10 เรื่องจริงที่คุณไม่เคยรู้! Dairy Queen

Dairy Queen ในประเทศไทย ถือครองลิขสิทธิ์โดย บริษัท Minor Internation มีการเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลลาดพร้าวในเดือนมิถุนายน ปี 1997 จนถึงตอนนี้มี Dairy Queen ในประเทศไทยกว่า 445 สาขา

และมีรายได้ในปี 2017 อยู่ที่ 2,442 ล้านบาท ซึ่ง Dairy Queen ถือเป็นแบรนด์ที่มีมายาวนานและเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยระบบแฟรนไชส์

ซึ่ง www.ThaiSMEsCenter.com เชื่อว่าบางเรื่องที่เรารู้ดีเกี่ยวกับแบรนด์นี้แต่ก็มีอีกหลายเรื่องที่เราไม่เคยรู้วันนี้เราจะมารู้พร้อมกัน

1.จุดเริ่มต้นของ Dairy Queen

ในประเทศไทย

ภาพจาก goo.gl/ax1FXQ , goo.gl/yjoEpR

ในปี 1983 John Fremont McCullough และลูกชายได้ร่วมกันคิดค้นสูตรไอศกรีมขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นการผลิตสดใหม่จากเครื่องทำให้ได้ไอศกรีมที่เนื้อนุ่มเป็นพิเศษแตกต่างจากไอศกรีมแบบแท่งที่เนื้อส่วนใหญ่จะแข็ง

จากนั้นเขาลองเอาไปฝากขายในร้านไอศกรีมปรากฏว่าขายได้ถึง 1,600 ถ้วยภายในเวลา 2 ชั่วโมง ในอีก 2 ปีต่อมา John Fremont McCullough ได้เปิดร้าน Dairy Queen แห่งแรกในรัฐอิลินอยเมื่อปี 1940

2.ทำไมต้องชื่อ Dairy Queen

d4

ภาพจาก goo.gl/LC8NwP

ชื่อนี้เกิดจากความมั่นใจในรสชาติของไอศกรีม และผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าทำให้เขายิ่งเชื่อมั่นว่าไอศกรีมของเขาเหมือนเป็นราชินีของไอศกรีมทั้งปวง จึงได้กลายมาเป็นชื่อ Dairy Queen จนถึงปัจจุบันนี้

3.มีเมนูไม่ฮิตและถูกลบทิ้งไป

d5

ภาพจาก goo.gl/6yN97N

เป็นเรื่องธรรมดาของธุรกิจที่เปิดตัวมายาวนานย่อมต้องมีสินค้าทั้งที่ถูกใจลูกค้าและไม่ถูกใจ อย่าง Dairy Queen Frozen Yogurt ที่เปิดตัวมาในปี 1990

เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าที่ต้องการทานไอศกรีมแบบมีแคลลอรี่น้อย แต่ผลปรากกฎว่า ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าทำให้ Dairy Queen ลบเมนูนี้ทิ้งไปจากร้านในปี 2001

4.ร้านแบบดั้งเดิมยังมีอยู่

d6

ภาพจาก goo.gl/PAC6JB

ในคำว่าธุรกิจเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านให้มีความทันสมัยตามยุคสมัย แต่สำหรับ Dairy Queen ยังมีบางร้านที่คงคอนเซปต์เดิมไว้ตั้งแต่อดีตทุกประการนั้นคือ Dairy Queen สาขา Port Colborne ,Ontorio ประเทศแคนาดา เป็นร้านดั้งเดิมที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1953 ที่ยังคงดีไซน์หน้าร้านแบบเดิมไว้ทุกประการ

5.Dairy Queen ไม่ใช่เจ้าของแนวคิด “คว่ำถ้วย”

d8

ภาพจาก goo.gl/UgFm3o

ถ้าเราไปซื้อไอศกรีม Dairy Queen Blizzard พนักงานจะต้องคว่ำถ้วยอันเป็นเอกลักษณ์ที่เราคุ้นเคยดีแต่แนวคิดนี้กลับไม่ได้มาจาก Dairy Queen แต่แนวคิดนี้มาจากร้านที่ไอศกรีมที่ชื่อว่า Ted Drewes ที่ก่อตั้งในปี 1929 ในรัฐเซนต์หลุย สหรัฐอเมริกา โดยร้านนี้ได้ทำการเสิร์ฟ Frozen Custard แบบกลับหัวให้ลูกค้า เพราะแบรนด์ของพวกเขาโฆษณาว่า “Frozen Custard ของเราข้นมากๆ ข้นแบบคอนกรีตก็ว่าได้”

สร้างความแปลกใจให้ Dairy Queen ที่เห็นว่า Ted Drewes เป็นแค่ร้านเล็กๆไม่ได้ทำการตลาดมากมาย แต่มีลูกค้าประจำ และสามารถสู้กับร้านใหญ่ๆได้สบาย ด้วยเหตุนี้ไอเดียคว่ำถ้วยของ Ted Drewesจึงได้ถูกนำมาใช้เกิดเป็น Blizzard เมนูไอศกรีมถ้วยที่โด่งดัง แต่ทาง Dairy Queen ก็ให้เครดิตนี้แก่ร้าน Ted Drewes ทุกครั้งที่มีคนถามถึงที่มาของการคว่ำถ้วย

6.แนวคิด “คว่ำถ้วย” ที่แท้จริงมาจากอะไร

d7

ภาพจาก goo.gl/qECtFC

พอเรารู้ว่าไอเดียคว่ำถ้วยมาจากร้าน Ted Drewes ก็เลยอยากรู้ต่อว่า แล้ว Ted Drewes ไปเอาแนวคิดคว่ำถ้วยนี้มาจากไหน โดยเจ้าของร้าน Ted Drewes คือ Steve Gamber บอกว่า มีลูกค้าซึ่งเป็นเด็กเซ้าซี้อยากได้ไอศกรีมที่ข้นๆ

ซึ่งเด็กก็เซ้าซี้จน Steve Gamber ต้องลองคว่ำถ้วยไอศกรีมให้ดูและพูดกับเด็กว่า “นี่ยังไม่ข้นพออีกสำหรับเธออีกหรอ? ถ้ามันหล่น ฉันให้ฟรีเลย” จากนั้น Ted Drewes ก็คว่ำถ้วยเรื่อยมา จน Dairy Queen มาเห็นในที่สุด

7.เปิดตัว Dairy Queen Blizzard ในปี 1985

d9

ภาพจาก goo.gl/KFQdPU

เมื่อพูดถึงเมนู Signature ของ Dairy Queen ต้องนึกถึง Dairy Queen Blizzard ไอศกรีมเนื้อข้นที่คว่ำถ้วยก็ไม่หล่น ซึ่งไอศกรีมเมนูนี้เปิดตัวในปี 1985 และเพียงปีแรกที่เปิดตัวก็ทำยอดขายได้ถึง 175 ล้านถ้วย นับเป็นเมนูสุดฮิตที่แม้ตอนนี้ก็ยังมียอดขายที่ดีต่อเนื่องเช่นเคย

8.เรื่องราวที่สุดของ Dairy Queen

d10

ภาพจาก goo.gl/GjaGL1

พูดถึงสาขาของ Dairy Queen มีอยู่ทั่วโลกแต่ ใน Texas มี Dairy Queen มากที่สุดกว่า 600 สาขา แต่สาขาที่ใหญ่ที่สุดกลับไม่ได้อยู่ในดินแดนต้นกำเนิดอย่างอเมริกา สาขาใหญ่ที่สุดของ Dairy Queen อยู่ที่เมือง Riyadh ประเทศซาอุดิอาระเบีย

เป็นร้านที่มีพื้นที่กว่า 7,500 ตารางฟุต และรับรองลูกค้าได้มากถึง 240 คนและภายในร้านก็มีเมนูมากมายไม่ว่าจะเป็นไอศกรีม เมนูทานเล่นอย่างเฟรนฟรายด์ เบอร์เกอร์ เครื่องดื่มต่างๆ

9.Dairy Queen สร้างไอศกรีมเค้กที่ใหญ่ที่สุดในโลก

d11

ภาพจาก goo.gl/9GSvQ2

ในเดือนพฤษภาคม ปี 2011 Dairy Queen ฉลองครบรอบ 30 ปีด้วยการทำไอศกรีมเค้กที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา เป็นไอศกรีมเค้กวานิลลา โรยหน้าด้วยโอรีโอ

โดยมีขนาด 4.45 x 4.06 x 1.0 และมีน้ำหนักมากถึง 10,130.35 kg ได้การรับรองจากกินเนสบุ๊คให้เป็นไอศกรีมใหญ่ที่สุดในโลกและยังไม่มีใครทำลายสถิตินี้ได้

10.Warren Buffett ถือหุ้น Dairy Queen กว่า 99%

d12

ภาพจาก goo.gl/fZiJoA

ปัจจุบัน แดรี่ควีน มี 6,800 สาขาทั่วโลก และเป็นบริษัทลูกของ BERKSHIRE HATHAWAY INC ของ Warren Buffet ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งอันดับหนึ่งของโลกที่เข้าไปถือหุ้นในธุรกิจใหญ่ๆมากมายรวมถึง Dairy Queen ด้วย โดยมีการถือครองหุ้น Dairy Queen กว่า 99% ซึ่งเข้าซื้อกิจการตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 1997 ด้วยมูลค่ากว่า 585 ล้านเหรียญสหรัฐ

สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือ Dairy Queen แม้จะเป็นแบรนด์ไอศกรีมที่มีคู่แข่งมากมายแต่สิ่งที่เหนือกว่าของ Dairy Queen คือการตอกย้ำแบรนด์ให้ลูกค้าจดจำและมีภาพลักษณ์ที่ดีทำให้เป็นที่นิยมในทุกยุคสมัย ซึ่งการทำธุรกิจในยุคการแข่งขันสูงการทำให้ลูกค้าจดจำและพอใจในสินค้าคือวิธีการทำกำไรในระยะยาวได้ดีที่สุด


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S

ข้อมูลแฟรนไชส์ แดรี่ควีน

[Total: 9    Average: 2.1/5]
10 เรื่องจริงที่คุณไม่เคยรู้! Dairy Queen written by คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ) average rating 2.1/5 - 9 user ratings

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไชส์

Main Sponsors

Happy Sponsors