10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้ ! เกี่ยวกับ 5G

ในยุคนี้ใคร ๆ ก็ใช้สมาร์ทโฟนกันทั้งนั้น เพราะต้องติดต่อสื่อสารหลายช่องทาง โทรคุยอย่างเดียวก็คงจะไม่พอ มีทั้งส่งภาพส่งคลิปหรือวิดีโอคอล

ซึ่งแน่นอนว่าสมาร์ทโฟนต้องมีสิ่งที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่าง สัญญาณประเภทข้อมูล (Data) ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อข้อมูล

โดยเฉพาะเรื่องอินเตอร์เน็ต และเรามักจะได้คำว่า 3G 4G กันมายาวนาน รวมถึงล่าสุดมีการพูดถึง 5G กันแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีสุดล้ำนี้เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟน วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com จะพาคุณผู้อ่านไปดูกันว่า 5G คืออะไร สำคัญอย่างไร และทำอะไรได้บ้าง

เรื่องจริงที่คุณไม่รู้

ภาพจาก bit.ly/2JQG7tB

1. 5G คืออะไร?

คำว่า G ย่อมาจากคำว่า Generation ที่แปลว่า ยุค, สมัย, รุ่น ซึ่งเมื่อเอาไปใช้รวมกับตัวเลข ในภาษาอังกฤษจะออกเสียงว่า First Generation, Second Generation, Third Generation เป็นต้น

และถูกย่อเป็นคำว่า 1G, 2G, 3G ซึ่งเป็นชื่อเรียกในแต่ละยุคของเทคโนโลยีการสื่อสารทางไกลผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Telecommunications Technology)

ก่อนที่จะไปถึง 5G เราเริ่มจาก 1G ก่อน ยุคนั้นเป็นยุคที่เราคุยกันผ่านเสียงผ่านมือถือระบบอนาล็อก จนเราส่งข้อความ MMS หากันได้ในยุค 2G จากนั้นเราก็เข้าสู่ยุค 3G ที่เราเชื่อมต่อและเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือได้ด้วยความเร็วที่สูงขึ้นระหว่าง 20 kbps

ถึง 42.2 Mbps และเข้ามาถึงยุค 4G ที่เราสามารถดูภาพและเสียงหรือหนังออนไลน์พอได้เพราะความเร็วที่เพื่มขึ้นเช่น 4G LTE (100 Mbps), 4G LTE Cat.4 (150 Mbps) และ 4G LTE Advanced (1,000 Mbps)

ส่วนยุค 5G มันคือ Generation 5 หรือรุ่นที่ 5 ของการสื่อสารที่อนาคตมันจะไม่ใช่แค่มือถือแล้วแต่เป็นอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ (Internet of Things หรือ IoT)

2. 5G ดาวน์โหลดวีดีโอ หนังหรือแอปฯได้เร็วถึง 10,000 Mbps ภายใน 6 วิ !

ว่ากันว่าถ้าเรามี 5G เราจะดาวน์โหลดวีดีโอ หนังหรือแอปฯได้เร็วถึง 10,000 Mbps! ถ้าใช้ 4G ดูวิดีโอออนไลน์ (ขนาด 8K) หรือดาวน์โหลดหนังต้องรอ 6 นาที แต่ถ้ามี 5G ใช้เวลาแค่ 6 วินาที!

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ามี 5G เราจะเชื่อมต่อไปปลายทางได้เร็วกว่า 0.001 วินาที (คือเร็วมาก) รับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มเป็น 1,000 เท่า

5

ภาพจาก bit.ly/2JVuhNi

3. 5G ช่วยประหยัดอายุงานของแบตเตอรี่

เมื่อเราใช้ 5G ก็จะใช้พลังงานในการเชื่อมต่อน้อยลง 90% ซึ่งทำให้แบตจะยืดอายุการใช้งานได้ถึง 10 ปี

4. รับส่งข้อมูลได้มากกว่า 4G และตอบสนองไวกว่า

ถ้าเราใช้ 4G สั่งงานควบคุมสิ่งต่างๆได้เร็วที่ 20 – 30 ms (Milli-second คือ 1:1,000 วินาที) แต่ถ้าใช้ 5G จะเร็วขึ้น 10 เท่า จะสั่งงาน IoT หรือสมาร์ทดีไวซ์ได้เร็วจริงถึง 3-4ms ถ้า 4G รับส่งข้อมูลต่อเดือนได้แค่ 7.2 Exabytes 5G จะทำให้เรารับส่งข้อมูลได้เพิ่มขึ้น 7 เท่า คือ 50 Exabytes ต่อเดือน

4

ภาพจาก bit.ly/2Y2vi0f

5. มีความถี่สำหรับใช้งานมากกว่า

ตอนใช้ 4G มีให้ใช้ถึงแค่ 3GHz แต่ถ้าเป็น 5G เราใช้งานคลื่นความถี่ได้ถึง 30GHz

6. รับรองการใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้มากกว่า

ถ้า 4G รับคนได้ราว 1 แสนคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. 5G จะรับได้ 10 เท่าคือรับได้ 1 ล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม.

3

ภาพจาก bit.ly/2SMerJf

7. ถ่ายโอนข้อมูลต่อวินาทีได้เยอะกว่า

ถ้า 4G โอนข้อมูลเข้าเครื่องได้แค่ 1 GB ต่อวินาที 5G จะทำได้ถึง 20 GB ต่อวินาทีหรือ 20 เท่าของ 4G

2

ภาพจาก bit.ly/2JQz4kq

8. 5G ทำให้เราสมาร์ทไลฟ์

ถ้ามี 5G จะทำให้เราดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เปิดเว็บไซต์บนมือถือได้เร็ว ไม่มีสะดุด แม้แต่วีดีโอที่มีความละเอียดสูงๆ แต่ประโยชน์ของ 5G มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะว่าในอนาคต ถ้ามี IoT เราจะได้เห็นการทำงานของสมาร์ทดีไวซ์ที่มากกว่าแค่สมาร์ทโฟน สมาร์ทดีไวซ์ที่เชื่อมต่อกันผ่าน 5G ก็จะส่งข้อมูลหากันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เช่น ถ้าเรามีรองเท้าที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ ตัวรองเท้าก็จะเก็บข้อมูลว่า เราเดินหรือวิ่งไปได้กี่ก้าว เดินไปได้กี่กิโลเมตร แล้วมันก็ส่งข้อมูลผ่าน 5G ไปแสดงโทรศัพท์หรือนาฬิกาของเราที่ไหนเวลาไหนก็ได้ ถ้ามี 5G นี่คือตัวอย่างง่ายๆ
ของการทำงานร่วมกันระหว่าง 5G กับ IoT ไม่ต้องผ่าน WiFi ที่จำกัดแค่บางพื้นที่

9. 5G สามารถโอนข้อมูลหากัน ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุได้

เรื่องของรถยนต์ไร้คนขับ (Driverless Car) ที่ในอนาคตอาจจะสามารถโต้ตอบกับรถอีกคันและถนน (Smart Road) ผ่านเซนเซอร์ที่ติดตั้งไว้ และมี 5G โอนข้อมูลหากัน ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุได้ด้วย ซึ่งถ้ายังใช้ 4G มีหวังกว่าจะรับส่งข้อมูลหากันได้ ก็อาจจะไม่ทันแจ้งเตือนอุบัติเหตุได้

1

ภาพจาก bit.ly/2Y5UrqE

10.ดูหนังหรือเล่นเกมผ่านอุปกรณ์ VR ถ้าใช้ 5G ก็จะได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่าสมาร์ทโฟน

Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) เช่นถ้าเราดูหนังหรือเล่นเกมผ่านอุปกรณ์ VR ถ้าใช้ 5G เราก็จะได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่าสมาร์ทโฟนที่ไหนก็ได้ และคุณภาพดีพอๆกับดู VR ผ่าน WiFi ที่สำคัญคือ AR ที่เราสามารถใช้สมาร์ทโฟนส่งไปวัตถุ 2 มิติแล้วมีภาพหรือวีดีโอดิจิทัลปรากฎบนหน้าจอ

ซึ่งภาพหรือวีดีโอที่ว่าจะต้องดึงมาจาก Cloud ทำให้ 5G มีบทบาทมากในการดึงข้อมูลดังกล่าวมาจาก Cloud ให้ปรากฏบนหน้าจอได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีดีเลย์ ทำให้ดึงความสามารถของ AR ได้ทุกวงการ

และมีข่าวมาว่าคนไทยจะเริ่มทยอยย้ายค่ายเพื่อใช้ 5G ปี 2563 ซึ่งผลการสัมภาษณ์คนไทยถึง 19 ล้านคน กล่าวว่าจะเปลี่ยนผู้ให้บริการ หากผู้ให้บริการปัจจุบันไม่เปิด 5G และพร้อมจะจ่ายเงินเพิ่ม 30% สำหรับ 5G

จะเห็นได้ว่า 5G เป็นที่รอคอยของใครหลาย ๆ คน เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย รวดเร็วและอำนวยความสะดวกให้แก่เราได้อีกมากมาย ซึ่งคาดว่าจะมาให้เราได้ใช้ช่วงตุลาคมปี 2563 หลายประเทศทั่วโลกเริ่มต้นก้าวสู่ 5G เต็มตัว ถ้าไทยยังช้าอยู่ก็จะกลายเป็นประเทศที่ล้าหลัง


คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ www.thaifranchisecenter.com/document
เลือกซื้อแฟรนไชส์ไทยขายดี เปิดร้าน www.thaifranchisecenter.com/directory/index.php

อ้างอิงข้อมูล

[Total: 0    Average: 0/5]

คุณรุ่งทิพย์ จรีรัตนประกร (มายด์)

จบปรัชญามาทำงานเขียนเกี่ยวกับธุรกิจ มีใจรักในการเขียนและการคิดวิเคราะห์ ชอบค้นคว้าหาความรู้ พร้อมแก้ไขและพัฒนาตัวเองเสมอ

Main Sponsors

Happy Sponsors