้วิธีตัดแต่ง รวมถึงวิธีการหมักที่ต้องมีสูตรลับเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยเป็นมาตรฐาน
  • สูตรน้ำเกรวี่ที่ต้องถูกใจลูกค้า ถือเป็นหัวใจของร้านสเต็ก ซึ่งสูตรน้ำเกรวี่หรือซอสสเต็ก จำเป็นต้องมีความเฉพาะตัวเพื่อให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาซื้อซ้ำในอนาคต
  • เทคนิคการย่างเพื่อให้เนื้อสุก โดยต้องอาศัยทักษะที่ชำนาญว่าย่างกี่นาที พลิกกี่ครั้ง ต้องพักเนื้อกี่นาที บางครั้งการจ้างพนักงานอาจไม่ได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องที่ต้องควบคุมเป็นพิเศษ
  • ปัญหาอุปกรณ์ที่หลากหลาย การทำร้านสเต็กมีอุปกรณ์เฉพาะทางเยอะมาก เช่น เตาปิ้งย่างสเต็ก , มีดสเต็ก, จานสเต็ก, เครื่องสไลซ์เนื้อ, ตู้แช่แข็งปรับอุณหภูมิเฉพาะ การซื้ออุปกรณ์พวกนี้เองโดยไม่มีแหล่งซัพพลายเออร์ราคาส่ง ทำให้งบบานปลายตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเปิดร้าน

สิ่งเหล่านี้คือปัญหาเบื้องต้นยังไม่นับรวมเรื่องวิธีจัดการสต็อกสินค้าเพื่อไม่ให้ทุนจม วิธีที่เริ่มต้นได้ง่ายและสะดวกที่สุดคือการลงทุนกับระบบแฟรนไชส์ ซึ่ง “ฮิปสเตอร์สเต็ก” มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้มานานกว่า 11 ปี ปัจจุบันมีสาขาอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

ถอดสูตรความสำเร็จ ฮิปสเตอร์สเต็ก
ลงทุนกับ “ฮิปสเตอร์สเต็ก” เริ่มต้นเปิดร้านได้ทันที

ความน่าสนใจของสเต็กคือสินค้าที่มี ค่อนข้างสูง โดยมีต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยเพียง 30–45% ต่อจาน ทำให้มีส่วนต่างกำไรสุทธิมากพอที่จะคืนทุนไว และนำกำไรไปขยายสาขาต่อได้ง่าย ดังนั้นการเริ่มต้นอย่างถูกต้องจะส่งผลให้การลงทุนคุ้มค่าในระยะยาว ซึ่ง ฮิปสเตอร์สเต็กมีจุดเด่นที่ชัดเจนคือ

  • ใช้งบลงทุนไม่สูง
  • รสชาติยืนหนึ่ง ทุกเมนอร่อยมาก
  • โอกาสคืนทุนตั้งแต่วัตถุดิบเซ็ตแรกขายหมด
  • มีการสอนสูตรสอนเทคนิคการขาย
  • เป็นแบรนด์ที่คนรู้จักทำการตลาดได้ง่าย
  • ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ต่อยอดสร้างรายได้ทันที
  • มีอุปกรณ์ + วัตถุดิบให้พร้อมเปิดร้าน

โดย “ฮิปสเตอร์สเต็ก” แพ็กเกจลงทุนให้เลือก 3 แบบงบลงทุน 9,900 – 17,900 บาท ทุกรูปแบบมีอุปกรณ์ครบ +วัตถุดิบ ไม่เคยทำธุรกิจมาก่อนก็เริ่มได้ มือใหม่หัดขายก็รวยได้ปังได้ เพราะมีทีมงานมืออาชีพให้คำปรึกษา ดูแลคนลงทุนเป็นอย่างดี

ถ้าไปดูตัวอย่างความสำเร็จในแต่ละสาขายิ่งทำให้เราอยากลงทุนกับฮิปสเตอร์สเต็กมากขึ้น บางสาขาคืนทุนภายใน 1 เดือนและขยายสาขาตัวเองเพิ่ม เป็น 2 – 3 แห่ง บางคนเริ่มต้นจากทำคู่งานประจำ แต่รายได้ดีกว่าก็หันมาทำเป็นธุรกิจส่วนตัวอย่างเต็มรูปแบบ

ถอดสูตรความสำเร็จ ฮิปสเตอร์สเต็ก
วิเคราะห์ตัวเลขเปิดร้าน “ฮิปสเตอร์สเต็ก” รายได้เป็นอย่างไร?

ปัจจุบันฮิปสเตอร์สเต็กมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า รวมถึงพัฒนารูปแบบร้านให้สอดคล้องกับยุคสมัย แต่ยังคงคอนเซ็ปต์แฟรนไชส์สร้างอาชีพที่ลงทุนน้อย โอกาคืนทุนไว ใครๆ ก็เริ่มต้นได้ขอเพียงตั้งใจจคริงอาชีพนี้สร้างรายได้ดีมาก อย่างไรก็ดีเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองวิเคราะห์ในส่วนของรายได้โดยเป็นตัวเลขประมาณการ คิดจากพื้นที่ซึ่งมีคนพลุกพล่าน แสดงให้เห็นตัวเลขที่น่าสนใจในเบื้องต้นดังนี้

  • สมมุติว่ามียอดขายประมาณ 50 จาน/วัน
  • ราคาขายเฉลี่ย/จาน 60 บาท
  • รายได้รวมต่อวัน 3,000 บาท
  • รายได้รวมต่อเดือน (คิด 26 วัน) ประมาณ 78,000 บาท
  • หักต้นทุนวัตถุดิบ 40% คิดเป็นเงินประมาณ 31,200 บาท
  • หักต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ + ค่าน้ำ + ค่าไฟ ประมาณ 10,000 บาท
  • เหลือกำไรต่อเดือน ประมาณ 36,800 บาท

จากตัวเลขนี้จะเห็นว่าถ้าขาย 50 จานต่อเดือนจะมีรายได้ดีกว่าทำงานประจำ แต่ถ้าขายได้มากกว่านี้รายได้มากขึ้น และถ้าเลือกลงทุนเซตเริ่มต้นที่ราคาแค่ 9,900 บาท ได้วัตถุดิบแถมฟรีในเซตแรก เท่ากับว่าคืนทุนตั้งแต่วันแรกๆ ที่เปิดร้าน สะท้อนให้เห็นภาพรวมของฮิปสเตอร์สเต็กได้อย่างชัดเจนว่าน่าลงทุนแค่ไหน อย่างไรก็ดีตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณการ

โดยการเปิดร้านขายจริงอาจมีปัจจัยอื่นๆ มาเกี่ยวข้อง แต่กำไรสุทธิของธุรกิจนี้ก็ยังถือว่าคุ้มค่าและน่าลงทุนเช่นเดิม

ถอดสูตรความสำเร็จ ฮิปสเตอร์สเต็ก
3 เทคนิคเปิด “ฮิปสเตอร์สเต็ก” รายได้ดียิ่งกว่าเดิม

แม้เบื้องต้นการคำนวณรายได้จะทำให้มองเห็นภาพรวมว่าลงทุนแล้วดียังไง แต่ในความเป็นจริงผู้ลงทุนก็ต้องมีเทคนิคในการบริหารร้านเพื่อต่อยอดรายได้ให้ดียิ่งขึ้น โดยมี 3 เทคนิคน่าสนใจได้แก่

ถอดสูตรความสำเร็จ ฮิปสเตอร์สเต็ก

1.เลือกทำเลเปิดร้านในจุดดึงดูดสายตา เช่น ตลาดนัดเย็น, หน้าร้านสะดวกซื้อ, หน้าโรงเรียน/มหาวิทยาลัย หรือย่านหอพัก คือจุดยุทธศาสตร์ที่ลูกค้ามีกำลังซื้อสูงและต้องการอาหารมื้อเย็นที่สะดวก+คุ้มค่า

ถอดสูตรความสำเร็จ ฮิปสเตอร์สเต็ก
2.ขาย Delivery ควบคู่หน้าร้าน เพราะยุคนี้คนต้องการความสะดวก บริการ Delivery จะช่วยเพิ่มยอดขายได้มาก แถมยังขยายฐานลูกค้าจากในละแวกร้านให้สามารถรับลูกค้าที่อยู่ไกลออกไป 1–2 กิโลเมตรได้อย่างสบายๆ ไม่ใช่เพียงแค่นั้นกาขาย Delivery ยังช่วยเพิ่มยอดขายในบางช่วงเวลาได้มากขึ้นด้วย

ภาพจาก แฟรนไชส์ฮิปสเตอร์สเต็ก

3.เทคนิคจัดเซตคอมโบคู่เครื่องดื่ม เพราะคนยุคนี้ต้องการสินค้าที่คุ้มค่า + ราคาไม่แพง การจัดโปรโมชันคือวิธีกระตุ้นยอดขายที่ดีมาก วิธีการก็เช่นนำสเต็กจับคู่กับเฟรนช์ฟรายส์และเครื่องดื่มในราคาพิเศษ ช่วยเพิ่มยอดซื้อต่อบิล (Average Basket Size) ให้สูงขึ้น หรือสเต็กราคาพิเศษตามวันหรือเทศกาลต่างๆ เป็นต้น

อย่างไรก็ดีธุรกิจในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ก่อนเริ่มธุรกิจใดๆ ก็ตามควรวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้านให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน สำหรับ “ฮิปสเตอร์สเต็ก” มีทีมงานที่คอยให้คำปรึกษา แนะนำรูปแบบวิธีการลงทุน

รวมถึงการให้คำปรึกษาอย่างละเอียดเพราะฮิปสเตอร์สเต็กไม่ได้ต้องการเพียงขายแฟรนไชส์ แต่ต้องการให้คนลงทุนทุกคนสามารถสร้างรายได้จากการลงทุนได้อย่างคุ้มค่า โดยเน้นที่คุณภาพสินค้า + บริการที่ดี เป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ

สำหรับใครที่ต้องการลงทุนอาจเริ่มต้นจากลองใช้บริการของฮิปสเตอร์สเต็กสาขาใกล้บ้าน เพื่อเรียนรู้รสชาติ ดูปริมาณลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในแต่ละวันจากนั้นถ้าเห็นว่าดีจึงค่อยสอบถามรายละเอียดเพื่อเริ่มต้นลงทุนเปิดร้านของตัวเอง


ฮิปสเตอร์ สเต็ก
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก 
https://citly.me/LQbhI
โทร. 094-6789869 , 061-2969887 

 

 

สุดยอดแฟรนไชส์ ปี 2569

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy) เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทย

แฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187

ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด