6 วิธีเลือกซื้อแฟรนไชส์ ไม่ให้ถูกหลอก!

ต้องยอมรับว่าธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นธุรกิจที่กำลังเติบโตและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ผู้อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองสามารถทำได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องบุกเบิกตลาดด้วยตนเอง เพียงแค่นำสินค้าและบริการที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วมาขายเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้โอกาสในการขายและประสบความสำเร็จในธุรกิจได้เร็วขึ้น

แม้ว่าธุรกิจแฟรนไซส์จะลงทุนง่าย ไม่ต้องเสียเวลาในการสร้างธุรกิจ แต่ถ้าเลือกซื้อแบบไม่ศึกษาข้อมูลรายละเอียด ก็เสี่ยงต่อการโดนหลอกเช่นกัน วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com จะนำเสนอ 6 วิธีเลือกซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ ไม่ให้โดนหลอก เพื่อเป็นแนวทางพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์มาบริหารครับ

1.สำรวจร้าน

6 วิธีเลือกซื้อแฟรนไชส์

ถ้าคุณคิดว่ากำลังจะซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ใดก็ตาม คุณจำเป็นจะต้องรู้ว่า ร้านแฟรนไชส์ซี หรือผู้ที่ซื้อธุรกิจนี้ก่อนหน้านี้ เป็นใคร และอยู่ที่ไหนกันบ้าง และลงสนามสำรวจร้านจริงที่มีอยู่แล้วว่า พวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง และทำกำไรได้จริงหรือไม่ เพื่อศึกษาถึงข้อดี-ข้อเสีย เพื่อให้เรามีความพร้อมเต็มที่ที่จะทำธุรกิจนั้นให้สำเร็จ

นอกจากนี้ เราควรมีคำถามสำหรับแฟรนไชส์ซีคนอื่นๆ ที่คุณควรถาม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น การลงทุนธุรกิจนี้ คุณภาพสินค้าที่ขายนี้ดีไหม ลูกค้านิยมไหม สินค้าที่บริษัทแม่จัดให้ ส่งทันไหม และเพียงพอหรือไม่ อะไรคือปัญหาของธุรกิจนี้ ร้านของคุณทำกำไรได้หรือไม่

2. สำรวจตนเอง

สำรวจตนเอง

สิ่งที่ผิดมากที่สุดในเรื่องของแฟรนไชส์ ก็คือ คนส่วนมากเข้าใจผิดว่า การซื้อแฟรนไชส์ เป็นการเอาเงินมาลงทุน แล้วบริษัทแม่จะต้องช่วยทำให้กิจการนั้นจนได้ผลกำไร โดยผู้ซื้อแฟรนไชส์คอยรับผลตอบแทน นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจกันมากจริงๆ ทำให้คนตกเป็นเยื่อ ของการระดมเงิน ซึ่งไม่ใช่วิธีการของแฟรนไชส์

ต้องจำไว้ว่า การทำธุรกิจแฟรนไชส์นั้น ต้องลงมือทำเองหรือบริหารเองเท่านั้น ธุรกิจจึงจะมีกำไร การที่กิจการหนึ่งเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว และขายระบบงานที่ประสบความสำเร็จนี้ให้คนอื่นทำบ้าง ดังนั้นการจะทำแฟรนไชส์ให้ได้เงิน จึงขึ้นกับการทำงานตามระบบงาน โดยมีบริษัทแม่เป็นผู้สนับสนุน

3. สำรวจบริษัท

สำรวจบริษัท

ต้องดูว่าบริษัทแม่มีตัวตนจริงหรือไม่ กิจการที่อาศัยเรื่องของแฟรนไชส์มาระดมเงิน มีเกิดขึ้นเสมอ กิจการเหล่านั้น มักเพิ่งก่อตั้งขึ้นมาไม่นาน บางรายไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ วิธีการเลือกบริษัทแฟรนไชส์ที่ดี ควรมีลักษณะดังนี้

  • แฟรนไชส์ที่เลือกนั้น ควรมีเป้าหมายต้องการเป็นผู้นำการตลาด เพราะจะทำให้ได้ประโยชน์ไปด้วย เพราะบริษัทเหล่านี้จะกระตือรือร้นในการทำการตลาด การโฆษณา เพื่อทำให้ได้ส่วนแบ่งการขายสูงสุดของประเทศ โดยมีคุณเป็นช่องทางที่จะช่วยให้ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น
  • มีความชำนาญในธุรกิจ เพราะการซื้อแฟรนไชส์ เป็นการซื้อระบบที่ประสบความสำเร็จ ดังนั้น กิจการที่จะมาขายแฟรนไชส์ได้ ต้องมีความช่ำชองในธุรกิจนั้นๆ มากพอ
  • อายุธุรกิจ กิจการที่จะขายแฟรนไชส์ควรมีอายุแก่พอ ยิ่งมากยิ่งดี เพราะจะทำให้คุณได้รับความรู้จากการลองผิด ลองถูกมาแล้ว และควรจะมีระยะเวลาในการขยายร้านสาขาของตัวเอง เพื่อเป็นบทเรียนในการบริหารร้านแฟรนไชส์ได้จริงๆ
  • มีอำนาจในการต่อรอง ที่จะเอื้อประโยชน์ในสิ่งที่คุณทำไม่ได้ อย่างเช่น การเช่าสถานที่ หรือส่วนลดราคาสินค้ากับซัพพลายเออร์ และถ้าถึงขนาดมีเครดิตในการช่วยเหลือคุณในกู้เงินธนาคารก็จะดีมาก
  • ผู้บริหารมีความสามารถ เราต้องรู้ประวัติของผู้บริหารบ้างว่า มีประวิติส่วนตัวเป็นอย่างไร ทั้งด้านลักษณะนิสัย และความสามารถในการบริหารธุรกิจ คุณเชื่อไหมว่า แฟรนไชส์ที่ล้มเหลว ส่วนใหญ่ มาจากผู้บริหารเอาเงินไปใช้ผิดประเภท
  • มีทีมงานสนับสนุน เราต้องมั่นใจว่า มีทีมงานสนับสนุนร้านเครือข่าย ต้องรู้ว่ามีใครทำหน้าที่อะไรบ้าง อย่างไรก็ตามเราต้องมั่นใจได้ว่า ทีมงานนั้น มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความพร้อม และมีความเป็นมืออาชีพ
  • สินค้ามีตลาดรองรับ และเป็นที่ต้องการของลูกค้า สามารถสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่สินค้าที่ขายได้เฉพาะบางช่วงเวลา ไม่เป็นสินค้าแฟชั่น หรือขายสินค้าที่มีคู่แข่งมากเกินไป
  • มีระบบแฟรนไชส์ที่ดี หรืออย่างน้อยต้องมีโปรแกรมการอบรม เพื่อถ่ายทอดธุรกิจมาสู่คุณอย่างอย่างง่าย และได้ผล มีการจัดทำคู่มือการทำงาน ในด้านต่างๆ ที่ช่วยให้คุณใช้บริหารงานได้

4. ตรวจสถานะของบริษัท

ตรวจสถานะของบริษัท

จากการจดทะเบียนบริษัท จากเว็บของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อดูว่าบริษัทแฟรนไชส์ที่เราสนใจ มีใครบ้างเป็นผู้ถือหุ้น และทุกปี ทุกบริษัทต้องมีการส่งงบดุล และงบกำไร ขาดทุน (ยกเว้นกิจการประเภทที่ไม่ต้องจ่ายภาษี เช่น สถานศึกษา เป็นต้น) นี่เป็นหลักฐานที่ดี ที่คุณจะรู้สภาพว่า บริษัทแฟรนไชส์นั้น มีฐานะทางการเงินอย่างไร มีผลการดำเนินงานอย่างไร

5. อย่าเชื่อเรื่องการคืนทุน

อย่าเชื่อเรื่องการคืนทุน

หลายๆ แฟรนไชส์มักบอกว่า สามารถคืนทุนภายในระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งการพูดถึงการคืนทุนนั้นเป็นเรื่องโกหก เพราะไม่มีใครที่จะรู้ล่วงหน้าในเรื่องของอนาคตได้ แม้ว่าอาจจะมีตัวอย่างความสำเร็จมากมายมาให้เราเห็นก็ตาม ในสหรัฐฯ มีกฎหมายที่กำหนดว่า การชักชวนคนซื้อแฟรนไชส์ด้วยการบอกเรื่องการคืนทุนนี้ เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย

6 .มีทีมที่ปรึกษา

มีทีมที่ปรึกษา

หากเราสนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ วิธีการที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอก หรือซื้อแฟรนไชส์มาแล้ว ไม่ถูกใจ นั่นคือ การมีทีมที่ปรึกษา หรือทีมกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรืออาจารย์ที่มีความรู้เรื่องแฟรนไชส์ เพราะที่ปรึกษาธุรกิจแฟรนไชส์จะช่วยให้แนะนำธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีโอกาสเติบโต และได้แฟรนไชส์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน เมื่อซื้อมาแล้วคุ้มค่ากับการลงทุนอย่างแน่นอน แต่ผู้ซื้อแฟรนไชส์อาจต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย

เราจะเห็นได้ว่า การเลือกซื้อแฟรนไชส์ไม่ให้ถูกหลอก หากเราทำตามคำแนะนำข้างต้น เชื่อว่าไม่มีใครมาหลอกเราได้อย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างไรถ้าจะเลือกซื้อแฟรนไชส์ให้สมบูรณ์แบบ เราต้องเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับตัวเราด้วย แต่อย่างน้อยที่สุด การสำรวจร้านแฟรนไชส์ที่มีอยู่เป็นการบ้านที่สำคัญที่สุด ที่คุณละเลยไม่ได้ ก่อนที่จะมีการตัดสินใจ

อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ http://www.thaifranchisecenter.com/home.php
เลือกซื้อแฟรนไชส์ไทยขายดี ทำธุรกิจ http://www.thaifranchisecenter.com/directory/index.php


Franchise Tips

  1. สำรวจร้าน
  2. สำรวจตนเอง
  3. สำรวจบริษัท
  4. ตรวจสถานะของบริษัท
  5. อย่าเชื่อเรื่องการคืนทุน
  6. มีทีมที่ปรึกษา
[Total: 1    Average: 3/5]
6 วิธีเลือกซื้อแฟรนไชส์ ไม่ให้ถูกหลอก! written by คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ) average rating 3/5 - 1 user ratings

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไชส์

Main Sponsors

Happy Sponsors