อย่าประมาท! เจ้าของธุรกิจต้องเตรียมตัวรับมือปี 2566 ภาวะเศรษฐกิจขาลงรุนแรงทั่วโลก

ใกล้จะสิ้นปี 2565 จะเริ่มต้นปี 2566 หลายคนมองว่า ภาวะเศรษฐกิจของไทยจะดีขึ้นกว่าปี 2565 โดยมีปัจจัยมาจากสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศเริ่มดีขึ้น เนื่องจากรัฐบาลเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศมากขึ้น อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศเริ่มคลี่คลาย กิจกรรมต่างๆ กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ

แต่รู้หรือไม่ว่าในมุมองมองของนักเศรษฐศาสตร์ รวมถึงนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจโลก มองว่า ปัญหาเศรษฐกิจจะมีความรุนแรงและชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2566 โดยภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระดับโลกนี้

ถือว่ามีความรุนแรงและจะเป็นการเกิดขึ้นมาก่อน โดยสัญญาณของปัญหาเศรษฐกิจที่จะได้เห็น คือ การเริ่มปลดพนักงานของบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ และยุโรป ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่หลายประเทศที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและการเงินและต้องเข้าขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

อย่าประมาท

เมื่อถามว่า ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักลงทุน รวมถึงประชาชนทั่วไป จะเตรียมตัวรับมือวางแผน และ อย่าประมาท อย่างไรกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2566 วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com มีความข้อมูลจากนักเศรษฐศาสตร์รวมถึงนักวิชาการที่เกี่ยวข้องมานำเสนอให้ทราบคับ

เมื่อนักธุรกิจชั้นนำของโลกรวมถึงนักเศรษฐศาสตร์หลายคนในเมืองไทย ได้ส่งสัญญาณออกมาในแนวทางเดียวกัน โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจโลกในปลายปี 2565 และช่วงปี 2566 จะเกิดปัญหาเศรษฐกิจถดถอย

โดยเฉพาะประเทศที่เป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา และหลายประเทศทางยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษ จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าครองชีพสูง ต้นทุน-วัตถุดิบในการการผลิตสูงขึ้น

12

เมื่อปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบในปี 2566 ผู้ประกอบการ นักธุรกิจต้องเตรียมตัวในเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนภาคประชาชนต้องประหยัดมากขึ้น อะไรที่ไม่จำเป็นต้องระงับการใช้ข่ายออกไปก่อน เพื่อ Save เงินเอาไว้ให้มากที่สุด จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เพราะโดยปกติเมื่อเกิดวิกฤตเงินต้องเตรียมสำรองไว้เป็นรายจ่ายจากปกติ 6 เดือน อาจต้องเพิ่มเป็น 12 เดือน ดังนั้น ประชาชนต้องเตรียมเสบียง ต้องประหยัดอดออม หากเกิดวิกฤตในปี 2566 จะอยู่รอดได้ เพราะสภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจจะยาวนานไปจนถึงปี 2567 หลังจากนั้นจะเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤติของตลาดเกิดใหม่

13

อย่างไรก็ดี สำหรับข้อดีในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอย คือ เรื่องของสินค้าบริโภค-อุปโภคราคาจะถูกลง นักลงทุนรวมถึงประชาชนที่ต้องการจะสร้างบ้าน สร้างอสังหาริมทรัพย์ในปี 2566 จะได้ซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในการก่อสร้างจะราคาถูกกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากประเทศจีนมีความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจมากขึ้น เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีสินค้าจากจีน เช่น เหล็กต่างๆ ก็จะทยอยไหลออกมาทำให้ถูกลง ตรงนี้ถือเป็นข่าวดีกับคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ให้ข้อมูลเศรษฐกิจผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า วิกฤตจากภาคการเงิน จะลามสู่ธุรกิจที่แท้จริงในปี 2566 จะเป็นเรื่องของตลาดจริง เช่นเรื่องการส่งออก การผลิตที่จะกระทบ จากข้อมูลนี้ทุกคนจะเตรียมการให้ดี เพราะว่าประเทศไทยอยู่ในฐานะที่ดี

14

แต่ประชาชนรวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจต้องเตรียมการ เหมือนน้ำมาแล้วให้อยู่ในที่ดอน แต่ถ้าน้ำมามากก็ต้องเตรียมกระสอบทราย อย่าไม่ประมาท เติมทรายใส่กระสอบเอาไว้ ถ้าไม่เติมเอาไว้พอน้ำมาอาจจะท่วมบ้านได้ โดยสถานการณ์ในปลายปี 2565 จะเริ่มหนักขึ้นในปี 2566 ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนต้องเตรียมการให้ดี

ดร.กอบศักดิ์ ยังให้ข้อมูลถึงปัจจัยกระทบการลงทุนในปี 2566 คือ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์, ความผันผวนของตลาดการเงินม การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT), การชะลอตัวและถดถอยของเศรษฐกิจทั่วโลก, ปัญหาเศรษฐกิจจีน และการเกิดวิกฤติการเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

0

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ https://bit.ly/335phDi
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter

แหล่งข้อมูล https://bit.ly/3usmdLPhttps://bit.ly/3BfX0rU

อ้างอิงจาก https://bit.ly/3Pc4FwQ

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไชส์