“ชานมไข่มุก” ฮิตในเวียดนาม แบรนด์แฟรนไชส์ต่างชาติรุมแบ่งเค้ก

ต้องยอมรับว่า “ชานมไข่มุก” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มาไวไปเร็ว ในเมืองไทยได้ฮิตอย่างมากในช่วง 10 ปีก่อน แต่ก็อยู่ได้เรื่อยๆ ในตลาดเมืองไทย เพราะกระแสนิยมได้จางหายในเวลาไม่กี่ปี

แต่รู้หรือไม่ว่าในตอนนี้ “ชานมไข่มุก” กำลังฮิตอย่างมากในตลาดเวียดนาม สวนทางกระแสเมืองไทยที่เงียบเหงาไป แม้แต่คนไทยที่ไปเที่ยวเวียดนามยังต้องไปแวะชิม แวะใช้บริการร้านชานมไข่มุก ที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ดตามถนนต่างๆ ในเมือง

วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com จะเล่าให้ฟังว่า อะไรที่เป็นสาเหตุทำให้ “ชานมไข่มุก” ได้รับความนิยมในเวียดนาม จนถึงขั้นมีคนพูดว่าเป็น “ราชินีเครื่องดื่ม” ไปแล้ว มาดูกันครับ

ต้องยอมรับว่า

ภาพจาก goo.gl/images/vRCFhB ,goo.gl/images/tzk9uY

อันที่จริง ธุรกิจชานมไข่มุก ได้เข้าสู่ตลาดเวียดนามครั้งแรก เมื่อราวๆ ปี ค.ศ.2002 กลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตของนักเรียนนักศึกษา กลุ่มวัยรุ่น จนธุรกิจเฟื่องฟู แต่ก็เริ่มลดความนิยมลงอย่างรวดเร็ว หลังข่าวลือไม่ดีเกี่ยวกับที่มาของวัตถุดิบ

กระทั่งปี ค.ศ.2013 ธุรกิจชานมไข่มุกกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในตลาดเวียดนาม เรียกว่าคึกคักมากกว่าเดิม เพราะบรรดาแบรนด์ชานมไข่มุกจากไต้หวันและฮ่องกง ได้เข้ามาปลุกกระแสตลาดชานมไข่มุกให้กับมาชีวิตชีวาอีกครั้ง

ในตลาดเวียดนาม ชานมไข่มุก นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มยอดนิยม ยังเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตของบรรดาวัยรุ่น พนักงานออฟฟิศ รวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างชาติที่เข้าไปเวียดนาม รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยด้วย เพราะภาชนะบรรจุอย่างแก้วใส่ชานมไข่มุกได้มีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยมากขึ้น ใครที่ได้ถือแก้ว เป็นอันว่าต้องถ่ายรูปแชร์ต่อกันไป

อีกทั้งแต่ละร้าน แต่ละแบรนด์ชานมไข่มุกในเวียดนาม ได้มีการนำเสนอเมนูหลากหลายรสชาติ มีเลือกมากมาย ที่สำคัญหลายๆ ร้านได้มีการให้ลูกค้าได้ปรุงแต่งรสชาติด้วยตัวเอง ทั้งเติมน้ำเชื่อม เติมท้อปปิ้งเองได้ตามใจชอบ จึงทำให้เป็นที่สนใจของผู้มาเยือนและดึงดูดลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี

คนเวียดนามดื่มชานมมากกว่ากาแฟ 2 เท่า

y2

ภาพจาก VNExpress

ล่าสุดมีรายงานผลวิจัยของบริษัท Kantar Worldpanel ระบุว่า ชาพร้อมดื่มและพร้อมเสิร์ฟ ได้รับความนิยมจากประชากรในนครโฮจิมินห์มากกว่ากาแฟถึง 2 เท่า โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของชาวเวียดนาม นิยมบริโภคเครื่องดื่มที่ทำจากชา และมีเพียง 1 ใน 3 ที่บริโภคกาแฟ

ผลการวิจัยยังพบว่า เครื่องดื่มจากชาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ “ชานม” ที่ชาวเวียดนามทุก 1 ใน 5 คน ซื้อชานมอย่างน้อย 1 ครั้งนับตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา ส่วนเครื่องดื่มจากชาที่ได้รับความนิยมรองลงมาคือ ชาพีช และชาเขียว

