ปลูกแคคตัส รักจริงหวังแต่ง!

ทาง ThaiSMEsCenter.com เชื่อว่า การเพาะต้นไม้ขาย คงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่อยู่ในความฝันของใครหลายคนไม่น้อย

บางคนอาจจะไม่ได้หวังผลกำไรที่มากมายมหาศาลจากธุรกิจนี้เท่าใดนัก เพียงแต่พวกเขามีความสุขที่ได้ทำ ได้อิ่มเอมใจไปกับการเลี้ยงดูและเฝ้ามองต้นไม้ที่ตัวเองเพาะค่อยๆ เจริญเติบโต จนเกิดเป็นความภาคภูมิใจ ดังเช่นคุณรัช เจ้าของธุรกิจแคคตัส ปลูกแคคตัส ที่เราได้มีโอกาสได้พูดคุยในวันนี้

แม่พันธุ์และคุณรัช เจ้าของธุรกิจแคคตัส
แม่พันธุ์และคุณรัช เจ้าของธุรกิจแคคตัส

จุดเริ่มต้นของคนรัก แคคตัส

คุณรัชเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ได้รู้จักกับแคคตัส จนมาประกอบธุรกิจได้อย่างทุกวันนี้ให้ฟังว่า ในสมัยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในชั้นปีที่ 2 ในปีพ.ศ.2540  ได้มีโอกาสไปเดินในงานเกษตรแฟร์ และได้พบกับร้านขายแคคตัสที่คุณอาของเพื่อนเป็นคนนำมาขาย

ตอนเริ่มเลี้ยงแคคตัสครั้งแรก ปี่ 2540 - 2545
ตอนเริ่มเลี้ยงแคคตัสครั้งแรก ปี่ 2540 – 2545

ครั้งแรกที่เห็นก็เกิดคำถามว่านั่นคือต้นอะไร ทำไมดูน่ารัก มีสีสัน มีหนาม หลากหลายรูปทรงไม่ซ้ำกันเลย ด้วยความแปลกตาจึงได้ตัดสินใจซื้อกลับมาหนึ่งต้น ในราคา 40 บาท(คิดในใจว่าต้นนิดเดียวทำไมราคาแพงขนาดนี้) เมื่อเลี้ยงได้เพียงหนึ่งวัน

หลังจากที่นั่งมองแคคตัสทั้งวันก็เริ่มสนใจ อยากรู้ว่ามันมีกี่สายพันธุ์ อยากสะสมให้ได้หลายๆ สายพันธุ์ และคิดว่าเลี้ยงจำนวนมากๆจะดูละลานตาดี จึงได้ออกไปหาซื้อมาอีก จนตอนนั้นคุณรัชมีแคคตัสอยู่ในครอบครองประมาณ 10 ต้นเห็นจะได้

ดอกแคคตัส สวยงาม จนหายเหนื่อย
ดอกแคคตัส สวยงาม จนหายเหนื่อย

ในช่วงแรกของการเลี้ยงแคคตัสนั้น คุณรัชได้ลองศึกษาหาข้อมูลจากหนังสือ แต่ด้วยความที่ช่วงนั้นแคคตัสยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่นัก หนังสือที่เกี่ยวข้องกับแคคตัสจึงมีน้อย มีเพียงหนังสือต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ซึ่งมีราคาแพงมาก

คุณรัชจึงออกตามหาแหล่งที่มีการขายแคคตัสด้วยตัวเอง กระทั่งได้พบกับแหล่งขายแคคตัสที่เป็นแหล่งใหญ่ของประเทศอย่างสวนจตุจักร จึงได้ซื้อและสอบถามข้อมูลจากคนขายถึงวิธีการเลี้ยง รวมถึงการขยายพันธ์อย่างละเอียด ทำให้เริ่มขยายพันธุ์อย่างจริงจัง

เปลี่ยนความชอบ ให้เป็นธุรกิจ

คุณรัชเล่าว่า พอเลี้ยงแคคตัส ปลูกแคคตัส มาได้ประมาณหนึ่งปี ตนเองก็เริ่มที่จะขยายพันธุ์เองได้ จึงได้นำผลผลิตที่ได้ รวมถึงซื้อแคคตัสจากสวนคุณลุงที่รู้จักกันมาเสริม และจำหน่ายในงานเกษตรแฟร์ในตอนที่เรียนอยู่ในชั้นปีที่ 3 และพบว่าผลตอบรับในตอนนั้นดีมาก เพราะมีร้านที่ขายน้อยและเป็นนิสิตที่มหาวิทยาลัยมาขายเองด้วย  ทำให้ใครมาเห็นจึงเกิดความสนใจ ซึ่งหลังจากที่ขายในงานเกษตรแฟร์ได้ จึงนำเงินที่ได้มาซื้อแม่พันธ์ และเพาะแคคตัสขายเรื่อยมา

เมื่อเรียนจบ ระหว่างรองานประจำ คุณรัชเล่าว่าได้นำแคคตัสไปขายตามตลาดนัด รวมถึงพื้นที่เช่าของห้างสรรพสินค้าต่างๆ เมื่อได้งานประจำจึงทำให้ต้องหยุดขายเพราะไม่มีเวลา แต่ก็ยังเพาะแคคตัสอยู่ตลอด กระทั่งระยะเวลาได้ผ่านไปกว่า 10 ปี อินเตอร์เน็ตและการซื้อขายผ่านโลกออนไลน์ก็เริ่มที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

แตกหน่อ ต่อยอดไปได้เรื่อยๆ
แตกหน่อ ต่อยอดไปได้เรื่อยๆ

ถึงทำงานประจำ แต่ก็ยังมีรายได้เสริม จากการขายแคคตัส

คุณรัชจึงมองเห็นช่องทางและโอกาสที่จะเปิดตลาดได้กว้างกว่าเดิม ซึ่งจากแต่ก่อนที่ขายได้แค่ในประเทศ หรือเฉพาะคนที่เดินผ่านหน้าร้านไม่กี่คน หากขายในอินเตอร์เน็ต คนก็จะสามารถดูได้ทั่วประเทศ ซึ่งตลาดแคคตัสในอินเตอร์เน็ตสามารถขายได้ 24 ชั่วโมง และมีคนเข้ามาดูอยู่ตลอด แม้จะทำงานประจำแต่ก็สามารถใช้อินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางในการขายได้ คุณรัชจึงได้กลับมาขาย และยึดช่องทางการขายนี้มาจนถึงปัจจุบัน

ในเรื่องของการลงทุนในธุรกิจแคคตัสนั้น คุณรัชบอกว่าเราควรสร้างโรงเรือนขึ้นมาก่อนเพื่อเราจะเป็นผู้ควบคุมแสงแดดและน้ำเอง ซึ่งเป็นการลงทุนที่ไม่เยอะ ราคาโรงเรือนมีตั้งแต่ราคา 3,000-20,000บาท แล้วแต่วัสดุที่ใช้และขนาดของโรงเรือนนั้นๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะลงทุนเท่าไหร่ และลงทุนกับแคคตัสสายพันธุ์ไหน ต้องการขายในตลาดระดับล่าง,กลาง หรือบน

ซึ่งก็ต้องวางแผนในการลงทุน ต้องรู้ว่าลงทุนสายพันธุ์ไหนแล้วขยายพันธุ์แบบไหนได้ผลผลิตกลับมาในระยะเวลาที่เร็วที่สุด ต้องรู้ว่าสายพันธุ์ที่จะลงทุนมันขยายพันธุ์แบบไหนได้บ้าง รวมไปถึงสายพันธุ์ไหนเป็นที่นิยมในตลาด โดยเราจะสามารถขายได้ทั้งเมล็ด,ต้น และหน่อ

คุณรัชบอกว่า การขยายโดยการเพาะเมล็ดแคคตัสนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี ถึงจะมีขนาดที่พอจะขายได้ โดยที่คุณรัชจะเพาะในทุกๆ เดือน เพื่อที่จะได้มีแคคตัสให้ทันเป็นรุ่นต่อรุ่น ไม่ให้ขาด นอกจากนี้ก็ยังทำการขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่นๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละสายพันธุ์ด้วย

คุ้มค่ากับการรอคอย มัน…คุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ

ไม่ว่าจะเป็นการใช้หน่อ เอามาชำรากให้มันกลายเป็นอีกต้นหนึ่ง หรือการกราฟต้นไม้ ซึ่งการกราฟก็คือการต่อยอด โดยเอาต้นตอที่สามารถดูดซึมสารอาหารได้เร็วมาต่อกับหัวที่มันโตช้า ตอก็จะเลี้ยงหัวให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งก็จะช่วยขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้น ภายใน 2-6 เดือนก็จำหน่ายได้ และคุณรัชยังบอกอีกว่า แคคตัสไม่ได้ขายได้เพียงแค่ต้นเท่านั้น เมล็ดก็สามารถขายให้คนเอาไปเพาะเองได้เช่นกัน

ปัจจุบัน คุณรัชบอกว่าแคคตัสมี 2,000 กว่าสายพันธุ์ มีทั้งตามธรรมชาติและที่มนุษย์เป็นผู้พัฒนาการสายพันธุ์ใหม่ๆขึ้นมาเอง ซึ่งมีผู้คนมากมายทั่วโลกนำแคคตัสพัฒนาสายพันธุ์

 

“เหลือเชื่อ! แคคตัส เห็นต้นเล็กๆ
แต่ขายได้เป็นหมื่น”

 

เพื่อให้เกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นเสมอๆ สำหรับสายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมในเมืองไทย อาทิเช่น Astrophytum Gymnocalycium, Mammillaria, Melocactus, Coryphantha, Discocactus, Ariocarpus เป็นต้น  แต่ที่นิยมมากที่สุดเห็นจะเป็น สกุล Astrophytum เพราะเป็นสกุลที่เลี้ยงง่าย สามารถนำมาบลีดดิ้งให้หน้าตาแปลกๆ ได้เยอะ และไม่มีหนาม หลายคนจึงชื่นชอบ

ควรตั้งราคาขาย แคคตัส เท่าไหร่ดี?

สำหรับการกำหนดราคาขายแคคตัสของคุณรัชนั้น จะกำหนดจากความหายากหาง่าย,อายุของแคคตัสและความสวยงามรวมถึงความนิยมในสายพันธุ์นั้นๆ  ซึ่งราคาที่คุณรัชขายจะอยู่ที่ 80 บาท ไปจนถึงหลักหมื่นขึ้นไป ซึ่งแคคตัสในหลักหมื่นจะเป็นพันธุ์พิเศษ เป็นไม้เพาะเมล็ดที่มีอายุเกิน 10 ปีขึ้นไป โดยกำไรจากการขายต่อเดือนของคุณรัชอยู่ที่หลักหมื่นบาทและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด

ช่องทางโปรโมท และประชาสัมพันธ์

คุณรัชจะใช้วิธีการโพสขายในกลุ่มเว็บบอร์ด Pantown.com และในFanpage โดยการโพสภาพแคคตัสที่ต้องการจะขายพร้อมกับแจ้งราคา ชื่อพันธุ์ ขนาด รายละเอียดที่มาที่ไปของต้น รวมถึงอธิบายว่าเป็นไม้ที่นำเข้า เพาะเอง หรือทำหน่อมา เป็นต้น

ส่วนการจัดส่งจะส่งแบบ EMS โดยการถอดรากออกมาล้างให้สะอาด แล้วใช้ทิชชู่พันเอาไว้แล้วห่อบั๊บเบิลกันกระแทก เมื่อบรรจุลงกล่องก็จะใช้หนังสือพิมพ์ยัดเข้าไปในกล่องอีกทีเพื่อไม่ให้ต้นไม้ขยับและป้องกันหนามหัก นอกจากนี้คุณรัชยังมีการออกบูทจำหน่ายแคคตัสในงานCACTUS AND SUCCULENT FAIR ปีละ 2 ครั้งอีกด้วย

ดูแลรักษา กระบองเพชร ยากมั้ย?

คุณรัชบอกว่าการเลี้ยงแคคตัสนั้นมีข้อดี คือ ไม่ต้องดูแลมาก อาทิตย์หนึ่งจะใช้เวลาดูแลหนึ่งวันก็ยังได้ โดยรดน้ำให้มันอาทิตย์ละครั้ง ให้แคคตัดได้โดนแดด 4-5 ชั่วโมงต่อวัน พอครบ 6 เดือนก็เปลี่ยนกระถาง ซึ่งนอกจากจะดูแลง่ายแล้ว แคคตัสก็ยังให้ดอก มีรูปทรงที่หลากหลาย มีอายุยืน เมื่อนำมาวางเรียงกันหลายๆ ต้นก็ดูสวยงาม ใครที่เลี้ยงเป็นจะยิ่งหลงใหล จะต้องหาซื้อสายพันธุ์ที่ยังไม่มีอยู่เรื่อยๆ

ส่วนผู้ที่ทำเป็นธุรกิจก็จำเป็นจะต้องให้เวลากับแคคตัสมากขึ้น เพราะต้องใช้เวลาไปกับการขยายพันธุ์ รวมไปถึงการเลี้ยงดู การวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตเร็วที่สุด และการดูแลในเรื่องของความชื้น ศัตรูพืช เป็นต้น

มองภาพตลาดแคคตัส ในปัจจุบันและอนาคต อย่างไร?

ปัจจุบันธุรกิจแคคตัสมี demand ที่สูงมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ คุณรัชเองก็ได้ขยายธุรกิจให้กว้างและเยอะขึ้น ด้วยการร่วมมือกับเพื่อนทำโรงเรือนแคคตัสบนดาดฟ้าที่ซ.ไทรม้าถ.รัตนาธิเบศร์เพิ่ม และแบ่งหน้าที่กันในการดูแล โดยตัวเขาที่มีงานประจำอยู่แล้วจะเป็นคนหาแม่พันธุ์ใหม่ๆ และเป็นคนขาย ส่วนเพื่อนจะดูแลในส่วนของการขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ผสมเกสร และกราฟต้นไม้ ซึ่งการร่วมมือกันจะทำให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่นนั่นเอง

สำหรับใครที่สนใจจะซื้อแคคตัสหรือสอบถามวิธีการเลี้ยงและขยายพันธุ์กับคุณรัช

สามารถติดต่อได้ที่ www.facebook.com/ratchatawat.chaniam.5  line id : 0880881090  เบอร์ติดต่อ 085 484 3046 e-mail: ratchie.cactus@gmail.com

และในเว็บบอร์ด Pantown.com ที่คุณรัชใช้ชื่อผู้ขายว่า Ratchie’s Cactus และมี Fanpage facebook : Cactus cafe thailand www.facebook.com/Cactus-cafe-thailand-874778559265446/timeline/ ซึ่งในแฟนเพจจะมีการสอนวิธีการขยายพันธุ์และเทคนิคต่างๆในการเลี้ยง รวมถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับวงการแคคตัสด้วย

 

ทาง ThaiSMEsCenter.com หวังว่า เรื่องราวดีๆ ของคุณรัชที่เราได้นำมาเสนอในวันนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางและแรงบันดาลใจสำหรับผู้ที่กำลังมีความสนใจในธุรกิจแคคตัส หรือผู้ที่อยากจะลองเลี้ยงแคคตัสไม่มากก็น้อยนะคะ

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:  https://www.youtube.com/watch?v=PCaf0OpZO_o&feature=youtu.be

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=-4BzyYX_LV8&feature=youtu.be

ขอขอบคุณ รูปภาพจาก คุณรัช เจ้าของธุรกิจแคคตัส

[Total: 101    Average: 2.8/5]
ปลูกแคคตัส รักจริงหวังแต่ง! written by MM average rating 2.8/5 - 101 user ratings

MM

จบการศึกษาสาขาวารสารและหนังสือพิมพ์ แม้จะไม่ได้มีความรู้เฉพาะทางที่เกี่ยวกับธุรกิจมากนัก แต่ก็เคยมีโอกาสได้ลองค้าขาย และชื่นชอบที่จะเรียนรู้ ศึกษาแนวทางและพูดคุยกับคนที่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงอยากนำสิ่งที่ได้รับรู้มาบอกเล่าแก่ผู้อื่นที่สนใจผ่านตัวอักษร

Main Sponsors

Happy Sponsors