5 กลยุทธ์สื่อดิจิตอลสร้างกำไรของ Starbuck

อาจไม่ใช่เรื่องง่ายหากจะบอกว่าจะผลักดันให้สินค้ากลายเป็น แบรนด์ระดับโลก บางคนบอกว่างานนี้ต้องทุ่มเงินมหาศาลหรือบางคนบอกว่าต้องจ้างนักการตลาดระดับโลกเท่านั้น มองในด้านความจริงก็อาจจะเป็นเช่นนั้น

แต่ในทางกลับกันเราต้องไม่ลืมว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคของเทคโนโลยี ซึ่งถือว่าหากเราใช้เรื่องนี้ให้เป็นจะช่วยเสริมประสิทธิภาพธุรกิจเราได้มากในขณะที่ใช้งบประมาณน้อยกว่าที่คิดด้วย

www.ThaiSMEsCenter.com มีตัวอย่างอันน่าสนใจจากแบรนด์ร้านกาแฟระดับโลกอย่าง Starbucks ที่สามารถพัฒนาบริษัทที่เริ่มจากร้านกาแฟคูหาเดียวในตลาด Pike Place ย่าน Seattle เมื่อราวปี 1990 กลายเป็นที่นิยมระดับโลก มีสาขากว่า 2.4 หมื่นสาขาใน 70 ประเทศทั่วโลก

ด้วยการใช้กลยุทธ์ทางเทคโนยีอย่างสร้างสรรค์ในการทำตลาดช่วงที่ผ่านมา เป้าหมายสำคัญของ Starbucks มุ่งสร้างตลาดเพื่อให้กลายเป็น One Stop Service ด้านกาแฟ และต่อไปนี้คือ 5 แนวทางเทคโนโลยีที่ Starbucks ได้นำมาใช้และครองใจผู้คนทั่วโลกได้อย่างไม่รู้ตัวทีเดียว

1.ร้านกาแฟรายแรกของสหรัฐที่ให้บริการ Wi-Fi hot spots

แบรนด์ระดับโลก

ภาพจาก goo.gl/qnb3aa

นอกจากกาแฟจะรสชาติดีแล้ว Starbucks ในปี 2001 ถูกยกให้เป็นร้านกาแฟน่านั่งเพราะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน หนึ่งในนั้นคือ Wi-Fi hot spots ซึ่งพวกเขาถือเป็นเจ้าแรกที่ริเริ่มนำมาบริการให้แก่ลูกค้าฟรี และจุดเล็กๆ น้อยๆ

แต่สำคัญยิ่งคือ Starbucks มีนโยบายในการติดตั้งปลั๊กไฟสำหรับใช้งานโน้ตบุ๊คและอื่นๆ อย่างทั่วถึง ทำให้ลูกค้าไม่ต้องรำคาญใจที่ต้องไปแชร์จุดเสียบปลั๊กกับลูกค้าท่านอื่น ปัจจุบัน Starbucks ของสหรัฐพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการติดตั้งจุดชาร์ตมือถือแบบไร้สายของ Duracell เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้ามากขึ้นไปอีกระดับ

2.การชงกาแฟแบบดิจิตอล

ui5

ภาพจาก goo.gl/mQNsQE

กาแฟที่เราเห็นชงกันดาษดื่น แท้จริงแล้ว Starbucks ลงทุนกับมันมหาศาลเพราะในปี 2008 Starbucks ซื้อกิจการบริษัท Coffee Equipment Co., ซึ่งมีนวัตกรรมการชงกาแฟทีละแก้วได้อย่างแม่นยำที่เรียกว่า “Clover” เทคโนโลยีนี้คำนวณการทำงานของเครื่องชงกาแฟเพื่อควบคุมอุณหภูมิของน้ำร้อนให้ร้อนในแบบอุดมคติ

สร้างรสชาติที่หอมละมุ่นแบบที่คอกาแฟทั่วโลกติดใจ และยังคำนวณเวลาที่เหมาะสมที่ควรให้ก้นแก้วสัมผัสกับน้ำร้อนและความแรงของน้ำร้อนระหว่างปล่อยให้ไหลจากเครื่องชงกาแฟ นอกจากนี้ระบบ Clover ยังเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายของ Starbucks ทำให้ Starbucks สามารถเปลี่ยนอัลกอริธึมของเครื่องได้เสมอ เรียกว่าเป็นการเก็บรายละเอียดทุกเม็ดจริงๆ

3.รุกเข้าสู่ตลาดโซเชี่ยล

opp1

ภาพจาก goo.gl/ZpUev6

snapshot ยกให้แบรนด์ Starbucks เป็นขวัญใจของชาวโซเชียลมีเดียโดยนับจากจำนวน followers และ subscribers ไม่เพียงเท่านั้น เว็บเพจของ Starbucks บน Facebook, Twitter และ Foursquare ก็ดังเป็นพลุแตกมีผู้เข้าไปเยี่ยมชมและเป็นแฟนคลับมากมาย

Adage วิเคราะห์ว่าความสำเร็จของ Starbucks บนโลกโซเชียลมีเดียนั้นเกิดจากความสามารถในการดึงผู้ใช้เข้ามายังร้านให้กลายเป็นลูกค้าตัวจริง ผ่านการเปิดพื้นที่ให้พวกเขาแสดงความคิดเห็น ให้ฟีดแบค และร่วมกิจกรรมสนุกๆ ในบรรยากาศเป็นกันเอง

4.มุ่งหน้าสู่ระบบดิจิตอลเต็มตัวกับแอพฯ และเน็ตเวิร์คส่วนตัว

ui2

ภาพจาก goo.gl/qnb3aa

หลังจาก Starbucks ได้ทดลองโปรแกรมมานานกว่า 2 ปี ในที่สุดในช่วงต้นปี 2011 Starbucks ก็ปล่อยบริการจ่ายเงินผ่านแอพพลิเคชั่นไปทั่วประเทศ รองรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟน iPhone, Android และ Blackberry ระยะแรกเปิดให้ใช้งานใน 9 พันร้านสาขาทั่วสหรัฐฯ

วิธีการใช้งานก็ไม่ยากเย็น แค่เป็นสมาชิก Starbucks และกรอกหมายเลขบัตรลงในแอพฯ ระบบจะสร้างแอดเคาท์ของคุณขึ้นมาและคุณก็เพียงเติมเงินเข้าระบบเพื่อสั่งกาแฟ รับของรางวัล และเปิดแผนที่หาร้าน Starbucks ใกล้ตัว อีกการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่ทำให้ Starbucks กลายเป็นสถานที่นัดหมายยอดนิยมขึ้นไปอีกคือการสร้าง Starbucks Digital Network

ซึ่งเป็นเครือข่ายรวบรวมข่าวสาร ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ที่ทีมงานคัดสรรมาเอง โดยในตอนนั้นพวกเขาร่วมมือกับ Yahoo! เพื่อคัดเลือกคอนเทนต์ระดับพรีเมียมจากคอนเทนต์โพไวเดอร์ชื่อดังอย่าง USA Today, Wall StreetJournal หรือ ESPN

โดยเมื่อเราเชื่อมต่อแล็บท็อบ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนผ่าน Wi-Fi ก็จะพบหน้า landing page ที่เป็นหน้าคอนเทนต์ของ Starbucks หากล็อคอินด้วยรหัสสมาชิกของ Starbucks ก็สามารถเข้าถึงเนื้อหาพรีเมียมได้เพิ่มเติมมากมาย

5.ก้าวสู่ความล้ำสมัยด้วย AI barista

ui3

ภาพจาก goo.gl/5A59g2

หลังจากชิมลางกับโลกดิจิตอลโดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นมาหลายปี ในที่สุด Starbucks ก็ร่วมกับ Amazon Alexa ประกาศโมบายแอพฯ My Starbucks Barista ส่วนอัพเดทเพิ่มจาก Starbucks Order & Pay ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสั่งเครื่องดื่มออนไลน์ให้ไปส่งถึงที่ได้ผ่านแอพฯ โดย My Starbucks Barista

ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ (AI) ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มด้วยเสียงหรือข้อความผ่านทางแอพพลิเคชั่นได้อย่างรวดเร็ว เมื่อรับออร์เดอร์บาริสต้าอัจฉริยะจะถามความต้องการเฉพาะของคุณเช่น

เพิ่มช็อตไหม หวานน้อยหวานมาก เพิ่มท็อปปิ้งอะไร และฯลฯ จากนั้นก็จะรวบรวมออกมาเป็นเมนูให้คุณคลิกคอนเฟิร์มอีกครั้ง และไม่เพียงบริการครบครัน บาริสต้าอัจฉริยะยังสามารถพูดหยอกล้อกับลูกค้าสร้างบรรยากาศเป็นกันเองได้เหมือนคุณกำลังนั่งทานกาแฟอยู่ที่ร้านไม่ผิดเชียว

อย่างไรก็ตาม เราพอมองเห็นว่าการใช้เทคโนโลยีของ Starbucks ไม่เน้นนำเข้าเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด แต่เน้นสิ่งที่ตอบวิสัยทัศน์ของร้านคือการเป็น One Stop Service ทางด้านกาแฟ ดังนั้น พวกเขาจึงเลือกใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน เช่น ให้บริการ Wi-Fi เพิ่มจุดเสียบปลั๊กไฟซึ่งมองเผินๆ ไม่น่าตื่นเต้น

แต่เทคโนโลยีและอุปกรณ์มากมายเหล่านี้กลับครองใจผู้บริโภคให้รู้สึกเหมือนว่าพวกเขาเป็นลูกค้าคนสำคัญของ Starbucks ผลคือการตราตรึงแบรนด์ในใจทำให้เกิดฐานลูกค้าสำคัญมากมายและนั่นก็ดูเหมือนจะเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดูเหมือนจะง่ายแต่หลายแบรนด์กลับทำไม่ได้เหมือน Starbucks และถ้าเรากำลังเริ่มต้นทำธุรกิจอย่างจริงจังลองดูกลยุทธ์เหล่านี้เป็นตัวอย่างน่าจะทำให้การลงทุนนั้นประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมายไว้ให้ทุกท่านพิจารณากันตามความเหมาะสม ดูรายละเอียด goo.gl/Io5k2S

ขอบคุณข้อมูลจาก goo.gl/fjVFDM

[Total: 0    Average: 0/5]

peak-goe

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors