กะเพราขุนช้าง อัพเกรดแบรนด์ ร่วมบริหารงานโดย ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น ตั้งเป้าขยายสาขา 100 แห่ง

ถ้าถามถึงเมนูที่ขึ้นชื่อและคนรู้จักมากที่สุดไม่ใช่แค่คนไทยแต่หมายรวมไปถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ชื่อของ “ผัดกะเพรา” คือเมนูยอดฮิตที่เป็นเหมือนอาหารทางวัฒนธรรมของไทย สะท้อนความนิยมได้จากข้อมูลน่าสนใจคือ

  • ครองแชมป์อันดับ 1 เมนูที่คนสั่งซื้อผ่านแอปฯ foodpanda มากที่สุดยอดรวมกว่า 800,000 จานในปี2567
  • ยอดการสั่งซื้อผ่าน LINE MAN สูงถึง 61.7% ของเมนูอาหารตามสั่งทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม
  • ผัดกะเพราได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาหารที่ดีที่สุดในโลก อันดับที่ 3 โดยการจัดอันดับของ TasteAtlas

ทั้งนี้ถ้าดูมูลค่าธุรกิจร้านอาหารไทยในปี 2568 ประมาณ 572,000 ล้านบาท โดยกลุ่มสตรีทฟู้ดมีอัตราส่วนเติบโตสูงถึง 6.8% เนื่องจากจุดเด่นการเป็นเมนูพื้นฐาน ราคาไม่แพง เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์กับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้ที่ต้องการสินค้าที่คุ้มค่าและมีคุณภาพ

แฟรนไชส์ “กะเพราขุนช้าง” เน้นสูตรโบราณกว่า 50 ปี!

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจมีสูง การเลือกลงทุนเปิดร้านกะเพราที่พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จ มีปัจจัยสำคัญที่ควรรู้คือ

  • แบรนด์ต้องมีเอกลักษณ์ให้จดจำ แม้จะเป็นกะเพราเหมือนกัน แต่ถ้าพัฒนาให้มีรสชาติเฉพาะตัว หรือมีจุดเด่นอื่นที่ทำให้ลูกค้าจดจำจะเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายได้ดีขึ้น
  • มีมาตรฐานที่ควบคุมได้ ยิ่งในปัจจุบันเรื่องคุณภาพเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ความอร่อยจำเป็นต้องมีมาตรฐานและถ้าคิดจะขยายสาขาก็ยิ่งต้องควบคุมคุณภาพให้เท่าเทียมกันในทุกพื้นที่
  • มีทำเลที่เน้นกลุ่มเป้าหมาย ร้านอาหารสตรีทฟู้ดอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ในทำเลทองเสมอไป แต่ควรเป็นทำเลที่มีกลุ่มเป้าหมาย เช่นย่านออฟฟิศ ใกล้แหล่งชุมชน เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย
  • เน้นทำการตลาดที่เข้าถึงลูกค้า ปัจจุบันการรอให้ลูกค้ามาถึงหน้าร้านอย่างเดียวอาจไม่พอ จำเป็นต้องมีการตลาดออนไลน์นำเสนอให้ลูกค้ารู้จักเรามากขึ้นผ่านแพลตฟอร์มโซเชี่ยลต่างๆ
  • การบริหารจัดการต้นทุน ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในตอนนี้เพราะต้นทุนวัตถุดิบมีราคาสูงมาก การบริหารจัดการวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่าพื้นที่ ล้วนมีผลต่อกำไรสุทธิของร้าน

แน่นอนว่าวิธีการที่ดีที่สุดคือการเลือกลงทุนกับแฟรนไชส์ โดย “กะเพราขุนข้าง” มีจุดเด่นที่ผู้ลงทุนไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ ไม่ต้องสร้างแบรนด์เอง ลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจได้มาก นอกจานี้ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอีกหลายด้านคือ

  • รสชาติระดับตำนาน เป็นกะเพราแท้ สูตรโบราณ แห้ง เผ็ด จัดจ้าน หอมพริกแห้งคั่ว
  • ระบบน้ำซอสสำเร็จรูป: ผัดง่าย สะดวก รวดเร็ว มาตรฐานเดียวกันทุกจาน
  • บริหารจัดการง่าย วัตถุดิบไม่ยุ่งยาก สร้างกำไรคุ้มค่าต่อจาน
  • ไม่หัก % จากยอดขาย ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน/รายปี

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกรูปแบบการลงทุน ได้ 2 แบบ คือ

  • MODEL M 299,000 บาท (Kiosk ขนาดเล็ก) ขนาดพื้นที่เริ่มต้น 9 ตร.ม.
  • MODEL L 399,000 บาท (รูปแบบหน้าร้าน) ขนาดพื้นที่เริ่มต้น 12 ตร.ม.