ประการสำคัญปัจจัยที่ทำให้ตลาดชานมไข่มุกในเวียดนาม กลับมาเติบโตอย่างร้อนแรงอีกครั้ง อาจเป็นเพราะได้มีร้านแฟรนไชส์ชานมไข่มุกแบรนด์ต่างๆ จากต่างชาติผุดขึ้นราวดอกเห็ด สามารถพบเห็นได้ทุกมุมถนน ไปจนถึงในห้างสรรพสินค้า โดยเป็นผลจากการเข้าลงทุนของต่างชาติ ที่เข้ามาขยายกิจการในเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามเมืองใหญ่ต่างๆ

y3

ภาพจาก VNExpress

โดยแบรนด์แฟรนไชส์ชานมไข่มุกต่างชาติ ที่เข้าไปบุกตลาดเวียดนาม ได้แก่ ไต้หวัน ฮ่องกง ไทย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ต่างตบเท้าเข้ามาเปิดกิจการอย่างมากมายในตลาดเวียดนาม พร้อมกับรสชาติและท็อปปิ้งที่หลากหลายมากกว่าเดิม

โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ อย่างนครโฮจิมินห์ เกือบทุกถนนจะมีร้านชา กาแฟ พวก Afternoon tea หรือ ชานมไข่มุก ซึ่งแต่ละร้านจะมีเมนูให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะร้านที่ขายชานมไข่มุกจะได้รับความนิยมและขายดีมาก เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมชานมไข่มุกก็ว่าได้ หลายร้านถึงขั้นมีแบบรับ Order Delivery รับ-ส่ง กันแทบทุกร้าน ที่สำคัญร้านอยู่ติดๆ กัน

อย่างเช่นถนน Nguyen hue Street ระหว่างทางแยก Ho Tung Mau มีร้านชานมไข่มุกอยู่ติดกัน จนลูกค้าไม่รู้ว่าจะเข้าร้านไหนดี ไม่ว่าจะเป็นร้าน The Alley, ร้าน COMEBUY, ร้าน HEEKCAA, ร้าน GONG CHA, ร้าน Share tea โดยร้านนี้มีสาขามากกว่า 450 สาขา, ร้าน Cha Time, Royaltea, Heekcaa, Coco, Babaopop, Chago และ Goky

ตลาดเครื่องดื่มในเวียดนามโตต่อเนื่อง

yy

ภาพจาก goo.gl/images/NSuggk

ด้านเหงียน ฟี วัน ผู้อำนวยการบริหาร Retail & Franchise Asia เชื่อว่าตลาดชานมในเวียดนาม จะยังมีศักยภาพ เพราะมีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในเวียดนามจะยังเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี ค.ศ.2020

เห็นได้ว่า เวียดนามเป็นตลาดการลงทุนสาขาการผลิตเครื่องดื่มที่น่าสนใจและมีโอกาสเติบโต เนื่องจากมีประชากรจำนวนมากและส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาว มีความต้องการซื้อสูง ต้องการบริโภคสินค้าที่แปลกใหม่และหลากหลาย

oo

ภาพจาก goo.gl/BvCkk4

สำนัก BMI ประมาณการณ์ว่า ในช่วงปี พ.ศ.2560-2562 อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเวียดนาม จะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 10.9 ต่อปี ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามรายงานว่า ในปี พ.ศ.2560 อุตสาหกรรมเครื่องดื่มเวียดนามเติบโตร้อยละ 5

ขณะที่ปี พ.ศ.2561 ถือเป็นปีที่อุตสาหกรรมเครื่องดื่มเวียดนาม ได้เผชิญกับความท้าทายหลายประการ นอกจากการแข่งขันกับผู้ลงทุนจากต่างประเทศแล้ว ยังมีปัจจัยภายในประเทศที่อาจส่งผลต่อสาขาดังกล่าว 2 ปัจจัย ได้แก่ นโยบายการปรับขึ้นภาษีบริโภคพิเศษสินค้าเครื่องดื่ม และปริมาณสินค้าคงคลัง อาจสร้างปัญหาอุปทานส่วนเกินในอนาคตอันใกล้

oo2

ภาพจาก goo.gl/images/y6WuJT

สรุปก็คือ ตลาดเครื่องดื่มในเวียดนามยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่จะมีอุปสรรคในเรื่องของการแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าไปลงทุนจากต่างชาติ

แต่ปัจจัยช่วยเสริมให้ธุรกิจที่เข้าไปลงทุนในเวียดนามอยู่รอด ก็คือ ประชากรมีจำนวนมาก และส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีกำลังซื้อสูง และนิยมบริโภคสินค้าแปลกใหม่


คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

v1

อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ goo.gl/71PQnZ
เลือกซื้อแฟรนไชส์ไทยขายดี เปิดร้าน goo.gl/PQgngL

แหล่งข้อมูล goo.gl/nw8awK , goo.gl/f5RNNB , goo.gl/xiFUYu

[Total: 0    Average: 0/5]

aseanecon.montri

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไชส์

Main Sponsors

Happy Sponsors