3 วิธีเปลี่ยนเป้าหมายให้กลายเป็นจริง

เชื่อว่าทุกคนมี ความฝัน ทุกคนอยากให้ฝันที่คิดนั้นกลายเป็นจริง แต่ในโลกของความเป็นจริงมีสักกี่คนที่จะประสบความสำเร็จตามที่ใจคิด ถ้าชื่อของ Mark Zuckerburg ผู้ก่อตั้ง FB,

Bill Gates ผู้ก่อตั้ง Microsoft, Steve Jobs ผู้ก่อตั้ง Apple หรือ Travis Kalanick ผู้ก่อตั้ง Uber เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากมีฝันที่กลายเป็นจริงสิ่งที่เราควรเรียนรู้จากคนเหล่านี้ไม่ใช่ว่าเขาประสบความสำเร็จได้อย่างไร แต่เราควรศึกษาว่าคนเหล่านี้เขามีอะไรที่เหมือนกัน

www.ThaiSMEsCenter.com ต้องการให้ทุกคนมีฝันที่เป็นจริงแต่ในความเป็นจริงอีกเช่นกันก็ต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องยาก คนที่จะทำได้ไม่ใช่แค่มีเงินมีสมองแต่เขาต้องมีความพยายามอย่างมากถึงมากที่สุด พร้อมกันนี้ลองมาดู 3 วิธีในการเปลี่ยนฝันที่ใจคิดให้กลายเป็นจริงจะต้องเริ่มทำอย่างไรบ้าง

1.มีเป้าหมายที่ชัดเจนและต้องเป็นสิ่งที่เราอยากทำจากใจจริง

ความฝัน

คุณต้องไปสำรวจตัวเองอย่างลึกซึ้งว่าแท้ที่จริงแล้วเราต้องการอะไรในชีวิต คุณต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่ยังเด็กเพื่อให้เลือกเดินไปบนเส้นทางที่ตัวเองต้องการได้อย่างถูกต้อง

หากคิดจะเป็นหมอก็ต้องพยายามเรียนให้เก่ง ภาษาอังกฤษให้ดี อยากเป็นทหารก็ต้องเรียนให้เก่งเช่นกัน และต้องขยันออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรงด้วย

ซึ่งไม่ว่าคุณต้องการทำอะไร “เป้าหมาย” เป็นสิ่งที่สำคัญเสมอ ถ้าคิดจะเดินไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางข้างหน้าคืออะไร ก็ดูเป็นเรื่องที่เปลืองแรงเอาการ และแม้จะมีเป้าหมายก็ต้องชัดเจนว่านั่นคือเป้าหมายจริงๆ ในชีวิตของเรา จะได้วางแผนสิ่งที่ต้องทำ “ตามลำดับ” ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน

ที่สำคัญคือวินัยในตัวเองที่จะเป็นกรอบกำหนดให้เราไม่ออกนอกลู่นอกทาง มีเป้าหมายอย่างเดียวไปถึงฝันที่ต้องการไม่ได้ ต้องมีความพยายามและตั้งใจสุดฤทธิ์ ยิ่งเราไม่ใช่คนเก่ง

ยิ่งต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเป็น 2-3 เท่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่อยู่เหนือความพยายาม อย่าเชื่อว่าเทวดาได้ขีดเขียนเส้นทางเดินมาให้เรา เพราะนั่นคือคำปลอบใจของคนที่ไม่สู้ แต่ถ้าเราสู้เราพยายาม เส้นทางเดินตามฝันของเราเราสร้างเองได้

2. เดินไปทีละก้าวอย่างมั่นคง

ii4

ชีวิตเราก็เหมือนการเดินขึ้นตึกด้วยบันได ส่วนจะสูงกี่ชั้นอย่างไรมันก็ขึ้นอยู่กับความฝันที่เราคิด แต่ทุกคนต้องเริ่มจากขั้นแรก การเปลี่ยนเป้าหมายให้กลายเป็นจริง

ไม่มีสูตรลัดแบบก้าวกระโดด ในชีวิตเราไม่สามารถกระโดดจากชั้น 1 ไปถึงชั้น 10 ได้ฉันใด เป้าหมายในชีวิตของเราก็ไม่สามารถกระโดดทีเดียวถึงได้ฉันนั้น

ดังนั้นโฟกัสไปทีละก้าว เติบโตไปทีละขั้น กว่าจะถึงเป้าหมายสิ่งที่ต้องแลกมาคือความเหนื่อยล้า แต่สิ่งที่ได้มาเหมือนกันก็คือประสบการณ์ในแต่ละก้าว ปัญหาในแต่ละขั้นที่เราเจอ สิ่งเหล่านี้จะช่วยหล่อหลอมตัวตนของเราให้แข็งแกร่งได้มากขึ้น ซึ่งแม้จะมีเป้าหมายเดียวกันแต่อุปสรรคของแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

ดังนั้นไม่มีสูตรสำเร็จสอนกันได้ว่าควรใช้วิธีไหนเพื่อก้าวไปถึงเป้าหมาย แต่ละคนต้องเรียนรู้ในเส้นทางของตัวเอง และควรก้าวไปอย่างช้าๆ ตามขั้นตอนจาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 3

และหากเราเพิ่งเริ่มตั้งเป้าหมายขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งไปมองถึงจุดสูงสุดให้มองที่ขั้นแรกที่เราควรไปให้ถึงและพยายามทำตรงนั้นให้ได้ก่อน เพราะหากขั้นแรกยังทำไม่ได้ เป้าหมายสูงสุดเราก็ไม่มีทางทำได้เช่นกัน

3.มอบรางวัลให้กับตัวเองในความสำเร็จขั้นต่างๆ

ii5

จากที่กล่าวมาว่าให้โฟกัสไปทีละขั้นมองการก้าวไปข้างหน้าอย่างเป็นสเต็ป ความพยายามเป็นสิ่งที่เราควรมี พอๆกับกำลังใจที่เราก็ควรมีเช่นกัน คำถามคือกำลังใจเราจะหาจากที่ไหน

ถ้าคุณไม่มีใครรอบตัว ไม่มีใครสนับสนุนในเป้าหมายที่อยากจะเป็น กำลังใจที่ดีที่สุดก็คือตัวเราเอง การที่จะก้าวไปถึงจุดสูงสุดนั้นเราต้องผ่านอุปสรรคและขั้นตอนต่างๆ

เราต้องก้าวทีละขั้นและเมื่อสำเร็จในแต่ละขั้นเราก็ควรมีการให้ “รางวัลตัวเอง” ในฐานะที่พยายามจนเข้าใกล้ความจริงได้มากขึ้น การให้รางวัลกับตัวเองเป็นผลทางจิตวิทยาที่ทำให้รู้สึกว่า “ฉันก็ทำได้” “ฉันยังทำได้ดียิ่งขึ้นกว่านี้”

จะเป็นการจุดไฟให้ลุกโชนและดึงตัวเองให้ไปอยู่ในจุดที่สูงยิ่งกว่า ยกตัวอย่างเช่นอยากเป็นนักบิน ขั้นแรกคือต้องเรียนหนังสือให้เก่ง สอบให้ได้คะแนนดีๆ

หากเราทำได้ก็ควรให้รางวัลตัวเองในขั้นแรก ขั้นต่อมาคือการเรียนภาษาอังกฤษให้เก่ง พูดอ่านเขียนให้ชำนาญ ถ้าทำได้เราก็ให้รางวัลตัวเองในขั้นที่ 2 จนถึงเมื่อเลือกสอบเข้าโรงเรียนการบินและทำได้ก็ถือเป็นความพยายามในขั้นที่ 3 จากนั้นก็คือพยายามเรียนให้จบ ซึ่งถือเป็นความพยายามที่ใกล้ความจริง หากเรียนจบได้เป็นนักบินก็คือสำเร็จในเป้าหมายสูงสุดที่วางไว้

แต่หลายครั้งที่ไฟแห่งความฝันกลับถูกดับให้มอด หลายคนไฟลุกโชนแค่เสี้ยวเวลาหนึ่ง แต่เมื่อเจออุปสรรคเจอความลำบาก ความไม่มั่นคงของจิตใจพาตัวตนของเราให้ไขว่เขว และสุดท้ายก็หลุดไปจากกรอบความฝันที่ตัวเองตั้งใจและหลอกตัวเองว่าสิ่งนั้น

สิ่งนี้ ไม่เหมาะกับเรา เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นสิ่งนั้น สิ่งนี้ ทั้งที่จริงธรรมชาติมอบชีวิต มอบร่างกาย หนึ่งสมอง สองแขน สองขา เท่าเทียมกันแต่ที่มีไม่เท่ากันคือความพยายาม ใครที่ก้าวไม่สำเร็จอย่างใจคิดจึงไม่ควรโทษโชคหรือชะตาแต่ควรพิจารณาตัวเองว่าทำดีที่สุดแล้วรึยัง


SMEs Tips

  1. มีเป้าหมายที่ชัดเจนและต้องเป็นสิ่งที่เราอยากทำจากใจจริง
  2. เดินไปทีละก้าวอย่างมั่นคง
  3. มอบรางวัลให้กับตัวเองในความสำเร็จขั้นต่างๆ

สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมาย ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S

ภาพจาก pixabay.com

[Total: 0    Average: 0/5]

peak-goe

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors