รวม 25 ขนมหวานน่าขาย! ยอดนิยมในตลาดนัด

กินคาวต้องตามด้วยของหวาน ถึงจะเรียกว่าครบรสชาติ ธรรมเนียมอาหารของคนไทยเมื่อกินข้าวเสร็จมักจะต้องตามด้วย “ของหวาน” แต่ในยุคนี้ที่หลายคนรักสุขภาพมากขึ้น ของหวานก็เป็นสิ่งที่บางคนอาจจะหลีกเลี่ยง

แต่ก็ยังถือว่าเป็นสินค้าขายดีที่มีให้เห็นในทุกตลาดนัด จุดเด่นของขนมหวานคือสีสันที่ดึงดูดใจ และด้วยรสชาติที่อร่อยโดนใจ ราคาก็ไม่แพง หลายเมนูเป็นขนมที่ทำไม่ยากแต่ขายดีและมีลูกค้าแน่นร้าน ยิ่งเป็นเจ้าเก่าเจ้าประจำจะขายดีมากเป็นพิเศษ

www.ThaiSMEsCenter.com ได้รวบรวมเมนูขนมหวาน 25 ชนิดมาให้คนสนใจได้ลองดูว่ามีอะไรกันบ้าง บางเมนูทำง่าย บางเมนูต้องเรียนรู้สูตรเพิ่มเติม หากใครสนใจอยากเปิดร้านขนมหวานแนะนำว่าให้ลองฝึกทำจนชำนาญ ยิ่งอร่อยยิ่งขายดี ยิ่งมีทำเลดี ยิ่งขายดีมากขึ้น

1.ไอศกรีมกะทิสด

ขนมหวานน่าขาย

ภาพจาก www.facebook.com/phatarinfoods/

ไอศกรีมสามารถทำทีละมากๆ เพื่อสต๊อกเผื่อไว้ขายได้เป็นเดือนโดยแช่เย็นเอาไว้ สามารถทำไว้ได้ถึงวันละ 100-200 กิโลกรัม เพื่อทยอยส่งให้ลูกค้า (ในกรณีสามารถขายส่งได้) โดยสามารถหาตัวแทนจำหน่ายสำหรับรับไอศกรีมเราไปขายที่ขายได้ทั้งในห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด คอมมูนิตี้มอลล์ และมีสูตรการทำไอศกรีมที่หลากหลายรสชาติ ราคาขายในตลาดนัดก็ตั้งแต่ถ้วยละ 10-25 บาท เลือกท็อปปิ้งได้ตามต้องการ

2.ขนมถังทอง

53

ภาพจาก bit.ly/2Dqw2m0

เมื่อก่อนเรียกกันว่าขนมถังแตก แต่ดูว่าชื่อไม่เป็นมงคลสักเท่าไหร่ก็เลยเรียกขนมถังทองให้ไพเราะ จุดเด่นของขนมถังทองคือทำสดใหม่ ชิ้นต่อชิ้น และมีหลายไส้ให้เลือกเช่นมะพร้าว ข้าวโพด ฝอยทอง เป็นต้น ขนมถังทองจำเป็นต้องมีอุปกรณ์สำหรับการเปิดร้าน มีวัตถุดิบคือแป้งทำขนมที่ละลายพร้อมให้ทำขนมได้ คนสนใจควรต้องฝึกฝนวิธีการทำให้ชำนาญก่อน ราคาขายในตลาดก็ชิ้นละ 10-20 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด คุณภาพ และทำเลในการขาย

3.ขนมเบื้อง

52

ภาพจาก bit.ly/2PiqTzj

ขนมเบื้องนั้นมีมาแต่โบราณ ทุกวันนี้ก็ยังขายดี ไม่ใช่แค่ในตลาดนัดแต่ตามงานรื่นเริง งานวัด งานอีเว้นท์ต่างๆ ก็มีขนมเบื้องไปเปิดขาย โดยตำรับโบราณนั้นมีอยู่มากมายหลายแบบ ที่มีส่วนผสมหลักๆ คือ แป้งข้าวเจ้าและกะทิ ปรุงรสด้วยเกลือ ปัจจุบันมีการพัฒนาขนมเบื้องให้ดูน่าสนใจและทันสมัยมากขึ้น บางร้านเน้นใส่ครีมเยอะๆ มีราดช็อคโกแลต หรือใส่ท็อปปิ้งต่างๆ เข้าไป ขายเป็นกล่องกล่องละ 20-30 บาท

4.ขนมหวาน (ขนมหม้อ)

51

ภาพจาก bit.ly/2DiHUXx

คำว่าขนมหม้อหลายคนอาจไม่เข้าใจแต่ถ้าสังเกตให้ดีว่าทุกตลาดนัดเราจะเห็นร้านขนมหวานที่มีขนมหลากหลายประเภทำเตรียมรอไว้ เช่น ปลากริม บัวลอย เต้าส่วน กล้วยบวชชี เป็นต้น เหล่านี้เรียกรวมๆ ว่าขนมหม้อ ก็คือขนมหวานที่เรารู้จักกันดีและมีราคาขายที่แตกต่างกันไปเริ่มตั้งแต่ถุงละ 10-15 บาท ขายดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับฝีมือในการทำของแม่ค้าแต่ละคนบางร้านมีขนมหวานตามฤดูกาลที่น่าสนใจเช่น ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียนร่วมด้วย

5.คัพเค้ก

50

ภาพจาก bit.ly/311IOjm

คัพเค้กที่ใครมีไอเดียตกแต่งทำให้คัพเค้กน่ากินมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งดึงดูดใจผู้บริโภคได้มากเท่านั้น ราคาขายโดยส่วนใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพวัตถุดิบ ไอเดีย โดยเฉลี่ยประมาณ 20-30 บาท/ชิ้น และไม่จำเพาะเจาะจงว่าต้องขายแค่ในตลาดนัดหากใครมีฝีมือมากพอ มีเวลามากพอแนะนำให้ทำขายผ่านออนไลน์อีกช่องทางหนึ่งด้วย

6.ขนมเปี๊ยะ

49

ภาพจาก bit.ly/2PaYHhN

เป็นขนมที่หลายคนซื้อกิน ซื้อไหว้ในเทศกาลต่างๆ ขนาดของขนมเปี๊ยะก็มีหลายไซน์ให้เลือก ทั้งเปี๊ยะเล็ก เปี๊ยะใหญ่ เทคนิคการขายคือต้องจัดแพคเกจให้สวย และมีหลายไส้ เช่นทุเรียน มันม่วง ฟัก ถั่วเหลือง เป็นต้น ราคาขายของขนมเปี๊ยกก็แตกต่างกันเช่นเปี๊ยะเล็กจะบรรจุในถุงราคาประมาณ30-40 บาท หรือถ้าเป็นเปี๊ยะในกล่องแดงราคา ประมาณ 100 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด ส่วนใหญ่ไปรับมาขายแต่หากใครมีฝีมือจะทำเองขายเองก็ได้

7.วุ้นหลากสี

48

ภาพจาก bit.ly/3hO5VEw

เป็นขนมหวานที่เห็นในทุกตลาดนัดทำไม่ยากและมีจุดเด่นคือสีสันที่ดึงดูดใจ โดยเฉพาะเด็กๆ ราคาขายก็ไม่แพง ส่วนใหญ่ใส่เป็นกล่องพร้อมขายคละสีให้ดูน่าสนใจ ราคาขายกล่องละ 20-30 บาท จะเพิ่มความน่าสนใจก็ควรทำเป็นวุ้นรูปการ์ตูนต่างๆ หรือมีรสชาติที่หลากหลายจะยิ่งขายดีขึ้น

8.ตะโก้

56

ภาพจาก bit.ly/30mlCwO

เป็นขนมไทยที่ได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน ในตลาดเราจะเห็นบางร้านขายขนมตะโก้ เป็นหลัก จุดเด่นของตะโก้คือสีขาวของกะทิที่บรรจุอยู่ในใบตองที่เอามาทำภาชนะ สีเขียวของใบตองตัดกับสีขาวของกะทิดูน่ากินมากขึ้น มีหลายไส้ให้เลือกเช่นตะโก้เผือก ตะโก้มัน บางร้านแต่งหน้าตะโก้ด้วยทองหยอด ฝอยทองก็ดูน่ากินมากขึ้น

9.ไดฟูกุ

46

ภาพจาก bit.ly/2XaoZ83

เป็นขนมสัญชาติญี่ปุ่นที่ถูกนำมาปรบให้เหมาะสมกับความนิยมของคนไทย เทคนิคการขายไดฟูกุที่มียอดขายดีคือจัดเรียงแบบเรียบง่าย แต่ดูดี สะอาด น่าซื้อ และควรมีหลายไส้ให้ลูกค้าเลือกได้ตามต้องการ เช่น ชาเขียว บลูเบอรี่ ใบเตย ช็อคโกแลต สตอเบอรี่ ไข่เค็ม งาดำ ถั่วแดง เป็นต้น

10.ขนมเค้ก

45

ภาพจาก bit.ly/2X8sjkj

นอกจากชูจุดเด่นที่หน้าตาน่ากิน สีสันสวยงามและชิ้นขนาดเล็กๆ ยังมีจุดเด่นในเรื่องราคาขาย 3 ชิ้น 100 เหมาะสำหรับคนที่ไม่รู้จะลงทุนขายอะไรสามารถเริ่มทำขนมเค้กขายได้ และจะง่ายยิ่งกว่าเมื่อปัจจุบันก็มีแฟรนไชส์ที่ให้เราไปรับสินค้าพวกขนมเค้กแล้วเอามาวางขายได้โดยเราไม่ต้องทำเอง และสังเกตให้ดีว่าจะขายดีมากโดยเฉพาะทำเลที่มีเด็กๆ อยู่มาก

11.ขนมปังต่างๆ

44

ภาพจาก bit.ly/2X8sjkj

ทุกครั้งที่ไปตลาดนัดเราจะต้องเห็นร้านขายขนมปังแบบต่างๆ เช่น โรล ขนมปังหน้าเนย เค้กกล้วยหอม ขนมปังหน้ากระเทียม เค้กหน้านิ่ม ขนมปังเนย ขนมปังไส้กรอก เป็นต้น ร้านขนมปังสำหรับตลาดนัดจะกำหนดราคาขายไม่แพงชิ้นละ 10-15 บาท เป็นอีกหนึ่งร้านขนมหวานขายดีที่เห็นในทุกตลาดนัด

12.แพนเค้ก

43

ภาพจาก www.facebook.com/minipacake/

หน้าตาของแพนเค้กคือขนมที่มีแป้งขนาดเล็กสองอันประกบกันตรงกลางเป็นไส้ต่างๆ เช่นไส้ครีม ไส้สตอเบอรี่ ไส้ช็อคโกแลต จุดเด่นคือแม่ค้าจะทำให้เห็นกันสดๆ บรรจุถุงขาย ราคาถุงละประมาณ 20 บาท บางร้านมีลายการ์ตูนติดที่ตัวของขนมเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้สินค้ามากขึ้นด้วย

13.ทองหยิบ/ทองหยอด/ฝอยทอง

42

ภาพจาก bit.ly/2XfHOa3

เป็นร้านขนมไทยที่มีขนมหลายอย่างอยู่ในร้านตั้งแต่ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ถ้วยฟู เป็นต้น ส่วนใหญ่บรรจุใส่กล่องโฟมพร้อมขาย ราคาเริ่มต้น 20-30 บาท หรือบางคนซื้อเยอะก็คิดราคาเป็นร้อยละ ส่วนใหญ่นอกจากซื้อรับประทานยังมีซื้อไปสำหรับตั้งถวายในวันพระ เทศกาลต่างๆ อีกด้วย

14.มันเชื่อม /เผือกเชื่อม / กล้วยเชื่อม

41

ภาพจาก bit.ly/2PcFNY0

ร้านมันเชื่อม เผือกเชื่อม กล้วยเชื่อม มีตั้งแต่ร้านที่เป็นแบบรถเข็นขาย และแบบร้านที่ประจำในตลาด ราคาขายก็ตามแต่ชนิดสินค้า อย่างมันเชื่อม เผือกเชื่อมมักจะขายเป็นกิโล ราคาก็ขั้นต่ำ 80-100 บาท หรือถ้าเป็นกล้วยเชื่อมราคาก็จะเบาลงมาหน่อยประมาณ 30-40 บาท เทคนิคการทำให้อร่อยเราจำเป็นต้องเรียนรู้และทำจนชำนาญก่อนคิดเปิดร้านขาย

15.ลูกชุบ

40

ภาพจาก bit.ly/3k2Uyup

จุดเด่นของลูกชุบคือสีสัน และรูปร่างที่ดูน่ากิน เหมาะสำหรับเด็กๆ อย่างมาก การฝึกทำลูกชุบนั้นมีความสำคัญมาก เพื่อที่จะปั้นและทำให้เป็นรูปต่างๆ ตามต้องการ ราคาขายในตลาดกล่องละ 30-40 บาท หรือหากมีฝีมือจะพัฒนาการปั้นจากลูกชุบที่เป็นผลไม้ไปเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ก็ดูน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

16.วุ้นเป็ด

39

ภาพจาก bit.ly/318ZiGa

วุ้นเป็ดไม่ได้ทำจากเป็ดถ้าเรียกให้ถูกต้องบอกว่าเป็นวุ้นกะทิรูปเป็ด ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่ทำวุ้นเป็ดออกมาขาย ราคาขายส่วนใหญ่กล่องละ 35 – 40 บาท จุดเด่นของวุ้นเป็ดที่ทำให้คนนิยมคือรสชาติที่หอม หวาน มัน จากกะทิ และเมื่อแช่เย็นจะยิ่งอร่อยมากขึ้น สามารถกินได้เพลินๆ เป็นของหวานที่ควรมีติดตู้เย็นที่บ้านเอาไว้

17.ป๊อบคอร์น

38

ภาพจาก bit.ly/3gs9yQc

สามารถนับเป็นของหวานได้เหมือนกันเพราะป็อบคอร์นนอกจากรสเค็มก็ยังมีรสหวาน โดยเฉพาะป๊อบคอร์นตามตลาดนัดราคาไม่แพงเหมือนหน้าโรงหนัง ส่วนใหญ่ขายถุงละ 25-30 บาท หรือบางรายก็มีผงปรุงรสต่างๆ ให้ลูกค้าเลือกปรุงรสได้ตามต้องการเช่นปาปริก้า ชีส เป็นต้น

18.โรตี

37

ภาพจาก bit.ly/3hU46WG

เป็นขนมหวานจากประเทศในแถบตะวันออกกลางที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี และไม่ใช่แค่คนอินเดียเท่านั้นที่จะขายโรตีได้ เดี๋ยวนี้คนไทยก็มีหลายแบรนด์ที่ทำโรตีออกจำหน่าย จุดเด่นของโรตีคือแป้งที่กรอบนุ่ม ราดด้วยนมสดเพิ่มความหวาน ส่วนใหญ่ขายเป็นชิ้นประมาณ 10บาท/ชิ้น ขายดีมากตามตลาดนัดหรือตามหน้าโรงงานโรงเรียนต่างๆ

19.ข้าวเกรียบปากหม้อ

36

ภาพจาก bit.ly/30fSFms

ข้าวเกรียบปากหม้อมักขายคู่กับขนมสาคู นับเป็นขนมหวานแบบไทยๆ ที่มีวิธีการทำที่เราต้องศึกษาเป็นอย่างดี ข้าวเกรียบปากหม้อส่วนใหญ่จะเป็นแป้งสด นุ่มนิ่ม สีสันน่ากิน ราคาขายเป็นกล่องละ 20-30 บาท จะขายดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของพ่อค้าแม่ค้าและกลยุทธ์ในการขายเป็นสำคัญ

20.เครป

35

ภาพจาก bit.ly/2D4T7ep

เป็นอีกหนึ่งร้านขนมหวานสุดฮิตที่หากินในตลาดได้ง่ายมาก ร้านเครปตามตลาดส่วนใหญ่จะทำแบบง่ายๆ ราคาเป็นกันเอง เลือกได้ 2-3 ไส้ ราคาขาย 20-30 บาท คนเปิดร้านขายเครปต้องมีอุปกรณ์พร้อม รู้วิธีการทำ จุดเด่นของเครปคือปรุงสดใหม่อันต่ออัน ยิ่งทานตอนร้อนๆ แป้งจะยังกรอบ เป็นเมนูขวัญใจของเด็กๆ อย่างมาก

21.ข้าวเหนียวหน้าต่างๆ

34

ภาพจาก bit.ly/3fmWI4M

เมนูข้าวเหนียวหน้าต่างๆ เป็นขนมหวานแบบไทยอีกชนิดที่ใครได้กินเป็นต้องติดใจ เช่นข้าวเหนียวสังขยา ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ข้าวเหนียวหน้าปลาแห้ง บางร้านชูจุดเด่นความเป็นขนมไทยด้วยการห่อใบตองแทนการใส่กล่องพลาสติกหรือโฟม ราคาขายแบบห่อใบตองห่อละประมาณ 10 บาท สามารถซื้อและพกไปกินในที่ทำงานได้สบายๆ

22.ซาหริ่ม

33

ภาพจาก bit.ly/2XnPw1T

ขนมหวานประเภทซาหริ่ม จุดเด่นคือสีสันที่เห็นแล้วต้องอยากกิน เส้นสีต่างๆ รวมกันอยู่ราดด้วยน้ำกะทิ ปรุงให้หวานบางร้านใส่นมสดเพิ่มหวานมันเข้าไป บางร้านเพิ่มความหอมอร่อยใส่ขนุนเพิ่มเติม ใส่น้ำแข็งเย็นๆลงไปเป็นอีกเมนูที่น่าซื้อรับประทานราคาขายก็ไม่แพงชุดละ 25-30 บาทเท่านั้น

23.ลอดช่องน้ำกะทิ/แตงไทยน้ำกะทิ

32

ภาพจาก bit.ly/316HYSe

ลองช่องน้ำกะทิเป็นของหวานที่คนไทยให้ความนิยมมาก ลอดช่องจะอร่อยแค่ไหนอยู่ที่น้ำราดซึ่งเป็นน้ำตาลปี๊บเคี่ยวจนละลายปรุงความหวาน หอม มันตามสูตรแต่ละคน ตัวลอดช่องสีเขียวหรือขาวอ้วนพี รับประทานกับน้ำแข็งเย็นๆ บางร้านมีแตงไทยน้ำกะทิจำหน่ายด้วยยิ่งเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น

24.น้ำแข็งไส

31

ภาพจาก bit.ly/3gfOBbb

ไปตลาดนัดทุกครั้งเราจะต้องได้เห็นร้านน้ำแข็งไสอย่างแน่นอน จุดเด่นของน้ำแข็งไสคือ น้ำแข็งที่ขูดเป็นเกล็ดสีขาว สามารถเลือกเครื่องได้หลายแบบตามแต่ต้องการ เช่นลูกจาก ถั่วแดง แห้ว วุ้น ฯลฯ ราดด้วยน้ำหวานสีแดงหรือเขียวตามต้องการ รับประทานในวันอากาศร้อน หรือตอนเย็นๆ หลังเลิกงาน ผ่อนคลายได้ดีทีเดียว

25.เฉาก๊วยนมสด

30

ภาพจาก bit.ly/3fhLSg4

เป็นอีกร้านยอดฮิตที่เห็นเป็นประจำในตลาดนัดกับเฉาก๊วยธรรมดา และเฉาก๊วยนมสดที่ใส่แก้วพร้อมทานได้ทันที ราคาขายประมาณแก้วละ 10-15 บาท บางร้านเพิ่มความน่าสนใจเป็นเมนูเฉาก๊วยนมสดลาวา นอกจากการเปิดร้านเองเดี๋ยวนี้มีการลงทุนในระบบแฟรนไชส์สำหรับคนอยากลงทุนง่าย ได้กำไรเร็วขึ้น

จะเห็นได้ว่าร้านขนมหวานในตลาดนัดแท้ที่จริงมีมากมาย ที่เรารวบรวมมาก็อาจจะขาดตกบกพร่อง ลองไปสำรวจตลาดนัดแถวบ้านจะต้องได้เห็นร้านค้าเหล่านี้ การขายขนมหวานมีต้นทุนในการทำแต่ละเมนูที่ค่อนข้างยุ่งยาก ดังนั้นคนที่จะเปิดร้านขายขนมหวานจึงควรพยายามควบคุมต้นทุนให้สัมพันธ์กับคุณภาพจะช่วยให้ได้กำไรมากขึ้น


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

0

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ https://bit.ly/3corFV2
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter

อ่านบทความเพิ่มเติม https://bit.ly/39XCFZy

[Total: 6    Average: 2.3/5]
รวม 25 ขนมหวานน่าขาย! ยอดนิยมในตลาดนัด written by คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก) average rating 2.3/5 - 6 user ratings

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors