ตำนานคนดัง! James Mclamore ผู้ร่วมก่อตั้งเบอร์เกอร์คิง ราชาเบอร์เกอร์อันดับ 2 ของโลก

เบอร์เกอร์คิง เป็นร้านอาหารประเภทแฮมเบอร์เกอร์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 1954 สำนักงานใหญ่อยู่ที่พื้นที่ unincorporated Miami-Dade County รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา 

เบอร์เกอร์คิง โอลด์ดิ้ง เป็นชื่อบริษัทแม่ของเบอร์เกอร์คิง ในประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัท ดำเนินการอยู่ภายใต้ชื่อเบอร์เกอร์คิงแบรนด์ ในขณะที่ชื่อ บริษัท ดำเนินการอยู่ในระดับสากลภายใต้แบนเนอร์ Burger King Corporation

วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com จะพาคุณไปย้อนดูตำนานคนดัง! James Mclamore ผู้ร่วมก่อตั้งเบอร์เกอร์คิง โดยเฉพาะเขาเป็นผู้นำเสนอเมนูเลอร์เกอร์ที่คนทั่วโลกต้องยกนิ้วให้อย่าง Whopper

ชีวิตและครอบครัว James Mclamore

ตำนานคนดัง

ภาพจาก goo.gl/uq2MgF

ช่วงวัยเด็ก James Mclamore เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2469 ในเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมในแมสซาชูเซตส์ และเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ กระทั่งต่อมาเขาก็มาตั้งรกรากที่คอรัลเกเบิลส์ ฟลอริด้า

ประกอบธุรกิจจนมาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเบอร์เกอร์คิง ร้านฟาสต์ฟู้ดคู่แข่งสำคัญของแมคโดนัลด์ ก่อนที่เขาจะป่วยเป็นโรคมะเร็งเมื่ออายุได้ 70 ปี และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2539 รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เขายังเป็นผู้ก่อตั้ง Hungry Jack’s อีกด้วย

จุดเริ่มต้นและเรื่องราวเบอร์เกอร์คิง

w3

Burger King ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1953 ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดย Keith Kramer และ Matthew Burns โดยใช้ชื่อร้านว่า “Insta-Burger” โดยนำมาจากชื่อของเครื่องย่างเนื้อที่เป็นเครื่องที่ทันสมัยมากๆ ในยุคนั้น เมื่อมีการซื้อเครื่อง Insta มาใช้ในการย่างเนื้อ พวกเขาจึงใช้ชื่อของมันมาตั้งเป็นชื่อร้านเสียเลย

กิจการร้าน Insta-Burger ไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่าสวยหรูอย่างที่คาดหวังไว้ หลังจากเปิดร้านได้เพียง 1 ปี Keith Kramer และ Matthew Burns ได้ตัดสินใจขายกิจการให้กับ James Mclamore และ David R. Edgerton เนื่องจากเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน โดยเจ้าของคนใหม่ได้ทำการเปลี่ยนชื่อร้านและปรับระบบใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “Burger King”

Burger King ถูกเปลี่ยนมืออีกครั้งใน 13 ปีต่อมา โดย James Mclamore และ David R. Edgerton ได้ขายกิจการให้กับบริษัท Pillsbury โดยคราวนี้ได้ว่าจ้างให้ Donald N.Smith อดีตผู้บริหารของ McDonald’s เข้ามาปรับโครงสร้างของบริษัทใหม่ แม้จะมีการปรับโครงสร้างใหม่แล้ว แต่บริษัทก็ยังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินอันเนื่องมาจากการบริหารงานโดยผู้นำที่ไม่มีประสิทธิภาพ

Burger King เปลี่ยนเจ้าของใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.2006 โดยครั้งนี้กิจการ Burger King ถูกนำเข้าตลาดหุ้นวอลล์สตรีตโดยกลุ่มบริษัท ทีพีจี แคปิทอล (PTG Capital), เบน แคปิทอล (Ben Capital) และ โลแมน แซคส์ (Goldman Sachs) แต่ก็ยังไม่แคล้วประสบปัญหาทางการเงินเช่นเดิม

ในปี 2010 บริษัท ทรีจี แคปิทอล (3G Capital) จากบราซิลได้ซื้อกิจการ Burger King และสามารถซื้อหุ้น Burger King คืนกลับมาจากตลาดหุ้นได้ทั้งหมด ภายใต้การบริหารงานโดย Alexandre Behring และ John Chidsey ทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และวางแผนกลยุทธ์ใหม่ทั้งหมด ทำให้ Burger King สามารถฟื้นคืนชีพหลังจากล้มลุกคลุกคลานมานานนับสิบปี

ในปัจจุบัน Burger King มีสาขาอยู่มากกว่า 15,700 สาขาในกว่า 100 ประเทศ และมีคนเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนถึง 11 ล้านคนต่อหนึ่งวัน และในปีพ.ศ. 2559 ก็ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดส์ที่มีสาขามากที่สุด เป็นอันดับ 5 ของโลกและมีรายได้ในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดส์ เป็นอันดับ 4 ของโลก ที่สำคัญสาขากว่า 100% ดำเนินงานในรูปแบบแฟรนไชส์

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเบอร์เกอร์คิง

w2

ภาพจาก www.bk.com

หากย้อนกลับไปจะเห็นว่า เบอร์เกอร์ คิง เมื่อ 43 ปีที่แล้ว ที่ฟลอริด้า เริ่มต้นขายแฮมเบอร์เกอร์ ในราคาเพียง 18 เซนต์ และ Whopper ในราคา 73 เซนต์ เบอร์เกอร์คิง มีสาขาอยู่เกือบทั่วโลก จากออสเตรเลียไปจนถึงเวเนซูร่า

ต่อมาในปี 1967 บริษัท Minneapolis-based Pillsbury ได้เข้ามาดูแลแทนโดยมีพนักงานประมาณ 8000 คน ในปี 1957 มีการแนะนำ whopper sandwich และเบอร์เกอร์ คิง ได้ถูกตกแต่งและดัดแปลงให้มีห้องทานอาหาร

ปีต่อมา Burger King เริ่มออกสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก โดยมีเนื้อหาว่า ร้านเบอร์เกอร์ยี่ห้อนี้จะทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด การพัฒนาที่ต่อเนื่องมีส่วนให้สามารถขยายแฟรนไชส์ไปทั่วโลก โดยในปัจจุบันมีร้านมากกว่าหนึ่งหมื่นแห่ง และกลายเป็นเชนฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ รองจากแมคโดนัลด์

มีบริการแบบ Drive Thru ประมาณ 50% และบริการซื้อกลับบ้าน ประมาณ 15% และเป้าหมายในอนาคตของเบอร์เกอร์ คิง ก็คือ จะมีการบริการแบบ Double Drive Thru,Kiosk,In-Line, Co-Branded ในปี 1958 เบอร์เกอร์ คิง ได้มีสื่อโฆษณา ออกทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก และหลังจากนั้น 1 ปี มีการประชาสัมพันธ์ว่า “ร้านเบอร์เกอร์ที่ใหญ่และดีที่สุด”

โดยมีจุดขายว่า เขาจะทำทุกอย่างตามความต้องการของลูกค้า เพื่อบริการให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจมากที่สุด ปี 1970 เบอร์เกอร์คิงมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เคนดัส ในไมอามี่ และต่อมาในปี 1988 ได้ขยายสำนักงานไปที่ไมอามี่ ทางตอนใต้ของรัฐฟลอริด้า

ด้วยเนื้อที่ 290,000 และต่อมาในปี 1990 มีการแนะนำ BK Broiler ทำให้เบอร์เกอร์คิงมียอดขายถึง 1,000,000 เหรียญต่อวัน จนกระทั่งทั่วโลกรู้จัก ทำให้ยอดขายขยับขึ้นมาเป็น 1.6 ล้านเหรียญ

ปีต่อมา Burger King เริ่มออกสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก โดยมีเนื้อหาว่า ร้านเบอร์เกอร์ยี่ห้อนี้จะทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจสูงสุด การพัฒนาที่ต่อเนื่องมีส่วนให้สามารถขยายแฟรนไชส์ไปทั่วโลก

โดยในปัจจุบันมีร้านมากกว่าหนึ่งหมื่นแห่ง และกลายเป็นเชนฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ รองจากแมคโดนัลด์ อีกทั้งในปัจจุบันยังมีการก่อตั้งมูลนิธิเบอร์เกอร์คิง James Mclamore ที่ตั้งขึ้นมาช่วยเหลือผู้คนในด้านการศึกษา โดยเป็นองค์กรสาธารณะที่ไม่แสวงหาผลกำไร

เบอร์เกอร์คิงเมืองไทย

w1

ภาพจาก goo.gl/QLNHRp

Burger King เป็นแฮมเบอร์เกอร์สัญชาติอเมริกัน ที่หลายๆ คนคุ้นหูกับสโลแกน “You Way” เริ่มจากผู้ชายสองคน คือ เจมส์ แมคลามอร์ และเดวิด เอ็ดการ์ตัน ได้เปิดร้านเล็กๆ ด้วยคุณภาพและรสชาติส่วนผสม การย่างเนื้อที่ดี จึงทำให้ร้านเติบโตและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แฮมเบอร์เกอร์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเบอร์เกอร์ คิง

คือเมนู WHOPPER® ซึ่งเจมส์ได้คิดค้นสูตร เพื่อให้ได้ขนาดที่ใหญ่พิเศษและรสชาติที่ลงตัว จึงมีความแตกต่างจากแฮมเบอร์เกอร์อื่นๆ ในปี ค.ศ.2000 ทางบริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด จำกัด โดย มร.วิลเลียม อี ไฮเน็คกี้ ประธานบริหารฯ ได้นำแบรนด์ ‘เบอร์เกอร์ คิง’ เข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยสาขาแรกอยู่ที่อาคารมณียา เซ็นเตอร์ (กทม.)

ปัจจุบันถูกสร้างเป็นโรงแรมไปแล้ว และในปัจจุบันเบอร์เกอร์คิงทั่วโลกมีลูกค้ามากกว่า 11 ล้านคนต่อวัน นับเป็นก้าวแห่งความสำเร็จ ที่กว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ต้องใช้เวลานานนับสิบปี เพราะต้องล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด เปลี่ยนเจ้าของไปมากว่าจะตั้งตัวได้


คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://goo.gl/L4sU3n
เลือกซื้อแฟรนไชส์ไทยขายดี เปิดร้าน https://goo.gl/96FDqc

อ้างอิงข้อมูล

[Total: 0    Average: 0/5]

aseanecon.montri

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไชส์

Main Sponsors

Happy Sponsors