ทำเลทาง 3 แพร่ง! ลงทุนทำธุรกิจดีหรือไม่ดี?

การลงทุน ไม่ว่าจะธุรกิจใด เล็กใหญ่แค่ไหน ต้องเริ่มจาก “สบายใจ” “มั่นใจ” นำมาสู่เรื่องของ “ฤกษ์ยาม” ต่างๆ ที่ต้องให้ผู้ลงทุนรู้สึกสบายใจ มั่นใจว่าธุรกิจเราจะเดินหน้าต่อได้ ซึ่งแน่นอนว่าการอยู่รอดหรือไม่รอดขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเป็นสำคัญแต่หากกำลังใจในวันเริ่มต้นเป็นไปด้วยดีก็ถือว่าเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ซึ่งเรื่องของ “ฮวงจุ้ย” www.ThaiSMEsCenter.com เชื่อว่าหลายคนสนใจในเรื่องนี้และอยากให้ทำเลเปิดร้านค้า นั้นตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดีอันเป็นพื้นฐานที่จะสร้างความมั่นใจเบื้องต้นว่าธุรกิจจะมีกำไรได้

คำว่า “ทาง3แพร่ง” จึงเป็นสิ่งที่หลายคนอยากจะหลีกเลี่ยงเพราะถูกปลูกฝังมาว่า “ ทาง3แพร่ง” ไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีในการทำธุรกิจ แต่ก็มีข้อมูลย้อนแย้งว่าธุรกิจบางอย่างก็ตั้งอยู่บน “ทาง3 แพร่ง” แต่ทำไมขายดีไม่เห็นเป็นอะไร เราลองมาวิเคราะห์เรื่องนี้ดูข้อมูลในภาพรวมว่าทาง 3 แพร่ง มีผลดีหรือผลเสียจริงหรือเปล่า

เปิดร้านค้าตามตำรา “ฮวงจุ้ย”

5

1.ทำเลที่ตั้ง

ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ไม่ควรสร้างบ้านหรือร้านค้าบนสันเขา หน้าผา พื้นที่แคบ บนทางระบายน้ำ ใกล้สะพาน ทางด่วน สามแยก คุก สุสาน และแหล่งทิ้งขยะ รวมถึงไม่ควรสร้างบนถนนที่เป็นทางตันและบริเวณท้ายซอย สำหรับสถานที่ที่เคยเกิดภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุมาก่อนก็ไม่ควรนำมาเป็นทำเลที่ตั้งในการสร้างเช่นเดียวกัน เพราะสถานที่เหล่านี้เสี่ยงจะเกิดภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุซ้ำได้มากกว่าที่อื่น ๆ ในทางตรงกันข้ามหากเป็นที่ดินใกล้แม่น้ำ มีแม่น้ำล้อมรอบ หากไม่ติดแม่น้ำแต่มีสระว่ายน้ำก็จะช่วยเสริมเรื่องความมั่นคงมั่งคั่งและโชคลาภเงินทองได้

2.ทิศทาง

ตามฮวงจุ้ยของจีนเชื่อว่าการสร้างบ้านหันหน้าเข้าหาทิศใต้เป็นทิศทางที่ดีที่สุด เพราะเปรียบเสมือนเป็นการเปิดรับแสงแดดและกระแสลมดี ๆ ที่พัดผ่านเข้ามาทางทิศนี้ตลอดทั้งปี ช่วยเพิ่มพลังงานชีวิต โชคลาภ สิริมงคล อีกทั้งยังช่วยสร้างความสามัคคี อยู่แล้วดีมีความสุข เปิดร้านค้าก็จะช่วยให้ค้าขายร่ำรวย แต่ในเมืองไทยทิศใต้อาจจะไม่ใช่ทิศที่ดีเสมอไป เราอาจจะเจอปัญหาเรื่องความร้อน เรื่องแสงอาทิตย์ ดังนั้นทิศเหนือและทิศตะวันออกจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากปกติแล้ว แสงอาทิตย์ที่ขึ้นในตอนเช้าจะไม่ค่อยร้อน ไม่เหมือนแสงอาทิตย์ในช่วงกลางวัน

6

ตำราซินแส ทำเลแบบไหนที่ร้านค้า ควรหลีกเลี่ยง

  1. ต้องรู้ที่มาก่อนเซ้งหรือเช่าให้ได้ ว่าเพราะอะไรเขาถึงปล่อยให้เซ้ง แต่หากอยากรู้ความจริงให้สอบถามจากข้างๆ ร้านว่าร้านนี้ทำไมถึงปิดกิจการ หากปิดกิจการโดยเจ๊งหรือขาดทุน ก็ต้องระมัดระวัง อาถรรพ์แห่งความล้มเหลว
  2. ทำเล ทางโค้งคดเคี้ยว ต้องระวัง ทำอะไรก็จะติดขัดไปหมด
  3. พื้นที่ของร้านเป็นรูปสามเหลี่ยม ต้องระวัง ทำอะไรก็มักจะมีปัญหา
  4. เลขที่ของร้านค้า หากมีผลรวมเป็น 4,6,7 ต้องระวัง ตัวอย่าง เลขที่ 103 ผลรวมเท่ากับ 4 เป็นต้น
  5. หันหน้าเข้าตัวร้าน ถ้าซิ้งค์น้ำ อยู่ขวามือ ถือว่าไม่ดีต้องเปลี่ยนทันที
  6. สีของร้าน ต้องดึงดูดลูกค้า ไม่ใช่ดึงดูดเจ้าของร้านเพียงอย่างเดียว คนโดยส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ เวลาคำนวณสีของร้านมักจะคำนวณจากเจ้าของร้านถือว่า ผิด
  7. ชื่อร้านและโลโก้ ร้านค้าควรจะมีชื่อร้านและโลโก้ที่เสริมศาสตร์ฮวงจุ้ยกับเจ้าของธุรกิจและสถานที่ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ กระตุ้นความอยากซื้อของลูกค้า เป็นต้น ดังนั้นใครจะลงทุนร้านหรือทำธุรกิจควรจะหาข้อมูลให้ดี

ข้อดี – ข้อเสียของ “ทาง 3 แพร่ง” ในการทำธุรกิจ

4

เริ่มจากข้อดีของร้านที่อยู่ทางสามแพร่ง ก็คือร้านจะกลายเป็น “จุดเด่น” ที่มองเห็นได้ง่าย ไม่ว่าลูกค้าจะมาทางใด กระแสที่วิ่งจากสามด้านจะมาหยุดอยู่ตรงทางแยก ตรงกับหน้าร้านค้าพอดี ทำให้คนจดจำร้านได้

แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า ร้านค้าในตำแหน่งนี้ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกธุรกิจ ร้านค้าที่เน้นลูกค้าที่ขับรถมาใช้บริการจะไม่เหมาะเลย เพราะตรงทางสามแพร่งไม่สามารถจอดรถได้ กลายเป็นตำแหน่งเสียทันที

ส่วนข้อเสียสำหรับร้านที่อยู่ตรงทางสามแพร่งก็คือ เป็น “จุดเสี่ยงภัย” ถ้าร้านตั้งอยู่บนถนนใหญ่ที่มีรถสัญจรไปมามาก รถอาจเสียหลักพุ่งชนร้าน ก่อให้เกิดความเสียหายในแบบไม่คาดคิด

ซึ่งในฮ่องกง ร้านบริเวณทางสามแพร่งจะมีราคาแพงมาก เพราะถือเป็นตำแหน่งที่ได้ประโยชน์ทางการค้า แต่ถ้าเป็นที่อยู่อาศัยตำแหน่งนี้จะไม่มีราคาเลย ตำแหน่งทางสามแพร่งถือเป็นตำแหน่งที่แรงที่ต้องรับแรงปะทะมากกว่าตำแหน่งอื่น ถ้ารู้จักนำความแรงมาใช้ให้ถูกทางย่อมได้ประโยชน์ มีคำกล่าวไว้ว่า ตำแหน่งทางสามแพร่งถ้าให้คุณก็ให้มาก ถ้าเสียก็เสียมาก จึงมักพบเห็นเสมอว่า บางคนไปอยู่ตรงทางสามแพร่งเจริญรุ่งเรืองมากกว่าคนอื่น 2-3 เท่า แต่บางคนไปอยู่ไม่ถึง 6 เดือน กลับล่มจมสิ้นเนื้อประดาตัวก็มี

วิธีแก้ถ้าอยากลงทุนบน “ทาง 3แพร่ง” (ตามหลักซินแส)

ตามหลักเรียกว่าเป็นการแก้ “ฮวงจุ้ย” ซึ่งซินแสมักจะแนะนำให้ผู้ประกอบการที่มีทำเลบนทาง 3 แพร่งควรจะมี

1. เสือคาบดาบ

7

ภาพจาก https://bit.ly/34gftDY

ติดไว้หน้าบ้านตรงทางสามแพร่ง เชื่อว่าเสือจะช่วยขจัดพลังชั่วร้ายที่จะเข้ามาปะทะกับบ้านให้หมดไป การติดเสือคาบดาบต้องมีการทำพิธีประกอบโดยซินแสเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การซื้อมาติดเองโดยไม่มีความหมาย เท่ากับไม่ช่วยอะไร

2. กระจก 8 เหลี่ยมหรือยันต์ 8 ทิศ

8

ภาพจาก https://bit.ly/3nxkLm4

ใช้สะท้อนสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายไม่ให้เข้ามาในบ้านได้ โดยให้ออกไปในทิศอื่นๆ แทน

3. ลูกบอลคริสตัล

9

ภาพจาก https://bit.ly/2JVEf5D

หลักการเช่นเดียวกับกระจก คือสะท้อนสิ่งชั่วร้ายออกไปด้วยความกลมและมีกระจกรอบด้าน ทำให้ลูกบอลคริสตัลมีความคล่องตัวในการสะท้อนพลังมากกว่า และสามารถเห็นได้ชัดเจนเมื่อกระทบกับไฟหน้ารถได้ง่าย ทำให้ป้องกันอุบัติเหตุได้

4. แนวบังตาจากต้นไผ่

10

ภาพจาก https://bit.ly/3a9k7Yk

เพื่อลดแรงปะทะของลมและพลังงานที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งจะพุ่งเข้ามาหาบ้าน การปลูกบ้านหรือร้านค้าบนทางสามแพร่ง จึงมักไม่เป็นที่นิยมแต่หลักฮวงจุ้ยก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง เช่นทางสามแพร่งในหมู่บ้านจัดสรรจะมีพลังงานที่น้อยกว่าทางสามแพร่งบนถนนใหญ่ๆ

ทำเลบนถนนแบบไหนที่ตามตำราบอกว่า “อันตรายในการลงทุน”

11

1.ถนนโค้ง

ทางโค้ง นับเป็นฮวงจุ้ยที่อันตรายที่สุด ไม่ว่าจะโค้งด้านในหรือโค้งด้านนอก ก็เสี่ยงด้วยกันทั้งนั้นที่ธุรกิจอาจจะย่ำแย่ หรือเจ๊งโดยไม่รู้ตัว สำหรับโค้งในรถส่วนใหญ่ที่ขับผ่านมักจะมองไม่เห็น หรือขับเลยร้าน ส่วนโค้งนอกนั้นเสี่ยงมากสำหรับอุบัติเหตุ รถเลี้ยวเข้ามายาก ทางฮวงจุ้ยนับเป็นจุดบอด จอดรถยาก ขับรถก็ต้องระวังเป็นพิเศษ ทางแก้ไขคือ ควรติดป้ายไว้ล่วงหน้า เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเข้ามามากขึ้น

2.ถนนตัว Y

ทางสามแพร่งที่ว่าแน่ ก็ยังแพ้ถนนรูปตัว Y เพราะในทางฮวงจุ้ยถือว่า ถนนตัว Y อันตรายที่สุด! เป็นจุดอับ ทำให้รถจอดยาก เลี้ยวลำบาก ซึ่งนอกจากจะไม่เอื้อประโยชน์ต่อลูกค้าแล้ว ยังเป็นจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ถ้ายิ่งไม่มีสัญญาณไฟยิ่งอันตรายมากกว่าเดิม ไม่ควรตั้งร้านบริเวณนี้อย่างยิ่ง

3.ถนนวันเวย์

เปรียบเหมือนถูกตัดขาไป 1 ข้างถ้าตั้งร้านอยู่ในถนนสายวันเวย์ เพราะได้ลูกค้าเพียงทางเดียว แทนที่จะได้ลูกค้า 2 ทางเหมือนถนนปกติ นอกจากนี้ ถนนวันเวย์ มีเส้นทางแคบ จอดรถลำบาก เสียโอกาสเพราะลูกค้าส่วนใหญ่คงไม่เลี้ยวรถกลับมา

4.ถนนคู่ขนาน

ร้านบนทางคู่ขนานพบปัญหาบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้ามักจะขับรถเลยร้าน มองเห็นร้านแต่เข้าไม่ได้จึงเลยตามเลย โอกาสที่จะไปกลับรถมาที่ร้านอีกรอบคงจะยาก เสียโอกาสเพราะคนคงไม่ชอบเสียเวลา ทางที่ดีควรทำป้ายบอกทางล่วงหน้าแบบย้ำๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้

5.ถนนยูเทิร์น

“ทางเลี้ยวยูเทิร์น” “ทางกลับรถ” ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่เหมาะที่จะเลือกตั้งร้านค้าบริเวณนี้ เพราะกระแสรถที่เลี้ยวไม่สามารถเข้าไปจอดหน้าร้านได้ หรือเข้ายากเพราะต้องเบี่ยงเข้าซ้ายสุด ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย นอกจากนี้ลูกค้ามองเห็นร้านยาก เพราะคนขับต้องคอยระวังทางตรง เลี้ยวแล้วก็ต้องรีบขับออกไป หลักฮวงจุ้ยเรียกว่า “กระแสตีจาก” หรือวิ่งหนี ร้านค้ามีแต่เสียประโยชน์

ทั้งนี้รูปแบบร้าน รูปแบบสินค้าและบริการก็มีส่วนสำคัญว่าทำเล “ทาง3 แพร่ง” เหมาะกับธุรกิจหรือไม่ อย่างร้านขายยาน่าจะเป็นทำเลที่เหมาะกับทาง3 แพร่งเพราะสามารถรับลูกค้าได้จากทุกทิศทาง แต่อย่างไรก็ดี หลักเบื้องต้นของการทำธุรกิจคือต้องเริ่มจาก “ความมั่นใจ” “สบายใจ” หากไม่มั่นใจว่าทาง 3 แพร่งจะดีกับธุรกิจก็ให้เลือกทำเลที่เราพอใจและสบายใจ จะช่วยให้เริ่มต้นธุรกิจได้ดีแบบที่เราไม่ต้องกังวลใจด้วย


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

0

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ https://bit.ly/3corFV2
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter

 

อ้างอิงจาก https://bit.ly/37m5grP

[Total: 9    Average: 3.3/5]
ทำเลทาง 3 แพร่ง! ลงทุนทำธุรกิจดีหรือไม่ดี? written by คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก) average rating 3.3/5 - 9 user ratings

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors