5 เทคนิคขายของตามเทศกาลให้มีกำไร! ในยุคที่คนประหยัด

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เทศกาลตรุษจีนในปี 2562 ผู้คนจะเน้นประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น คาดการณ์ว่ามูลค่าในการซื้อขายสินค้าอยู่ที่ 13,560 ล้านบาท

ถือว่าใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาเกิดจากสถานการณ์แวดล้อมหลายปัจจัยที่ทำให้คนเราเน้นประหยัดมากขึ้น แต่ตรุษจีน ก็ยังเป็นตรุษจีน เพราะนี่คือเทศกาลที่ยังยิ่งใหญ่เสมอ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือปรับตัวรับมือกับการใช้จ่ายที่น้อยลง

ซึ่ง www.ThaiSMEsCenter.com มีแนวทางของการขายสินค้าตรุษจีนในช่วงที่คนอยากประหยัดเอามาฝากให้ลองพิจารณากัน

1.ปรับสินค้าในสต็อคให้เหมาะสม

ในยุคที่คนประหยัด

ภาพจาก https://goo.gl/x9sA4A , https://goo.gl/kX3g3y

อุปสงค์กับอุปทานต้องสองคล้องกัน ตรุษจีนปีนี้คาดการณ์ว่าลูกค้าจะมีการปรับลดงบประมาณด้านเครื่องเซ่นไหว้ลง และอาจมีผลกระทบต่อปริมาณความต้องการสินค้า

จึงอาจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการค้าปลีกควรพิจารณาวางแผนร่วมกับ Supplier ในการวางแผนการจัดส่งหรือสต็อกสินค้า ที่มีความยืดหยุ่นพอเหมาะกับความต้องการ

โดยอาจวางแผนทยอยส่งสินค้าทีละล็อตเพื่อทดสอบตลาด และพร้อมที่จะเพิ่มปริมาณจัดส่งได้ทันทีหากความต้องการปรับเพิ่มขึ้น อันเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่ดีกว่าการมีสินค้ามาสต็อคแต่ขายไม่หมด กลายเป็นทุนจมอยู่กับสินค้า

2.ใช้มาตรการภาครัฐช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย

jj9

ภาพจาก https://goo.gl/NVxCM9

โดยเฉพาะในเรื่องมาตรการคืนภาษีที่แม้ว่า ค้าปลีกอย่างพวกเครื่องเซ่นไหว้จะไม่ได้รับประโยชน์มากนักเพราะส่วนใหญ่เป็นการซื้อผ่านตลาดสดใกล้บ้านที่ยังไม่มีระบบชำระเงินผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด

แต่จะมีประโยชน์อย่างมากในธุรกิจค้าปลีกต่างๆ เช่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไอที ของใช้ส่วนตัว ในการเพิ่มยอดขายทั้งจากคนไทยเชื้อสายจีน และประชาชนทั่วไป

ในช่วงตรุษจีนไปจนถึงช่วงหลังเทศกาลตรุษจีนสิ่งสำคัญคือการเร่งโฆษณาประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมให้ลูกค้าทราบว่าธุรกิจของเราเข้าข่ายที่จะใช้ประโยชน์จากการคืนภาษีได้

3.เจาะตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น

jj12

ภาพจาก https://goo.gl/v9zL5N

ลูกค้ายุคใหม่หันมาใช้ตลาดออนไลน์มากขึ้น การค้าขายของเราก็จำเป็นต้องปรับตัวตาม ยิ่งในยุคที่คนประหยัดทั้งเวลาและเงิน การซื้อสินค้าส่วนมากจะอยู่ในโลกออนไลน์

ดังนั้นเราต้องพัฒนาช่องทางนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูจากบรรดาร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ทั้งหลายไม่ว่าจะบิ๊กซี โลตัส หรือแม้แต่ร้านค้า ร้านอาหารใหญ่ๆ ก็มีช่องทางออนไลน์

รวมถึงมีบริการจัดส่งแบบเดลิเวอรี่ให้อีกด้วย เป็นอีกหนึ่งการตลาดในยุคประหยัดที่ได้ผลดี เพราะการทำตลาดออนไลน์ไม่มีต้นทุนที่สูงนักแต่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างดี

4.โปรโมชั่นยังเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ตาย

jj13

ภาพจาก https://goo.gl/DQSM2B

การตลาดแบบพื้นฐานคือการจัดโปรโมชั่น เรียกว่าถ้าคิดถึงการกระตุ้นยอดขายก็ต้องหาโปรโมชั่นเจ๋งๆ มาใช้ ทั้งลด แลก แจก แถม หรือซื้อก่อนผ่อนทีหลัง สิ่งเหล่านี้มีผลต่อการตัดสินใจของคนซื้อ

การซื้อสินค้ายุคนี้ลูกค้าจะเน้นที่ความคุ้มค่าที่เหมาะสมกับราคา เราจะเห็นว่าห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่มักจับมือเป็นพันธมิตรกับบัตรเครดิตต่างๆ

เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าใช้จ่ายแล้วก็จะมีของแถม ส่วนลด หรือบัตรกำนัล มอบให้ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่า จึงกล้าที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการได้แบบไม่ลังเล

5.จัดสินค้าให้เหมาะกับคนยุคใหม่

jj11

ภาพจาก https://goo.gl/zsDByR

ต้องยอมรับว่าคนรุ่นใหม่ไม่เคร่งครัดทางประเพณีเท่าคนรุ่นเก่าก่อน กลุ่มนี้จึงมองหาวัตถุดิบเครื่องเซ่นไหว้ให้เข้ากับสถานการณ์หรือรสนิยมของตนเอง อาทิ การปรับเปลี่ยนเครื่องเซ่นไหว้ให้เหมาะกับสุขภาพมากขึ้น

อาทิ เพิ่มอาหารทะเลจากเดิมที่เน้นเป็ด ไก่ หมูหรือการใช้ขนมรูปแบบที่ชอบแทนขนมเทียน/ขนมเข่ง หรือขนมถ้วยฟูแบบเดิม นอกจากนี้อาจมีการปรับลดจำนวนการเผากระดาษเงินกระดาษทองที่เป็นมลพิษลงด้วย

ดังนั้นการจัดชุดเครื่องเซ่นไหว้อาจนำเสนอชุดเซ่นไหว้เล็กๆ แต่มีการเพิ่มสินค้าทดแทนเครื่องเซ่นไหว้ดั้งเดิม ตามรสนิยมของแต่ละคน ซึ่งเครื่องเซ่นไหว้ชุดเล็กยังอาจเหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่

ที่พักอาศัยอยู่ตามคอนโดมิเนียมที่สามารถนำไปไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ได้อันเป็นการลดข้อจำกัดด้านที่พักไม่อำนวยได้ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มคนรุ่นใหม่ถือเป็นตลาดที่มีกำลังการซื้อสูงและจะขึ้นมาทดแทนคนรุ่นเก่าในอนาคต

การขายสินค้าตามเทศกาลผู้ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจรู้ดีว่าไม่ควรสต็อคสินค้าไว้เยอะ เพราะเทศกาลมาแล้วก็ไป ช่วงเวลาไม่นาน การตุนสินค้าจำนวนมาก

อาจส่งผลเสียที่ดีกว่าผลดี ดังนั้นวิธีการคือยืดหยุ่นและปรับตัวใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับความต้องการลูกค้า ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนและมีโอกาสเห็นกำไรได้ง่ายขึ้น


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S

[Total: 0    Average: 0/5]

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors