เจาะตลาด! “นาเนียสเต็ก” ทำไมถึงขายดี คนอยากลงทุน เพียบ!

“สเต็ก” ในสมัยก่อนอาจเป็นเมนูหรูระดับภัตตาคาร แต่นั่นคือภาพจำเมื่อนานมาแล้ว ทุกวันนี้ “สเต็ก” แบ่งตลาดออกเป็น 2 ส่วนคือแบบพรีเมี่ยมและแนวสตรีทฟู้ด

ซึ่งแน่นอนว่า ฐานลูกค้าส่วนใหญ่จะต้องเป็นแนวสตรีทฟู้ด ที่ปัจจุบันมีคนสนใจเปิดร้าน “ขายสเต็ก” กันเป็นจำนวนมาก ข้อดีของ “สเต็ก”ที่ทำให้คนติดใจคือ เมนูจานเดียว ซื้อง่าย ทานง่าย ราคาไม่แพง แต่การจะเปิดร้านขาย สเต็กให้ประสบความสำเร็จมีเคล็ดลับที่น่าสนใจหลายอย่าง

ทั้งนี้ในฐานะที่ www.ThaiSMEsCenter.com คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานาน มองเห็นหลายแฟรนไชส์สเต็กที่ขายดี แต่ที่สุดยอดมากๆ ต้องยกให้ “นาเนียสเต็ก” ที่ตอนนี้มีสาขามากกว่า 102 แห่ง และมีแนวโน้มขยายสาขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ที่สำคัญนี่คือแฟรนไชส์ที่ “ไม่มีค่าแฟรนไชส์” เป็นตัวจุดประกายให้คนยิ่งอยากลงทุนด้วยมากขึ้น แต่กว่าจะมาถึงวันนี้วันที่ “นาเนียสเต็ก” ประสบความสำเร็จต้องผ่านอะไรมาบ้าง และมีสูตรเด็ดเคล็ดลับอะไรที่ทำให้เติบโตได้ถึงทุกวันนี้

จากพนักงานบริษัทสู่เจ้าของแฟรนไชส์ “นาเนียสเต็ก”

8

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อประมาณ 6 ปีก่อน คุณมานพเล่าว่า “จากที่เคยทำงานประจำมากกว่า 8 ปีในตำแหน่ง QA เริ่มมองเห็นว่าเงินเดือนที่ได้นั่นไม่พอเลี้ยงดูครอบครัว ใจเราเองก็อยากมีธุรกิจที่มั่นคงรองรับอนาคต ก่อนหน้านี้ก็ทดลองทำมาหลายอย่างแต่ยังไม่สำเร็จ เลยมาคิดว่าอยากลองทำสเต็กขาย เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเมนูฮิต คนกินได้ไม่มีเบื่อ และด้วยประสบการณ์ที่เรามีในด้านการตรวจสอบคุณภาพอาหาร ก็เลยคิดว่าธุรกิจนี้น่าจะไปได้”

7

จากแนวคิดเริ่มต้นและลงมือทำจริงจัง โดยเปิดร้านแรกในฟู้ดคอร์ทที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปรากฎว่าได้รับความนิยมจากนักศึกษาเป็นจำนวนมาก มีรายได้มากกว่างานประจำหลายเท่าตัว ไม่กี่เดือนต่อมาขยายอีก 4 สาขา จนในที่สุดลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจอย่างเต็มตัว

ซึ่ง “นาเนีย” เป็นชื่อลูกสาวคนแรกในตอนที่เริ่มก่อตั้งธุรกิจนี้ “น้องนาเนีย” อายุได้แค่ 6-7 เดือนเท่านั้น และเหตุผลที่ธุรกิจเติบโตไว คุณมานพ มองว่า “เพราะสเต็กของเราคัดสรรคุณภาพวัตถุดิบอย่างดี เราใช้ประสบการณ์จากที่ทำงานประจำ มาพัฒนาธุรกิจตรงนี้ เรารู้ว่าลูกค้าก็ต้องการอาหารคุณภาพดีในราคาเบาๆ ก็กลายมาเป็นจุดขายของเราที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้”

จุดขายคือ “ความคุ้มค่า” ลงทุนตามจริงไม่มีค่าแฟรนไชส์

6

ความคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายคือจุดขายของ นาเนียสเต็ก คุณมานพให้ความสำคัญกับการเลือกวัตถุดิบ เช่น การเลือกใช้เนื้อหมู ใช้ส่วนสันคอติดมัน สำหรับบาร์บีคิว และสเต็กซอสเกรวี่เพื่อให้สเต็กมีความนุ่มน่ารับประทาน บวกกับการหมักด้วยเครื่องเทศตามสูตรเฉพาะของทางร้านทำให้หมูหรือเนื้อที่นำมาทำสเต็กมีรสชาติกลมกล่อมและไม่เหนียว

นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆอีกกว่า 20 รายการ เช่น เมนูสปาเก็ตตี้ ผักโขมอบชีส หอยแมลงภู่อบแซ่บ ฯลฯ โดยเมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของร้านคือ สเต็กพริกไทยดำ และสเต็กนาเนียโดยราคาอาหารเริ่มต้นที่ 49 บาท

5

และนอกจากคนกินจะคุ้มค่า การลงทุนก็ยังคุ้มค่าด้วยเช่นกันผู้ที่สนใจในธุรกิจนาเนียสเต็กนั้นสามารถเริ่มต้นการลงทุนได้ไม่ยาก เนื่องจากไม่มีการเก็บค่าแฟรนไชส์แต่เป็นการลงทุนตามจริง เช่น ผู้ที่มีร้านหรืออุปกรณ์อยู่แล้ว สามารถรับวัตถุดิบป้ายร้านชุดยูนิฟอร์มและร่มไปเท่านั้นก็สามารถจำหน่ายได้ทันที

ทั้งนี้คุณมานพขยายความต่อว่า “สำหรับผู้ที่ไม่มีร้านสามารถเริ่มลงทุน 25,000 บาท โดยจะได้รับเสื้อเชิ้ตนาเนียผ้ากันเปื้อน ผ้าปูโต๊ะนาเนีย ร่มสนาม เตาย่างสเต็ก เตาทอด มีด ส้อมสเต็ก และวัตถุดิบ ชุดเริ่มต้น 1 ชุดมูลค่า 15,000 บาท สามารถนำไปขายได้ประมาณ 30,000 บาท”

4

โดยส่วนใหญ่รายได้ของการลงทุนนาเนียสเต็กขึ้นอยู่กับทำเลและชั่วโมงการขาย บางร้านรายได้เฉลี่ยต่อสาขาไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อวัน สูงสุดในบางสาขาอาจมีรายได้สูงกว่า 60,000 ต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทำเล

ซึ่งส่วนใหญ่ระยะเวลาคืนทุนส่วนใหญ่จะไม่ถึง 1 เดือน นอกจากนี้ก่อนจะลงทุนทางแฟรนไชส์จะเข้าไปดูทำเลให้ว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ ถ้ามีความเสี่ยงจะแนะนำให้พิจารณาทำเลอื่น รวมถึงการเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ลงทุนจนกว่าจะประสบความสำเร็จ

5 จุดเด่นลงทุนกับนาเนียสเต็ก คนกินก็อร่อย! คนขายก็รวย!

3

ปัจจุบันแฟรนไชส์สเต็กมีจำนวนมาก และในยุคนี้ที่คนตกงาน ว่างงาน หลายคนอยากมีธุรกิจตัวเอง ยิ่งจุดประกายให้ “นาเนียสเต็ก” ขยายสาขาได้มากขึ้น ซึ่งเหตุผลที่คนนิยมลงทุนไม่ได้มองแค่เรื่องความอร่อยแต่คุณมานพบอกว่ายังมีอีกหลายอย่างที่เป็นจุดเด่นให้คนตัดสินใจได้ง่าย ได้แก่

1. ให้สิทธิ์ผู้ลงทุน 1 อำเภอ 1 สาขา

เพื่อป้องกันไม่ให้สาขาแย่งลูกค้ากันเองทางแฟรนไชส์จึงใช้นโยบาย 1 อำเภอ 1 สาขา ซึ่งถ้าสำรวจแล้วในสาขาที่เราต้องการเปิดไม่มีสาขาของนาเนียสเต็กอยู่ผู้ลงทุนก็จะได้สิทธิ์ในการเปิดร้านในโซนนั้นๆแต่เพียงผู้เดียว

2. คืนทุนได้ไวในเวลาไม่เกิน3 เดือน

กำไรของนาเนียสเต็กประมาณ 50%จากยอดขายโดยเฉลี่ยสามารถคืนทุนได้ประมาณ 1-3 เดือนโดยขึ้นอยู่กับทำเลในการเปิดร้านเป็นสำคัญด้วย

3. มีการควบคุมวัตถุดิบอย่างเป็นระบบ

ไม่ว่าเราจะทานสเต็กของนาเนียสเต็กที่สาขาไหนรสชาติก็อร่อยเท่าเทียมกันเป็นเพราะแฟรนไชส์กำหนดให้ทุกสาขาต้องสั่งวัตถุดิบและน้ำเกรวี่จากทางร้านเพื่อเป็นมาตรฐานให้ทุกร้านอร่อยได้เท่าเทียมกัน

2

4. ราคาไม่แพงอร่อยได้ทั้งครอบครัว

ราคาเริ่มต้นเพียง 49 บาททุกคนก็สามารถอิ่มอร่อยกับเมนูของนาเนียสเต็กได้ในยุคที่รายได้ไม่ดีสินค้าที่อิ่มอร่อยได้ทั้งครอบครัวในราคาเบาๆ จึงมีความน่าสนใจอย่างมาก

5. ลงทุนน้อยแต่ความต้องการมีสูง

สเต็กเป็นอาหารที่ทานง่าย อิ่มอร่อยและเป็นสินค้าที่ตลาดยังมีการเติบโตได้อีกมากดังนั้นหากสามารถเริ่มต้นธุรกิจนี้ในงบที่ไม่สูงก็เท่ากับเพิ่มโอกาสคืนทุนสร้างกำไรได้อย่างดีซึ่งนาเนียสเต็กก็คำนึงถึงจุดนี้ที่อยากให้ทุกคนได้มีธุรกิจดีๆเป็นของตัวเอง

1

คุณมานพทิ้งท้ายไว้ว่า “นอกจากอุปกรณ์ที่ครบครันเรายังมีสอนเทคนิคการทำ วิธีการเปิดร้าน รวมถึงมีระบบรับประกันสินค้า ทุกอย่างถือเป็นการปูทางให้คนที่ลงทุนสามารถก้าวเดินได้อย่างมั่นคงและหากมีการตลาดที่ดีร่วมด้วยนาเนียสเต็กจะกลายเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรให้เราได้อย่างดีทีเดียว

ยิ่งในยุคนี้ คนอยากเป็นนายตัวเองมากขึ้น หลายคนหาธุรกิจรองรับเพราะไม่แน่ใจว่า COVID 19 จะกลับมาระบาดซ้ำอีกหรือเปล่า นาเนียสเต็ก เราคือทางเลือก ทางรอด ไม่จำเป็นว่าต้องขายแค่หน้าร้าน หากมีระบบการบริหารจัดการที่ดี สามารถเพิ่มการขายในช่องทางออนไลน์ ถือเป็นธุรกิจที่สามารถปรับตัวให้ก้าวตามยุคสมัยได้เป็นอย่างดีด้วย”

สนใจลงทุนแฟรนไชส์นาเนียสเต็ก
โทร. 092-5597756 , 086-3826755

 

อ้างอิงจาก https://bit.ly/3ldjAXx

[Total: 2    Average: 3/5]
เจาะตลาด! “นาเนียสเต็ก” ทำไมถึงขายดี คนอยากลงทุน เพียบ! written by คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก) average rating 3/5 - 2 user ratings

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors