การพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์สู่เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพ

ปัจจุบันมาตรฐาน คุณภาพแฟรนไชส์ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่ช่วยให้ธุรกิจแฟรนไชส์ในแต่ละประเภทได้รับการยอมรับ และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเฉพาะแฟรนไชส์ซีหรือผู้ซื้อแฟรนไชส์สามารถตัดสินใจเลือกซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ได้ง่ายขึ้น

เมื่อได้เห็นว่าธุรกิจแฟรนไชส์ที่กำลังสนใจผ่านเกณฑ์การรับรองมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ แปะข้างฝาเอาไว้ แต่ธุรกิจที่จะผ่านเกณฑ์ฯ ได้ ต้องมีมุ่งมั่น ตั้งใจบริหารจัดการอย่างแท้จริง

วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com มีกลวิธีการสร้างระบบธุรกิจแฟรนไชส์ให้มีมาตรฐาน เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันปกป้องแฟรนไชส์ซี และป้องกันความล้มเหลวให้กับแฟรนไชส์ซอร์ มาฝากท่านผู้ประกอบการที่สนใจทำแฟรนไชส์ครับ

ขั้นตอนทำแฟรนไชส์ให้มีมาตรฐาน

คุณภาพแฟรนไชส์

1.สร้างแบรนด์และวางระบบจัดการร้านสาขาให้มีมาตรฐาน

ก่อนที่คุณจะเริ่มเข้าสู่ระบบธุรกิจแฟรนไชส์ แน่นอนว่าธุรกิจที่คุณทำอยู่นั้นต้องเป็นที่ชื่นชอบและได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก จนมีผู้คนพูดถึงแบรนด์และหาสถานที่ซื้อสินค้าและบริการของคุณ

ซึ่งจากตรงนี้เชื่อว่าแบรนด์สินค้าของคุณน่าจะเป็นที่รู้จักของผู้คนไม่มากก็น้อย เหลือเพียงแต่ว่าคุณอาจจะทำการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ให้คนรู้จักเพิ่มขึ้นหรือไม่เท่านั้น

เมื่อลูกค้ามายืนต่อคิวเป็นแถวๆ นั่นก็แสดงให้เห็นอีกว่าสินค้าคุณมีมาตรฐาน คุณเอาใส่ ทำให้รสชาติไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากนั้นถ้าคุณขยายสาขาเพิ่ม รักษามาตรฐานสินค้า

อาจต้องสร้างระบบการจัดการร้านให้มีมาตรฐานขึ้นอีก เพื่อใช้เป็นต้นแบบให้กับร้านสาขาที่จะขยายต่อไปในอนาคต ทั้งระบบการวางสินค้า ระบบการผลิตสินค้า จัดตกแต่งร้าน สร้างบรรยากาศในร้าน ระบบบัญชี สต็อกสินค้า ระบบการจัดซื้อวัตถุดิบ เป็นต้น

ee2

2.ศึกษาทำความเข้าใจระบบแฟรนไชส์ให้ถ่องแท้

หลังจากที่คุณมีสาขาธุรกิจมากพอสมควรแล้ว มีระบบการบริหารจัดการสาขาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ลูกค้าเข้าร้านไหนจะได้สินค้าและบริการรูปแบบเดียวกันหมด

จนมีคนสนใจซื้อแฟรนไชส์จากคุณ ถ้าคุณยังไม่รู้เรื่องระบบแฟรนไชส์ก็อย่ารีบร้อนด่วนสรุปขายแฟรนไชส์ไป ต้องศึกษาทำความเข้าใจระบบแฟรนไชส์ให้รู้อย่างลึกซึ้งเสียก่อน

มิเช่นนั้นอาจเจ๊งทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้ เพราะจริงๆ แล้วเรื่องของมาตรฐานแฟรนไชส์เกิดขึ้นจากตัวแฟรนไชส์ซอร์เอง ถ้าแฟรนไชส์ซอร์ไม่รู้เรื่องระบบแฟรนไชส์อย่างแท้จริง ก็ไม่สามารถที่จะทำแฟรนไชส์ให้มีมาตรฐานได้

ee3

3.แฟรนไชส์ซอร์ต้องรักในแบรนด์ตัวเอง

ถือว่ามีความสำคัญอยู่ไม่น้อย หากคุณคิดจะทำแฟรนไชส์ให้มีมาตรฐาน เพราะหากคุณรักในแบรนด์สินค้าและบริการที่ตัวเองสร้างขึ้นมาแล้ว จะทำให้สามารถคัดเลือกแฟรนไชส์ซีที่มีมาตรฐานเข้ามาสู่ระบบแฟรนไชส์ของคุณได้อย่างมีคุณภาพ

แฟรนไชส์ซีก็จะรักและหวงแหนในแบรนด์คุณด้วย หรือถ้าหากคุณไม่สนใจแบรนด์คุณเลยว่า เขาจะนำไปทำอะไรบ้าง แฟรนไชส์ซีที่คุณคัดเลือกเข้ามา เชื่อเลยว่าไม่มีมาตรฐานแน่นอน เพราะคุณหวังเงินค่าแฟรนไชส์อย่างเดียว

ee4

4.มีกระบวนการคัดเลือกแฟรนไชส์ซี

การทำธุรกิจแฟรนไชส์ไม่เหมือนกับการลงทุนในหุ้นทั่วๆ ไป ที่เอาเงินมาซื้อก็จบกันไป แฟรนไชส์ซีนอกจากจะลงทุนด้วยเงินแล้ว ยังต้องลงทุนด้วยแรงกาย แรงใจ และความทุ่มเทในการบริหารจัดการร้านให้ประสบความสำเร็จ มีความรู้ความเข้าใจระบบแฟรนไชส์เป็นอย่างดี อีกทั้งยังต้องไว้วางใจแฟรไชส์ซอร์ด้วย

ดังนั้น แฟรนไชส์ซีที่คุณเลือกเข้ามาต้องมีมาตรฐานด้วย อย่าเลือกเอาคนที่มีเงินลงทุนอย่างเดียว แต่ไม่มีความรู้เรื่องระบบแฟรนไชส์ดีพอ

ถ้าคุณคัดเลือกเอาแฟรนไชส์ซีเพียงเพราะเงินอย่างเดียว รับรองหายนะจะมาเยือนคุณทันที เพราะฉะนั้นระบบแฟรนไชส์จำเป็นต้องมีมาตรฐานทั้งแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซีด้วย

ee10

5.สร้างมาตรฐานให้แฟรนไชส์ซี

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว มาตรฐานแฟรนไชส์ที่จะเกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่เจ้าของแฟรนไชส์อย่างเดียว แต่ยังรวมถึงผู้ซื้อแฟรนไชส์จากคุณไปด้วย หลังจากที่คุณตัดสินใจขายแฟรนไชส์ไปแล้ว คุณจะต้องมีระบบการอบรม การบริหารจัดการร้าน การทำบัญชี การสั่งซื้อสินค้าและวัตถุดิบ การให้บริการ

รวมถึงระบบการปฏิบัติการต่างๆ ตามแบบร้านต้นแบบให้กับแฟรนไชส์ซีด้วย เพื่อสร้างมาตรฐานแฟรนไชส์ให้เป็นไปในทิศทางและรูปแบบเดียวกัน

ee6

6.การรับรองมาตรฐานแฟรนไชส์ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เมื่อกระบวนการแฟรนไชส์ทุกอย่างที่คุณสร้างขึ้นมาได้มีรูปแบบและมาตรฐานเดียวกันแล้ว คุณอาจจะต้องยื่นเรื่องต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ส่งเจ้าหน้าที่ทำการประเมินระบบธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณ เพื่อขอรับการรับรองมาตรฐานแฟรนไชส์ ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณมีความน่าเชื่อมากขึ้น อาจจะนำไปสู่การขยายสาขาไปต่างประเทศก็ได้

แต่ทั้งนี้ จริงๆ แล้ว ธุรกิจแฟรนไชส์จะมีมาตรฐานหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่ตราอย่างเดียว แต่อยู่ที่ตัวคุณเองด้วยมีมาตรฐานหรือไม่
กระบวนการตรวจประเมินมาตรฐานแฟรนไชส์แบบคร่าวๆ

สำหรับหลักเกณฑ์การประเมินมาตรฐานแฟรนไชส์ ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์จัดทำขึ้น มีขั้นตอนดังนี้

ee7

1.การประเมินตนเอง (Self Assessment Franchise Test)

คะแนนเต็มเท่ากับ 450 คะแนน จะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ 320 คะแนน โดยมีคำถามได้แก่ ข้อมูลแฟนไชส์, ความเชี่ยวชาญในธุรกิจ, การสร้างภาพพจน์องค์กร, อัตราการทำกำไรของธุรกิจ, ชื่อเสียงและแบรนด์, ภาวการณ์แข่งขันธุรกิจ, การจัดกลุ่มเป้าหมาย, ลักษณะเฉพาะของธุรกิจ, การบริหารจัดการองค์กรและการให้บริการ, งบประมาณของธุรกิจ และรูปแบบการจัดร้านค้า

ee9

2.ประเมินโดยนักวินิจฉัย (Total Quality Franchise Management)

คะแนนเต็มเท่ากับ 1,000 คะแนน คุณจะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ 668 คะแนน ซึ่งนักวินิจฉัยจะเข้าไปตรวจสอบ ณ สถานประกอบการ และสัมภาษณ์ทีมบริหารแฟรนไชส์นั้น ใน 7 หัวข้อหลักดังนี้

  1. การนำองค์กร
  2. การพัฒนากลยุทธ์
  3. การมุ่งเน้นที่ลูกค้าและตลาด
  4. การวัดวิเคราะห์ การจัดการความรู้
  5. การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล
  6. การจัดการกระบวนความรู้ และ
  7. ผลลัพธ์ทางธุรกิจ

โดยหลักเกณฑ์สำคัญของมาตรฐานแฟรนไชส์ ได้แก่

  • การนำองค์กร (120 คะแนน)
  • การวางแผนเชิงกลยุทธ์ (100 คะแนน)
  • การมุ่งเน้นลูกค้า (120 คะแนน)
  • การวัดวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ (80 คะแนน)
  • การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล (100 คะแนน)
  • การมุ่งเน้นการปฏิบัติการ (130 คะแนน)
  • ผลลัพธ์ทางธุรกิจ (350 คะแนน)

ee8

3.ประเมินโดยคณะกรรมการคัดเลือกแฟรนไชส์ไทยมาตรฐานคุณภาพ

เมื่อธุรกิจได้ผ่านการประเมินจากคะแนน SAFT และ TQFM จะมีคณะกรรมการตรวจสอบและพิจารณาเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนออกใบประกาศรับรองมาตรฐานคุณภาพแฟรนไชส์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

เห็นได้ว่ามาตรฐานระบบธุรกิจแฟรนไชส์จะเกิดขึ้นได้ กระบวนการแรกอยู่ที่แฟรนไชส์ซอร์ หรือเจ้าของธุรกิจเอง ที่ต้องทำให้ธุรกิจของตัวเองมีมาตรฐานให้ได้ ก่อนที่จะขยายสาขาและขายแฟรนไชส์ให้กับคนอื่น

โดยคุณต้องมีความตั้งใจ เอาใจใส่ รักในแบรนด์ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ระบบธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณมีมาตรฐานเอง ก่อนที่จะขอการรับรองมาตรฐานแฟรนไชส์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับแฟรนไชส์คุณ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ควรคำนึงในการทำธุรกิจแฟรนไชส์ให้อยู่รอด นอกจากการสร้างมาตรฐานแฟนไชส์แล้ว คือ คุณในฐานะแฟรนไชส์ซอร์ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับแฟรนไชส์ซี หากแฟรนไชส์ซอร์จะหวังรวยอยู่ข้างเดียวปล่อยให้แฟรนไชส์ซีซื้อสิทธิไปแล้วทิ้งขว้าง อนาคตของแฟรนไชส์ซอร์นั้นก็ไปได้ไม่นาน

ถ้าหากจะยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ให้มีมาตรฐาน ต้องยกระดับความสัมพันธ์จนกระทั่งให้เกิดความผูกพันกันได้ แฟรนไชส์ซอร์จะประสบความสำเร็จได้เมื่อแฟรนไชส์ซีประสบความสำเร็จแล้ว นี่คือเกณฑ์มาตรฐานแฟรนไชส์ ที่ยอมรับกันทั่วโลก

สำหรับใครที่อยากรู้ว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ที่คุณทำอยู่นั้น ได้มาตรฐานหรือไม่ เชิญมาลองทดสอบทำแบบประเมินมาตรฐานแฟรนไชส์ได้ที่ goo.gl/rYMJzE

[Total: 0    Average: 0/5]

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไชส์

Main Sponsors

Happy Sponsors