โดยผู้ลงทุนจะได้อุปกรณ์ + การฝึกอบรมให้ก่อนเปิดร้าน + สอนเทคนิคการขาย และการสนับสนุนด้านการตลาดเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายที่ดีคุ้มค่าการลงทุนได้มากขึ้น ซึ่งโอกาสคืนทุนจากธุรกิจนี้ประมาณ 5-12 เดือนโดยขึ้นอยู่ทำเลที่เลือกเปิดร้านและการบริหารจัดการเป็นสำคัญด้วย


กะเพราขุนช้าง GO! การอัพเกรดแบรนด์ ร่วมกับ “ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น”

จากจุดเด่นของกะเพราขุนช้างที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน นำมาสู่การบริหารงานร่วมกับ ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น ช่วยยกระดับจากแฟรนไชส์ร้านอาหารให้กลายเป็นแฟรนไชส์ที่มีมาตรฐานระดับประเทศ เริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนเมนูให้มีตอบโจทย์กับลูกค้ามากขึ้น และการ Rebrand ชื่อร้านจากกะเพราขุนช้าง เปลี่ยนเป็น “กะเพราขุนช้าง GO” เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสะดวกรวดเร็วของการให้บริการที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลดีที่ช่วยยกระดับแบรนด์ในอีกหลายด้านได้แก่

1.สร้างระบบแฟรนไชส์ที่แข็งแกร่งได้มากขึ้น เนื่องจากชายสี่มีความเชี่ยวชาญในการทำแฟรนไชส์มายาวนานมีทีมงานครบวงจร การร่วมมือกันในครั้งนี้จึงเหมือนการได้ Know How มาพัฒนาธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งพร้อมขยายสาขาทั่วประเทศได้มากขึ้น

2.ยกระดับแบรนด์ไปสู่ระดับประเทศ เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าธุรกิจในเครือของชายสี่ประสบความสำเร็จในทุกพื้นที่ การได้ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับกะเพราขุนช้าง จึงมั่นใจได้ว่าเมนูข้าวผัดกะเพราขุนช้างจะกลายเป็นอีกแบรนด์ในเครือที่เข้าถึงความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศได้ด้วย

3.สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนมากขึ้น ด้วยชื่อเสียงของชายสี่ คอร์ปอเรชั่น ที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี การลงทุนกับธุรกิจในเครือมั่นใจได้ว่ามีโอกาสเติบโตและสร้างกำไรได้ดี ซึ่งกะเพราขุนช้าง ที่มีจุดเด่นในตัวเองชัดเจน ยิ่งได้รับการสนับสนุนจากชายสี่ คอร์ปอเรชั่นจึงเท่ากับช่วยสร้างมั่นใจให้ผู้ลงทุนได้ในระยะยาว

กะเพราขุนช้าง GO ตั้งเป้าขยายสาขา 100 แห่งทั่วประเทศปี 2569

กะเพราขุนช้าง GO ยังคงคอนเซปต์ที่ลูกค้ารู้จักไว้เป็นอย่างดี คือกะเพรารสจัดจ้าน รูปแบบร้านที่ยังสวยงาม บริการที่ประทับใจ ผสมผสานกับระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของขายสี่ คอร์ปอเรชัน ที่จะเข้ามายกระดับให้แบรนด์โตเร็วยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าว่า กะเพราขุนช้าง GO จะขยายสาขาได้ถึง 100 แห่งภายในปี 2569 นับถึงตอนนี้ก็ขยายสาขาใหม่ไปแล้ว 3-4 แห่งเช่นสาขา Jasอมตะ ชลบุรี , สาขา Jasคู้บอน , สาขา Red Spoon ดอนเมือง เป็นต้น

และล่าสุดกำลังจะได้รับป้าย “เปิบพิสดาร” ของคุณสันติ เศวตวิมล ที่การันตีถึงรสชาติอาหารและความอร่อยของกะเพราขุนช้างได้เป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาของแบรนด์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาด้านธุรกิจและการตลาดในทุกมิติ ไม่ใช่เพียงแค่ร้านอาหารธรรมดา แต่ผู้ลงทุนยังมั่นใจได้ถึงระบบบริหารจัดการ คุณภาพสินค้าและบริการที่ดี สมกับเป็นแฟรนไชส์ที่พร้อมสร้างรายได้ในระยะยาว เป็นดาวเด่นของธุรกิจในยุคนี้ได้อย่างแท้จริง

ภาพจาก แฟรนไชส์กะเพราขุนช้าง

สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสและต้องการสร้างธุรกิจให้ตัวเอง การลงทุนกับแฟรนไชส์กะเพราขุนช้าง ที่อัพเกรดแบรนด์ในทุกมิติ คือหนึ่งในแนวทางการลงทุนที่ต่อยอดสู่ความสำเร็จได้ทันที ทางแฟรนไชส์มีทีมงานคุณภาพที่พร้อมให้คำปรึกษา วิเคราะห์ทำเลให้ก่อนลงทุน ให้คำแนะนำตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงเริ่มดำเนินกิจการ อีกทั้งยังส่งเสริมด้านการตลาดในทุกช่องทางที่พร้อมให้ผู้ลงทุนทุกคนเติบโตไปพร้อมกันในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

สนใจลงทุนแฟรนไชส์กะเพราขุนช้าง โทร. 02-0244747 

 

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

 

 

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด