ฟาร์มจิ้งหรีด รายได้ครึ่งแสน

จิ้งหรีดไม่ใช่สัตว์ตัวเล็กๆที่เราจะมองข้ามได้อีกต่อไป แม้กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 แนะนำให้เกษตรกรสร้างอาชีพเสริมด้วยการ เลี้ยงจิ้งหรีด

ปัจจุบันเมืองไทยมีฟาร์มจิ้งหรีดประมาณ 20,000 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม และมูลค่าการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดของประเทศไทยมีกำลังการผลิตสูงถึง 7,500 ตัน/ปี คิดเป็นมูลค่าจิ้งหรีดสดและแปรรูป รวมกว่า 900 ล้านบาท

www.ThaiSMEsCenter.com มองเห็นถึงทิศทางและการเติบโตของฟาร์มจิ้งหรีดเมืองไทย ซึ่งมีเกษตรกรมากมายที่ประสบความสำเร็จกับการเลี้ยงจิ้งหรีด บางคนเริ่มลงทุนแค่ 4,000-5,000 จนสุดท้ายขยายเป็นโรงงานผลิตอาหารแปรรูปจากจิ้งหรีดครบวงจรมีรายได้เดือนละเป็นล้าน แน่นอนว่าก่อนจะไปถึงจุดนั้นได้ ในฐานะมือใหม่ก็ต้องศึกษาและทำความเข้าใจในเรื่องนี้อีกมาก

มารู้จักรู้จักจิ้งหรีดกันเถอะ!

17

ภาพจาก bit.ly/2V13XoJ

จิ้งหรีดเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์เร็ว ให้ผลผลิตสูง แม่พันธุ์ 1 ตัว ให้ลูกถึง 1,000 ตัว รวมถึงใช้พื้นที่และปริมาณน้ำในการเลี้ยงน้อย ทั้งยังไม่ต้องใช้เทคโนโลยีและต้นทุนในการเลี้ยงที่สูง สำหรับพันธุ์จิ้งหรีดที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงมี 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์สะดิ้ง ทองดำ และจิ้งหรีดขาว

แม้จิ้งหรีดจะดูว่าเลี้ยงง่ายลงทุนน้อยก็จริง แต่ส่วนใหญ่จะเสียก็ตรงที่เวลาเพาะออกมาเป็นตัวแล้วจะเหลือน้อย ตอนที่ลอกคราบเพาะมีการกินกันเอง จิ้งหรีดตัวที่ลอกคราบเปลี่ยนไซต์จะอ่อนแอมาก เหมือนตัวอ่อน ก็เลยตกเป็นเหยื่อของจิ้งหรีดตัวที่แข็งแรงกว่า จึงทำให้เหลือจำนวนน้อยที่รอดมาได้

ซึ่งการจะเลี้ยงเชิงพาณิชย์เกษตกรก็ต้องศึกษาทำความเข้าใจในการเลี้ยงอย่างละเอียด ยิ่งได้เข้าไปศึกษาดูงานจะยิ่งมีความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งการเลี้ยงจิ้งหรีดส่วนใหญ่เราจะคุ้นเคยกับการเลี้ยงจิ้งหรีดในกล่องซึ่งเป็นวิธีเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด

จนถึงขั้นการเพาะเลี้ยงในบ่อปูน และพัฒนามาถึงขั้นการเลี้ยงในเชิงพาณิชย์แบบเป็นโรงงานอุตสาหกรรม และแน่นอนว่าหากคิดทำเชิงการค้าก็จะขอแนะนำการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อปูนที่ดูจะได้ปริมาณคุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่าโดยอุปกรณ์สำคัญสำหรับการเลี้ยงในบ่อปูนคือ

อุปกรณ์ในการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อปูน

16

ภาพจาก bit.ly/2DSSdPt

  1. บ่อซีเมนต์ กว้าง 1.20 เมตร2
  2. ถาดไข่จิ้งหรีด 4 ถาด (ซื้อมาถาดละไม่เกิน 100 บาท)
  3. อิฐบล๊อก 3-4 ก้อน
  4. ถาดใส่ไข่ไก่ ประมาณ 20-30 อัน
  5. แผ่นฟองน้ำ 1-2 อัน (ไว้ให้น้ำจิ้งหรีด)
  6. กระบอกฉีดน้ำฟ็อกซี่
  7. ผ้ามุ้งเขียว (ใช้ปิดปากบ่อ กันจิ้งจก)
  8. อาหารไก่+รำข้าว
  9. ถาดใส่แกลบดำ (ไว้รองไข่จิ้งหรีด ตอนจิ้งหรีดตัวเมียจะวางไข่)

วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อปูน

15

ภาพจาก bit.ly/2DUQxES

  1. นำถาดไข่จิ้งหรีดที่ได้มาไปอบให้ความร้อนประมาณ 7-10 วัน (อบในกล่องโฟม)พอเริ่มเห็นตัวอ่อนค่อยย้ายไปลงในบ่อซีเมนต์ เอาแผ่นฟองน้ำไปวางไว้เพื่อให้น้ำ เมื่อเขาฟักเป็นตัวให้พรมน้ำก่อนอย่าพึ่งให้อาหาร
  2. นำอิฐบล๊อกมาวางก้นบ่อ เพื่อให้มีพื้นที่โล่งโปร่งไม่อับชื้น
  3. ใส่ถาดไข่ไก่วางซ้อนกันประมาณอันละ 5-7 อัน วางลง 4-5 อัน (ไว้ให้จิ้งหรีดเป็นที่หลบซ่อนตัวเวลาลอกคราบ)
  4. ให้อาหารทีละน้อยๆ พอหมดค่อยเพิ่ม ( อาหารไก่ผสมกับรำข้าว ผักบุ้งไว้เป็นอาหารเสริม) ตามภาพอายุของจิ้งหรีดอยู่ที่ 15 วันหลังจากฟักแล้ว
  5. เลี้ยงไปประมาณ 30 วันให้สังเกตดูจิ้งหรีดจะขันหรือมีเสียงร้องนั่นคือตัวผู้เรียกตัวเมียเพื่อผสมพันธุ์ ก็ให้เอาถาดใส่แกลบดำไปวางไว้บนอิฐบล๊อก เพื่อให้จิ้งหรีดตัวเมียได้วางไข่ รองไข่ไว้ประมาณ 2 วัน จิ้งหรีดตัวเมียจะเอาเหล็กแหลมตรงตูดแทงเข้าไปในแกลบดำเพื่อวางไข่
  6. เอาถาดที่รองไข่ไปอบเพื่อเลี้ยงขยายพันธุ์ต่อไปหรือจะขายไข่ที่รองไว้ก็ได้ ส่วนจิ้งหรีดที่โตแล้วสามารถจับขายได้เลย หรือจะนำมาแยกเพื่อเลี้ยงต่อหรือเพื่อรองเอาไข่ต่อไปได้อีกประมาณ 3-4 รอบ โดยจิ้งหรีดตัวเมีย1ตัวสามารถวางไข่ได้ทีละ 500-700 ฟองเลย เราก็ค่อยๆพัฒนาย้ายหรือเพิ่มบ่อให้เพื่อจะได้ขยายพันธุ์และเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น จะเห็นได้ว่าซื้อแค่ถาดไข่จิ้งหรีดมาตอนแรก ก็สามารถต่อยอดไปได้เรื่อยๆ

สูตรเด็ดเคล็ดไม่ลับ!

14

ภาพจาก bit.ly/2vKfG0y

เคล็ดลับที่ทำให้จิ้งหรีดรอดนั้นมีอีกอย่างคือ นอกจากจะให้ถาดไข่ไก่มาวางซ้อนๆกันเพื่อให้เขาหลบซ่อนตัวแล้วนั้นมีทีเด็ดอีกอย่างหนึ่งคือ นำใบตองสดๆมาตัดประมาณ1ไม้บรรทัด แล้วนำมาฉีกๆใส่ลงไปในบ่อตอนที่จิ้งหรีดลอกคราบ และที่สำคัญช่วงนั้นไม่ต้องให้อาหารเสริมหรือผักอาหาร

ให้จิ้งหรีดตัวที่แข็งแรงกัดกินใบตอง ในใบตองมียางของกล้วยยางนั้นจะไปติดปากของจิ้งหรีด เจ้าจิ้งหรีดก็จะง่วนอยู่กับการใช้ขามาแกะเอายางตรงปากออก(มั่นใจได้ว่าไม่เป็นอันตรายกับจิ้งหรีด)ตรงนี้เองที่จะทำให้ตัวจิ้งหรีดที่กำลังลอกคราบอยู่รอดพ้นจากการถูกตัวที่แข็งแรงกว่ากินทีนี้จำนวนรอดของจิ้งหรีดก็จะเหลือเยอะขึ้นกว่าเดิม

จิ้งหรีดใช้เวลาในการเจริญเติบโตเต็มที่ 1 รอบ ใช้เวลาประมาณ 35 วันคือตั้งแต่ออกจากไข่ เป็นตัวอ่อน ลอกคราบไป 6 ครั้ง พอครั้งที่ 7 ก็เป็นตัวเต็มวัย มีปีกปุ๊บ ก็สามารถออกไข่ได้ ตัวจิ้งหรีด ก็เก็บเอาไปทำเป็นอาหารต่อไป

เทคนิคสำหรับมือใหม่

13

ภาพจาก bit.ly/302dxLR

เริ่มจากลงทุนน้อยๆประมาณ 4,000-5,000 บาท แค่เอาให้รู้ก่อนว่า เราเลี้ยงได้หรือไม่ แล้วก็ไปหาตลาด หาคนรับซื้อ จากนั้นจึงค่อยๆ ขยายการเลี้ยงขึ้น สำหรับมือใหม่แนะนำ กล่องขนาด 1.2 x 2.4 เมตร เป็นกล่องมาตรฐาน 1 กล่อง เฉลี่ยเลี้ยง 20 กิโลกรัม ก็ต้องคำนวณว่า ใน 20 กิโลกรัมนี้

ถ้ามีผลผลิตออกมาจะขายหมดหรือไม่ ถึงเวลาจับ ก็ต้องจับ ถ้าไม่จับ เลยจากระยะเวลาโตเต็มวัย ที่ 35 วันไปแล้ว มันจะกัดกัน ตามธรรมชาติ ที่ตัวผู้ต้องการสร้างอาณาจักร ก็จะมีบาดเจ็บล้มตายกันไป ทำให้เสียหายต่อผู้เลี้ยงไปอีก (อายุขัยตามธรรมชาติของมันจริงๆ คือ 70 วัน)

ราคาจำหน่ายจิ้งหรีดและผลตอบแทน

12

ภาพจาก bit.ly/2Vk21Nb

ราคาในการจำหน่ายก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่และคุณภาพของจิ้งหรีดที่เลี้ยง ในส่วนของคนที่ทำเป็นอุตสาหกรรมมีวิธีการบริหารจัดการแบบครบวงจรปริมาณจิ้งหรีดที่ได้จะค่อนข้างมาก มีอำนาจในการต่อรองราคาขายได้ ซึ่งโดยปกติราคาของจิ้งหรีดทั่วไปเป็นดังนี้

  1. จิ้งหรีดบ้าน หรือแมงสะดิ้ง ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยง 40-50 วัน ราคาขายส่งกิโลกรัม (กก.) ละ 80-100 บาท
  2. จิ้งหรีดทองดำใช้ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 30-45 วัน ราคาขายส่งอยู่ที่ 120-150 บาท/กก.

แต่ในภาคอุตสาหกรรมยังมีการแปรรูปจิ้งหรีดเป็นสแนคต่างๆ เช่น จิ้งหรีดทอดรสปาปริก้า, สาหราย, ชีส, รสดั้งเดิม มีทั้งใส่ถุงแบบขนมกรุบกรอบและบรรจุในขวดโหล เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น เฉลี่ยแล้วคนที่ทำในเชิงอุตสาหกรรมมีรายได้จากการขายส่ง แปรรูป รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 40,000 -50,000 บาท ต่อเดือน

แม้จะดูว่าเป็นรายได้ที่น่าสนใจ แต่สำหรับมือใหม่อย่าเพิ่งรีบกระโดดไปถึงตรงนั้น อย่างที่บอกไว้คือเราต้องลองเลี้ยงจากน้อยๆ ดูปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร พร้อมการหาตลาด เมื่อมั่นใจและรู้จักวิธีการเลี้ยงที่มากขึ้น ค่อยขยายขนาดของฟาร์มที่เพาะเลี้ยง ต่อยอดจากขั้นเล็กๆ ไปจนถึงขั้นใหญ่ ๆ หากตั้งใจจริงเชื่อว่าอาชีพเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดมีอนาคตที่สดใสรออยู่แน่นอน


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ bit.ly/2Jf8ph8

[Total: 0    Average: 0/5]

peak-goe

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors