3 ปัจจัยที่ SMEs ควรรู้เมื่ออยากเจาะตลาดอินเดีย

ในสภาวการณ์ที่เศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ SMEs หลายรายก็ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจอยู่ไม่น้อย บางรายยอดขายตกจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ก็ต้องปิดตัวลงไปเลยก็มี แต่บางรายที่ยังดำเนินกิจการต่อไปได้ก็ต้องหาทางพยุงตัวเอาไว้

ซึ่งบางรายอาจมองหาลู่ทางขยายฐานลูกค้าเพื่อรักษายอดขาย หรืออาจจะเพื่อขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น และบางทีการขยายไปตลาดต่างประเทศก็ถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อินเดีย” ที่มีประชากรเป็นจำนวนมาก และมีอัตราการเติบโตของตลาดสูง

ทำไมอินเดียจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ?

SMEs

ภาพจาก https://bit.ly/31QyatO

ประเทศอินเดียนั้นเป็นประเทศในเอเชียที่น่าจับตามองไม่แพ้จีนเลยทั้งในด้านของมิติทางการเมืองระหว่างประเทศ และการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเศรษฐกิจของอินเดียนั้นเติบโตอย่างรวดเร็วเฉลี่ยถึงปีละ 8% และประชากรก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจนมีกำลังซื้ออยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง โดยจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้น ก็ทำให้ประเทศดังกล่าวมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอับดับ 3 ในเอเชียรองจากญี่ปุ่นและจีน

อีกทั้งอินเดียยังเป็นศูนย์กลางธุรกิจบริการที่สำคัญของโลก ทั้งในด้านการเงิน การธนาคาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากมีทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ภาษาอังกฤษจำนวนมาก และค่าแรงก็ยังต่ำ คนรุ่นใหม่มีการศึกษาสูง อินเดียจึงเป็นทั้งตลาดการค้า การท่องเที่ยว และแหล่งลงทุนที่น่าจับตามอง

อีกทั้งไทยและอินเดียยังได้มีการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ทั้งในกรอบทวิภาคี (ไทย-อินเดีย) และพหุภาคี (อาเซียน-อินเดีย และ BIMSTEC) โดยข้อตกลงดังกล่าวนี้ถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและอินเดีย และนอกจากนี้ยังมีกลไกความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการขยายการค้าอีกด้วย

เช่น สภาธุรกิจไทย-อินเดีย (Thai-Indian Business Council) ที่มีความร่วมมือกับภาคเอกชนของอินเดีย รวมไปถึงสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก็มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับองค์กรภาคธุรกิจอย่างอินเดียอีกด้วย

ผู้บริโภคชาวอินเดีย และธุรกิจที่มีแนวโน้มจะรุ่งในอินเดีย

21

ภาพจาก https://bit.ly/31QyatO

ส่วนข้อมูลทางด้านผู้บริโภคชาวอินเดียนั้น พบว่า ผู้บริโภคของชาวอินเดียมีจำนวนมากถึงประมาณ 1,300 ล้านคน ซึ่งส่วนมากก็ยังเป็นคนหนุ่มสาวที่มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 24 ปี และคนกลุ่มนี้ก็จะกลายมาเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการบริโภค และคนกลุ่มนี้ก็ชอบที่จะลองอาหารที่แปลกใหม่รวมไปถึงอาหารแปลรูป

ดังนั้นธุรกิจอาหารไทยจึงอาจมีโอกาสในการทำตลาดส่วนนี้ แต่ควรจะมีการปรับรสชาติของอาหารให้เข้ากับรสนิยมการกินของชาวอินเดียด้วย และศาสนาก็มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการบริโภคของชาวอินเดีย โดยมีชาวอินเดียกว่า 1000 ล้านคนที่นับถือศาสนาฮินดูทานมังสวิรัตและไม่ทานเนื้อวัวเพราะถือว่าวัวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อทางศาสนา และในบางรัฐถึงขั้นมีกฎหมายห้ามฆ่าวัว และประชากรบางส่วนก็นับถือศาสนาอิสลามซึ่งจะไม่ทานเนื้อหมู

ดังนั้นแล้วหากจะขายอาหารที่ทำจากเนื้อวัว หรือเนื้อวัวก็คงจะยากอยู่ซักหน่อย หากจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อสัตว์ ก็ควรจะเป็นผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ที่ชาวอินเดียสามารถทานได้ทั่วไปไม่มีข้อจำกัด เช่น เนื้อสัตว์ปีก เนื้อกระบือ หรือแพะ เป็นต้น หรือหากเป็นอาหารประเภทอาหารแปรรูป เช่น อาหารกระป๋อง ผลิตภัณฑ์ข้าว ผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารสด เช่นผลไม้ ผัก หรืออาหารทะเล ก็มีแนวโน้มขยายตัวตามการเติบโตของกำลังซื้อชาวอินเดียและการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่

และนอกจากธุรกิจอาหารแล้ว ธุรกิจที่มีแววว่าจะรุ่งในอินเดียก็คือ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม อันได้แก่ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก รถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง สอดรับกับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมหลักในอินเดีย และสินค้าในภาคการเกษตร เช่น น้ำมันปาล์ม เป็นต้น

อุปสรรคในการเจาะตลาดอินเดีย

20

ภาพจาก bit.ly/349C9TT

ถึงแม้ว่าอินเดียจะเป็นตลาดที่น่าสนใจ แต่มันก็ยังมีอุปสรรคอยู่เหมือนกันสำหรับลงทุนชาวต่างชาติ ซึ่งอุปสรรคที่เป็นความท้าทายของนักลงทุนชาวต่างชาติที่จะทำการค้าในอินเดียมีดังนี้

  1. อุปสรรคเกี่ยวกับอัตราภาษีศุลกากร อินเดียมีอัตราภาษีค่อนข้างสูง และโครงสร้างการจัดเก็บภาษีค่อนข้างซับซ้อน และนโยบายทางด้านภาษีและการส่งเสริมการลงทุนในรัฐต่างๆ ก็ยังขาดความเป็นเอกภพอยู่ นอกจากนี้กระบวนการจัดเก็บภาษียังค่อนข้างไม่เป็นระบบอีกเท่าไหร่ด้วย
  2. ปัญหาด้านการคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติก ประเทศอินเดียยังค่อนข้างขาดความพร้อมด้านโครงสร้างทางการขนส่งและโลจิสติก นั่นทำให้ต้นทุนในการผลิตและต้นทุนในการกระจายสินค้าค่อนข้างสูง
  3. มีกฎระเบียบและมาตรการอยู่หลายข้อที่เป็นอุปสรรคสำหรับการค้า เช่น มาตรการการตอบโต้การทุ่มตลาดที่อินเดียมีไว้เพื่อปกป้องตลาดของตน และมีสินค้าอยู่หลายตัวของไทยที่ถูกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด
  4. อุปสรรคทางด้านทรัพย์สินทางปัญญา ที่อินเดียนั้นมีกฎหมายคุ้มครองทรัพย์ศินทางปัญญาทั้งในด้านของลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร แต่กลับขาดการบังคับใช้และไม่มีการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างจริงจัง
  5. มีการผูกขาดทางการค้าสินค้าโภคภัณฑ์หลายประการ อาทิ ข้าว ข้าวสาลี เนื้อมะพร้าวแห้ง และนอกจากนี้ยังมีอุปสรรคจากการขออนุญาตนำเข้าสินค้าบางชนิดของรัฐบาลอินเดียผ่าน state trade agent อีกด้วย

ประเทศอินเดียถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจสำหรับการเจาะตลาดลงทุนทำธุรกิจ เพราะเศรษฐกิจของอินเดียนั้นกำลังเติบโต อีกทั้งประชากรของอินเดียยังมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้มันก็ยังมีอุปสรรคและข้อเสียอยู่บ้าง ดังนั้น หากต้องการที่จะลงทุนก็ควรจะศึกษาหาข้อมูลให้ดีๆ และพิจารณาก่อนการตัดสินใจลงทุน


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

0

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ https://bit.ly/34fmqD6

ธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศอินเดีย https://bit.ly/2MY4t63

แหล่งที่มา

[Total: 4    Average: 2.8/5]
3 ปัจจัยที่ SMEs ควรรู้เมื่ออยากเจาะตลาดอินเดีย written by คุณศุภาวรรณ วงศ์ชูทรัพย์ (พลอย) average rating 2.8/5 - 4 user ratings

คุณศุภาวรรณ วงศ์ชูทรัพย์ (พลอย)

เรียนจบนิเทศศาสตร์ ผันตัวมาเป็นนักเขียนเพราะรักในการบันทึกเรื่องราวที่ได้พบเจอ

Main Sponsors

Happy Sponsors