5 ธุรกิจสุดแปลก! เอาใจคนขี้เหงา กำไรเอาๆ

มีคนบอกว่า “ถ้าเหงาให้จับ เหามาหงาย” เหาหงาย ก็ หายเหงา แฮร่!!!! แต่ชีวิตจริงหากเกิดอาการเหงา ให้จับเหามาสักกี่ตัวก็คงไม่หาย ข้อมูลจาก มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU)

ได้เปิดเผยในงานวิจัยเรื่อง การตลาด Lonely in the Deep : เจาะลึกตลาดคนเหงา ว่า ประเทศไทยมีคนเหงาสูงมาก คนไทย 26.75 ล้านคนเป็นคนเหงา หรือเทียบเท่ากับ 40.4% ของประชากรทั้งประเทศ

หรือตัวอย่างผลสำรวจภาวะความเหงาของประชากรในสหรัฐอเมริกาที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส พบว่า กลุ่มเยาวชน Gen Z อายุระหว่าง 18 – 22 ปี เป็นกลุ่มที่ประสบภาวะเหงาสูงสุด

โดยช่วงอายุที่มีแนวโน้มความเหงาสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มวัยทำงาน อายุระหว่าง 23 – 40 ปี ครองอันดับสูงสุด 49.3% เยาวชนวัยเรียน อายุระหว่าง 18 – 22 ปี 41.8% และ วัยผู้ใหญ่ อายุระหว่าง 41 – 60 ปี 33.6% ในขณะที่กลุ่มผู้สูงวัยอายุมากกว่า 60 ปี กลับประสบภาวะความเหงาเพียง 24.5% เนื่องจากมีความพร้อมด้านการจัดการอารมณ์ และรายได้เพื่อใช้ในการประกอบกิจกรรมแก้เหงาเพิ่มสูงขึ้น ตามอายุที่เพิ่มขึ้น

www.ThaiSMEsCenter.com มองว่า “Lonely Marketing” คือตลาดใหญ่ที่กำลังน่าสนใจ และอย่ามองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะจากสถิติและข้อมูลที่กล่าวไป เชื่อว่าตัวเลขจะสูงยิ่งกว่านี้ในอนาคต หากใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นกับธุรกิจอะไรลองมาจับ “กลุ่มคนเหงา” แล้วหาโมเดลธุรกิจที่แก้ปัญหาเหล่านี้ก็น่าจะเวิร์คไม่เบา

อารมณ์แบบไหนที่เรียกว่า “เหงา”

q7

ภาพจาก family-romance.com

ถ้าจะให้นิยามคำว่าคนเหงาคงจะยากพอสมควร เพราะแต่ละบุคคลมีระดับความเหงาที่แตกต่างกัน แต่ภาพรวมๆ คงจะหมายถึงคนที่รู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว ความเหงาเป็นหนึ่งในปัจจัยด้านอารมณ์ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ในหลายๆ ด้าน ผู้สูงอายุวัยเกษียณที่คาดว่าจะเหงามากที่สุด กลับมีความเหงาน้อยที่สุด

ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่วัยมีครอบครัวก็ไม่ค่อยเหงาเช่นกัน กลับกลายเป็นว่า วันเรียนและวัยทำงานเป็นวัยที่เหงามากที่สุด โดยงานวิจัยยังชี้อีกว่า ยิ่งรายได้น้อย หรือ มีภาระทางการเงินมาก จะยิ่งเหงามาก เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิต ไม่สามารถไปเที่ยวนอกบ้าน ใช้ของที่อยากต้อง ต้องเก็บเงินไว้ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ อยู่แต่บ้าน เหล่านี้นำไปซึ่งความเหงาทั้งสิ้น

3 วิธีกำจัดความเหงา

q6

ภาพจาก family-romance.com

เมื่อคนเรามีความเหงา ส่วนใหญ่ก็ต้องหาวิธีผ่อนคลาย ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีที่แตกต่างกันออกไป แต่ในยุคปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโซเชี่ยลมีเดียก็เป็นหนึ่งในวิธีคลายเหงาที่ฮิตมาก

  1. เข้าถึงโซเชียลมีเดีย เป็นวิธีช่วยคลายเหงา ที่เข้าถึงง่าย สามารถสร้างความรู้สึกร่วมกับสังคมเสมือนบนออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา รวมถึงยังเป็นหนึ่งในวิธีการแก้เหงาที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
  2. รับประทานอาหารในร้านอาหารหรือคาเฟ่ หนึ่งกิจกรรมที่มอบความสุขให้กับตัวเอง ไปพร้อมกับการมีผู้คนอยู่รอบตัว ซึ่งช่วยลดทอนบรรยากาศ และความรู้สึกโดดเดี่ยว
  3. การช้อปปิ้ง ซึ่งนอกจากจะช่วยหลบหนีความรู้สึกด้านลบในจิตใจแล้ว ยังตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ได้เช่นเดียวกับการไปร้านอาหารหรือคาเฟ่ รวมถึงใช้ความพยายาม และค่าใช้จ่าย ในการทำกิจกรรมน้อยที่สุด

อย่างไรก็ดีการบำบัดความเหงาด้วยโซเชี่ยลมีเดีย เบื้องต้นแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการอยู่ตัวคนเดียว อาจจะมีเรื่องให้สนใจ แต่สุดท้ายก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกับร่างกายซ้ำร้ายการอยู่กับโซเชี่ยลเพื่อแก้เหงานานๆ เข้าอาจกลายเป็น “โรคซึมเศร้า”

ด้วยเหตุนี้จึงมีนักลงทุนที่พยายามสร้างธุรกิจคลายเหงาขึ้นมาเช่นธุรกิจด้านคอมมิวนิตี้ อย่าง ร้านอาหาร คาเฟ่ บอร์ดเกมส์ ฯลฯ หรือในสหรัฐอเมริกาที่อพาร์ทเม้นบางแห่งมีพื้นที่ส่วนกลางให้ผู้พักอาศัยได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน

อย่างไรก็ดีในคำว่า “ธุรกิจคลายเหงา” ก็มี 5 ธุรกิจที่ออกตัวชัดเจนในเรื่องนี้โดยมีธุรกิจที่อยู่ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

1.YOUEX

q5

ภาพจาก www.facebook.com/youexapp/

เป็นแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการสำหรับคนเหงาและผู้ที่ต้องการหาเพื่อนทานข้าว ดูหนัง หรือช้อปปิ้ง ถ่ายแบบ MC หรือพริตตี้ ในรูปแบบของการจ้างงานเพื่อนหน้าตาดีทั้งคนปกติธรรมดาทั่วๆ ไป หรือระดับ MC หรือพริตตี้ชายและหญิง

เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อประมาณเดือนเมษายน 2560 ผู้พัฒนาแอปฯ ประกาศจุดยืนชัดเจน ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการและผู้รับจ้างงานแฝงการค้าประเวณี หากฝ่าฝืนจะลบบัญชีผู้ใช้ออกจากระบบและดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมาย

2.Oh My Oppas (เกาหลี)

q4

ภาพจาก www.facebook.com/ohmyoppakorea/

“โอ้ มาย โอปป้า” (Oh My Oppas) ของเกาหลีธุรกิจนี้จับเอา “โอปป้า” ซึ่งเป็นคำฮิตในซีรีส์ที่บรรดาสาวๆ ใช้เรียกผู้ชายที่อายุมากกว่า หรือหนุ่มๆ ที่พวกเธอปลาบปลื้ม มาเป็นจุดขายในการทำทัวร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ บริการโอปป้าพาทัวร์นี้ไม่มีความสัมพันธ์แบบเกินเลย สนนราคาอยู่ที่ 40,000 วอน ต่อการเที่ยว 2 ชั่วโมง

หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,200 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าอาหาร เล่นเกม ลูกค้าจะต้องเป็นคนจ่าย ส่วนคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ในฤดูหนาว ทริปเล่นสกีจะใช้เวลา 10 ชั่วโมง ค่าบริการอยู่ที่ 200,000 วอน

3.เพื่อนเดินคลายเหงา (อเมริกา)

q3

ภาพจาก bit.ly/2QPGOFd

ในอเมริกา มีรายงานว่าในยุค 70 และ 80 ประชากร 11- 20% มีความรู้สึกโดดเดี่ยว และตัวเลขดังกล่าวก็ได้พุ่งสูงขึ้นเป็น 40-45% ในทศวรรษนี้ ซึ่งมีหนุ่มหัวใสคือนาย Chuck McCarthy คิดไอเดียทำอาชีพเป็น “เพื่อนเดิน” ให้กับชาวลอสแองเจลิส

ค่าบริการจะอยู่ที่ราวๆ 250 บาทต่อไมล์ หน้าที่ของเขาก็คือ การเดิน พูดคุย และรับฟังในสิ่งที่ผู้ว่าจ้างอยากจะพูด โดยที่บทสนทนาทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับ ซึ่งเป็นจรรยาบรรณของคนทำอาชีพ “เพื่อนเดิน”

4.เช่าครอบครัว (ญี่ปุ่น)

q2

ภาพจาก family-romance.com

ธุรกิจนี้เกิดมาจากมีนักธุรกิจมองเห็นว่าญี่ปุ่นมีคนแก่เยอะมาก และคนเหล่านี้ก็เหงาสุดๆเลยทำให้เกิดธุรกิจนี้ขึ้น ธุรกิจนี้จึงเน้นการให้เช่าลูกเช่าเมียเสมือนจริงเพื่อไปอยู่บ้าน กินข้าวเย็นด้วยกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน

เพื่อให้คนแก่ไม่รู้สึกเหงา ส่วนราคาเช่าครอบครัวจะอยู่ที่ Session ละ 40,000 เยน (12,000 บาท) ซึ่งแต่ละ Session ก็จะใช้เวลาอยู่ที่ 2 – 4 ชั่วโมงต่อคน

5.เช่าสัตว์เลี้ยง (ญี่ปุ่น)

q1

ภาพจาก bit.ly/31cMpKr

สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคนอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะเหตุนี้เลยทำให้เกิด “ธุรกิจเช่าสัตว์เลี้ยง” ขึ้น เพราะสมัยนี้คนเอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์มากขึ้น ทำให้คนเลี้ยงสัตว์กันน้อยลง แต่ความอยากเลี้ยงสัตว์ของคนไม่ได้ลดลงเลย

แถมยังยิ่งทวีความต้องการมากขึ้นโดยราคาสำหรับการเล่นกับสุนัขครึ่งชั่วโมงอยู่ที่ 950 เยน (280 บาท) และการพาสุนัขไปเดินเล่น 1 ชม. ก็อยู่ที่ 3,600 เยน (1,080 บาท) อีกทั้งเราสามารถต่อเวลาเพิ่มได้หากต้องการ

หลายคนอาจจะมองว่า “ความเหงา” เป็นเรื่องเล็ก แต่ในความเป็นจริงเรื่องเล็กนี่แหละที่จะเป็นจุดต่างในการสร้างรายได้ ยิ่งยุคที่โซเชี่ยลมีผลกับเรามากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเกิดคนเหงาก็มีมากขึ้นเท่านั้น ใครที่มีไอเดียดีๆ ลองคิดโปรเจคพิฆาตความเหงา และเริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้ดีไม่ดีอาจสร้างรายได้ดี ๆชนิดที่ไม่ต้องกลัวเหงาอีกต่อไป


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ https://bit.ly/2ZvO0u6

[Total: 0    Average: 0/5]

peak-goe

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors