10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้! Huawei

“Huawei” ถือว่าเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มาแรงในระดับเขย่าโลก ปัจจุบันมียอดจำหน่ายแซง iPhone ขึ้นเป็นอันดับ 2 รองจาก Samsung จนทำให้คู่แข่งต่างหวาดผวาไปตามๆ กัน

อันเนื่องมาจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งใช้กลยุทธ์ด้านราคามาสนับสนุน ทำให้บริษัทที่เริ่มต้นจากห้องเล็กๆ ผงาดขึ้นมา กลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่ประกาศว่า จะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของโลกให้จงได้

วันนี้ “Huawei” แบรนด์โทรคมนาคมยักษ์ใหญ่จากจีน กำลังถูกเล่นงานจากสหรัฐอเมริกา www.ThaiSMEsCenter.com ไม่รอช้าที่จะนำเสนอ 10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับ “Huawei” มาดูพร้อมกันเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

1. Huawei ก่อตั้งโดย Ren Zhengfei (เหริน เจิ้งเฟย) ด้วยเงินทุน 1 แสนบาท

1

ภาพจาก https://bit.ly/2WZLg6z , www.facebook.com/HuaweiTechThailand

Huawei ก่อตั้งโดย “เหริน เจิ้งเฟย” เมื่อ ปี ค.ศ.1987 (พ.ศ.2530) หลังจากที่เขาได้ลาออกจากกองทัพ เขาได้ตัดสินใจเดินทางไปเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง เพื่อก่อตั้งธุรกิจ Huawei ขึ้นมาด้วยทุนแรกเริ่ม 1 แสนบาท พร้อมผู้ร่วมก่อตั้งอีก 6 คน

เริ่มต้นธุรกิจจากการซื้อมาขายไป แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์และความรู้เรื่องธุรกิจเลย พวกเขาจึงเริ่มต้นตั้งแต่ขายเครื่องเตือนสัญญาณไฟไหม้ ไปจนถึงยาลดความอ้วน ในที่สุด บริษัท Huawei ก็ได้นำตู้สาขาโทรศัพท์จากฮ่องกงมาขาย และขายได้ดี ไอเดียทางธุรกิจของคุณ Ren ในการเข้าสู่วงการโทรคมนมคมจึงเริ่มต้นจากจุดนี้

2. Ren Zhengfei (เหริน เจิ้งเฟย) ผู้ก่อตั้ง Huawei เกิดในเมืองกุ้ยโจว เขตยากจนของจีน

2

ภาพจาก https://on.ft.com/2QOevFC

เหริน เจิ้งเฟย เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1944 (พ.ศ.2487) ในอำเภอเจิ้นหนิง เขตอ่านซุ่น เมืองกุ้ยโจว ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดารของจีน เขาเป็นบุตรคนโตในจำนวนทั้งหมด 7 คน พ่อแม่เป็นครูโรงเรียนชนบท มีฐานะยากจน

ทำให้ชีวิตในวัยเด็กเป็นไปอย่างแร้นแค้น แต่ด้วยพ่อแม่เห็นความสำคัญของการศึกษา จึงพยายามกัดฟันส่งเสียให้เขาเรียนอย่างเต็มที่ กระทั่งจบมหาวิทยาลัย และเข้าทำงานด้านวิศวกรรมในกองทัพจีนได้ในที่สุด

3. Huawei เป็นผู้ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรสูงสุด 3,898 รายการในปี 2558 เป็นปีที่สองติดต่อกัน

9

ภาพจาก https://bit.ly/2YFzJcW

ในปี พ.ศ.2558 Huawei ยังคงเป็นผู้ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรสูงสุดเป็นปีที่สอง ด้วยการยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตร 3,898 รายการตามสถิติขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก

และปี 2559 หัวเว่ย รองรับการทำงานที่มีเสถียรภาพของมากกว่า 1,500 เครือข่ายในมากกว่า 170 ประเทศและภูมิภาคต่างๆ โดยให้บริการผู้ใช้งานกว่าหนึ่งในสามของประชากรทั่วโลก

4. Huawei ใช้งบในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) สูงถึง 15% ของรายได้ในปี 2560

6

ภาพจาก https://bloom.bg/2GbtMyJ

เมื่อ Huawei ผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมากก็ทำให้มีความได้เปรียบด้านราคา และทำให้เหลือกำไรไปลงทุนกับการวิจัยสินค้ารุ่นใหม่ได้ดีกว่าคู่แข่ง งบการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของ Huawei

  • ปี 2016 งบวิจัยมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท คิดเป็น 14.6% ของรายได้
  • ปี 2017 งบวิจัยมูลค่า 4.2 แสนล้านบาท คิดเป็น 15.0% ของรายได้

5. Huawei มีรายได้ 2.8 ล้านล้านบาท กำไร 2.2 แสนล้านบาท ในปี 2560

11

ภาพจาก https://bit.ly/2HJNPDy

บริษัท Huawei มีรายได้ ดังนี้

  • ปี 2015 รายได้ 1.8 ล้านล้านบาท กำไร 1.7 แสนล้านบาท
  • ปี 2016 รายได้ 2.4 ล้านล้านบาท กำไร 1.7 แสนล้านบาท
  • ปี 2017 รายได้ 2.8 ล้านล้านบาท กำไร 2.2 แสนล้านบาท

สัดส่วนรายได้มาจาก

  • ธุรกิจเครือข่ายโทรคมนาคม 49.3%
  • โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 39.3%
  • ธุรกิจองค์กร 9.1% และธุรกิจอื่นๆ 2.3%

6. Huawei ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 2 แซงหน้า Apple ไตรมาส 3 ปี 2561

8

ภาพจาก https://ab.co/2VHlfYi

ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 Huawei ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟน ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาด (จำนวนเครื่อง) สูงถึง 14.6% แซงหน้าบริษัท Apple ไปแล้ว จากธุรกิจเล็กๆด้วยเงินทุน 1 แสนบาท

กลายมาเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจใน 170 ประเทศ และมีพนักงาน 180,000 คน ส่งผลให้คุณ Ren Zhengfei ตอนนี้มีทรัพย์สินรวม 105,000 ล้านบาท

7. Huawei ดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจ “ป่าล้อมเมือง” จากเมืองเล็กๆ สู่เมืองใหญ่

14

ภาพจาก https://bit.ly/2jiKJrE

Huawei เป็นบริษัทที่มีความเป็นชาตินิยมสูงมาก และ เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งก็เคารพศรัทธา เหมาเจ๋อตุง เป็นอย่างยิ่ง โดยเขาได้นำสุดยอดกลยุทธ์ของประธานเหมา นั่นก็คือ “ป่าล้อมเมือง” ที่ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะ มาประยุกต์กับการทำธุรกิจ โดยเริ่มต้นจากเมืองเล็กๆ ก่อนเข้าสู่เมืองใหญ่ๆ และได้ต่อยอดจนกลายเป็นป่าล้อมโลก

เมื่อเขานำ Huawei บุกตลาดธุรกิจด้านโทรคมนาคมในประเทศต่างๆ โดยใช้ราคาที่ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ เป็นใบเบิกทาง ทำให้กิจการของ Huawei เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งการแจ้งเกิดสมาร์ตโฟนของบริษัท ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจยิ่ง

8. Huawei ช่วงเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ถือเป็นม้านอกสายตาของ iPhone กับ Samsung

4

ภาพจาก https://bit.ly/2EpZXJ3

Huawei เข้าสู่ธุรกิจสมาร์ตโฟน ถือว่าเป็นตลาดสุดหิน เพราะมีเจ้าตลาดสุดแกร่งอยู่แล้ว 2 ราย นั่นก็คือ iPhone ของ Apple ครองส่วนแบ่งตลาดบน กับ Samsung ที่เจาะกลุ่มลูกค้าในทุกระดับ การเข้ามาของ Huawei จึงไม่ต่างอะไรกับม้านอกสายตา

เมื่อสนามรบเปลี่ยนไป นอกจากจะใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นใบเบิกทางแล้ว Huawei ยังพยายามสร้างจุดเด่นที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ด้วยการนำเลนส์ของ Leica ที่ถือว่าเป็นบริษัทผลิตเลนส์ที่ดีที่สุดในโลก มาเป็นส่วนประกอบของสมาร์ตโฟน ทำให้ Huawei มีจุดขายในเรื่องการถ่ายภาพ จนสามารถแจ้งเกิดเป็นที่รู้จักขึ้นมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว

9. Huawei กำลังเป็นธุรกิจที่ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ ทำสงครามการค้า

7

ภาพจาก https://bit.ly/2HvW9HY

ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐกำลังจะขึ้นบัญชี Huawei ห้ามบริษัทอเมริกันทำการค้าด้วย จึงทำให้ Google บริษัทอเมริกันต้องปฏิบัติตาม และจะกระทบกับ สมาร์ตโฟนของ Huawei ที่ใช้ระบบ Android ของ Google

แต่ทั้งนี้ Huawei ได้เริ่มวางแผนการพัฒนาระบบปฏิบัติการมือถือ เพื่อทดแทนระบบ Android ตั้งแต่ปี 2012 เรื่องนี้เกิดขึ้นมาจากการที่ทางการสหรัฐอเมริกา ได้ทำเปิดการสอบสวนบริษัท Huawei และ ZTE ตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว และปัจจุบันเริ่มยกระดับความรุนแรงถึงขนาดออกคำสั่งห้ามซื้อ-ขายอุปกรณ์เครือข่ายจากทั้ง 2 บริษัท

10. Huawei เป็นบริษัทมีมูลค่าแบรนด์สูงติดอันดับ Top 100 ของโลกในปี 2018 (พ.ศ.2561)

12

ภาพจาก https://bit.ly/2EAeAtp

ปัจจุบัน Huawei ภายใต้การบริหารของ เหริน เจิ้งเฟย ในวัย 74 ปี กลายเป็นบริษัทที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวจีนเป็นอย่างมาก จากบริษัทระดับท้องถิ่นที่เริ่มต้นด้วยเงินเพียง 2 หมื่นกว่าหยวน

กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์สูงติดอันดับ Top 100 ของโลก ในปี 2018 (พ.ศ.2561) อยู่อันดับที่ 79 จากการจัดอันดับของ Forbes อยู่ในอันดับที่ 48 จาการจัดอันดับของ BrandZ และอยู่ในอันดับที่ 25 จากการจัดอันดับของ Brand Finance

เราต้องยอมรับว่า ปัจจุบันการเติบโตของ Huawei ถือว่าน่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ภาพลักษณ์ของหัวเว่ยก็ยังเป็นสมาร์ทโฟนจีน ที่ผู้บริโภคไม่ได้ให้ความสนใจมากไปกว่าแบรนด์จีนอื่นๆ

แต่ตอนนี้หัวเว่ยกลับเติบโตจนก้าวมาอยู่แถวหน้า ที่ทั้งวงการต้องหยุดมองเมื่อหัวเว่ยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แม้แต่สหรัฐฯ ยังต้องงัดเอาสงครามการค้ามาสู้กับจีน


คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ www.thaifranchisecenter.com/document
เลือกซื้อแฟรนไชส์ไทยขายดี เปิดร้าน www.thaifranchisecenter.com/directory/index.php

SMEs Tips

  1. Huawei ก่อตั้งโดย Ren Zhengfei (เหริน เจิ้งเฟย) ด้วยเงินทุน 1 แสนบาท
  2. Ren Zhengfei (เหริน เจิ้งเฟย) ผู้ก่อตั้ง Huawei เกิดในเมืองกุ้ยโจว เขตยากจนของจีน
  3. Huawei เป็นผู้ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรสูงสุด 3,898 รายการในปี 2558 เป็นปีที่สองติดต่อกัน
  4. Huawei ใช้งบในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) สูงถึง 15% ของรายได้ในปี 2560
  5. Huawei มีรายได้ 2.8 ล้านล้านบาท กำไร 2.2 แสนล้านบาท ในปี 2560
  6. Huawei ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 2 แซงหน้า Apple ไตรมาส 3 ปี 2561
  7. Huawei ดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจ “ป่าล้อมเมือง” จากเมืองเล็กๆ สู่เมืองใหญ่
  8. Huawei ช่วงเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ถือเป็นม้านอกสายตาของ iPhone กับ Samsung
  9. Huawei กำลังเป็นธุรกิจที่ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ ทำสงครามการค้า
  10. Huawei เป็นบริษัทมีมูลค่าแบรนด์สูงติดอันดับ Top 100 ของโลกในปี 2018 (พ.ศ.2561)

อ้างอิงข้อมูล

[Total: 0    Average: 0/5]

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไชส์

Main Sponsors

Happy Sponsors