10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้! วัคซีน COVID 19

กลายเป็นความหวังของคนทั้งโลกสำหรับ “วัคซีน COVID 19” ที่ตอนนี้เริ่มมีสัญญาณชัดเจนมากขึ้นและในบางประเทศก็ได้เริ่มฉีดให้กับประชาชนไปบ้างแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นวัคซีนตัวใหม่ และเพิ่งผ่านการทดสอบแม้จะเป็นความหวังของคนทั้งโลก

แต่หลายคนก็ยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจจะมีหรือไม่มี รวมถึงเรื่องคุณภาพ ราคา แต่ไม่ว่าอย่างไร ตอนนี้วัคซีน COVID 19 ก็กลายเป็นสิ่งที่เราทุกคนเฝ้ารอคอย แน่นอนว่าในประเทศไทยเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ยิ่งการแพร่ระบาดระลอกใหม่ครั้งนี้ที่ดูจะรวดเร็วยิ่งกว่าเดิมยิ่งทำให้คนไทยเองก็อยากได้ วัคซีน COVID 19 เร็วขึ้น

แต่กว่าจะถึงวันนั้น www.ThaiSMEsCenter.com ได้รวบรวมเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับ วัคซีน COVID 19 มาฝากเพื่อให้เรารู้จักและเข้าใจเรื่องนี้ได้มากขึ้น

เรื่องจริงที่คุณไม่รู้

ภาพจาก freepik

1. วัคซีน COVID 19 ได้มาอย่างไร

วัคซีน COVID 19 มีชื่อเรียกว่าวัคซีนอาร์เอ็นเอ ซึ่งผลิตจากชิ้นส่วนสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เมื่อถูกฉีดเข้าไปในร่างกาย จะกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันของผู้รับวัคซีนสร้างแอนติบอดีที่ใช้ต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้ จากการฉีดวัคซีนจำนวน 2 โดส ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการทดลอง ในระยะเวลาห่างกัน 3 สัปดาห์ ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าผู้เข้าร่วมการทดลองกว่า 90% มีภูมิคุ้มกันจากโรคโควิด-19

2. ประเทศไทยเตรียมผลิตวัคซีนเอง 26 ล้านโดส

ประเทศไทยจะดำเนินการผลิตวัคซีนต้านไวรัส COVID 19 จำนวน 26 ล้านโดส และสั่งซื้อจากจีนอีก 2 ล้านโดส มาดูที่เตรียมผลิตเอง 26 ล้านโดสก่อน ซึ่งเป็นการทำสัญญาจองซื้อวัคซีนล่วงหน้า กับบริษัทแอสตราเซเนกา ซึ่งใช้เทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ขณะนี้อยู่ระหว่างการถ่ายทอดกระบวนการผลิตให้กับ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด และคาดว่าจะเริ่มทยอยส่งมอบในเดือน พ.ค.2564 ในส่วนของ จีน เป็นการสั่งซื้อมาจาก บริษัทซิโนแวค จำนวน 2,000,000 โดส ช่วงที่จะได้รับวัคซีนแบ่งเป็นปลายเดือนกุมภาพันธ์ 200,000 โดส ปลายเดือนมีนาคม 800,000 โดสและปลายเดือนเมษยนอีก 1,000,000 โดส

4

ภาพจาก freepik

3. โคโรนาแวค วัคซีน COVID 19 จากจีน

โดยวัคซีนที่ประเทศไทยจะซื้อจากจีน มีชื่อว่า “โคโรนาแวค” โดยวัคซีนตัวนี้ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบทางคลินิกเฟสที่ 3 ในบราซิล ชิลี อินโดนีเซีย และตุรกี โดยเป็น “วัคซีนเชื้อตาย” หรือ Inactivated ทำงานโดยการเหนี่ยวนำระบบภูมิคุ้มกันร่างกายมนุษย์ให้สร้างแอนติบอดีต้านโควิด-19 โดยแอนติบอดีจะยึดติดกับโปรตีนบางส่วนของไวรัสไม่ให้เข้าสู่เซลล์ร่างกาย ในการสร้าง โคโรนาแวค นักวิจัยจากบริษัทซิโนแวคเริ่มต้นด้วยการหาตัวอย่างของเชื้อ COVID 19 จากผู้ป่วยในจีน อังกฤษ อิตาลี สเปน และสวิตเซอร์แลนด์ โดยเลือกใช้ตัวอย่างเชื้อจากประเทศจีนเป็นพื้นฐานของวัคซีน

4. ทั่วโลกมีวัคซีน COVID 19 ที่ได้รับอนุญาตแล้ว 9 ราย

ขณะนี้ ทั่วโลกมีวัคซีน COVID 19 ที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน (EUA) แล้วจากผู้ผลิต 9 ราย 4 ชนิดวัคซีน เช่น mRNA, Viral Vector, Inactivated และ Sub unit protein ในประเทศไทยจะยอมรับการขึ้นทะเบียนที่มีผลของเฟส 3 มีประสิทธิผลที่ชัดเจน โดยวัคซีนที่มีการขึ้นทะเบียนและได้รับการยอมรับมีเพียง 3 ชนิด คือ ของบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer), โมเดอร์นา (Moderna) และแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ที่เหลือเป็นการขึ้นทะเบียนแบบฉุกเฉิน โดยใช้ผลการทดลองเฟส 2 เท่านั้น

3

ภาพจาก freepik

5. จีนได้ทดลองฉีดวัคซีน COVID 19 ให้ประชาชนแล้ว

ทางการจีน อนุมัติใช้วัคซีน COVID 19 ที่ผลิตเอง โดยระบุว่ามี ประสิทธิภาพสูงถึง 79.34% ซึ่งเป็นการพัฒนาโดยบริษัท Beijing Biological Products Institute ร่วมกับบริษัท China National Biotec Group (CNBG) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของซิโนฟาร์ม ( Sinopharm) และได้เริ่มทดลองใช้วัคซีนกับประชาชน “กลุ่มหลัก” ไปแล้วมากกว่า 3 ล้านโดส นับตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2563

6. สิงคโปร์เริ่มฉีดวัคซีน COVID 19 ให้เจ้าหน้าที่การแพทย์

กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ได้เริ่มฉีดวัคซีน COVID 19 โดยเจ้าหน้าที่การแพทย์จากศูนย์โรคติดเชื้อแห่งชาติ (NCID) เป็นกลุ่มแรกในสิงคโปร์ที่ได้รับวัคซีนนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ที่ได้รับวัคซีนกว่า 30 คน ส่วนประชาชนทั่วไปคาดการณ์ว่าจะเริ่มฉีดให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไปก่อนภายในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากนั้นก็จะเป็นชาวสิงคโปร์และผู้อยู่อาศัยระยะยาวที่ผ่านเกณฑ์การแพทย์จะได้รับวัคซีนในลำดับต่อไป

2

ภาพจาก freepik

7. วัคซีน COVID 19 คิดค้นได้ภายในเวลา 1 ปี

วัคซีนป้องกันโรคโดยทั่วไปจะต้องใช้เวลานานถึง 10-15 ปี ขณะที่ระยะเวลาในผลิตวัคซีนที่สั้นที่สุดที่เคยผลิตได้ คือ วัคซีนสำหรับเชื้ออีโบลา (Ebola) ส่วนวัคซีนป้องกันโรคคางทูม ที่ว่าเร็วก็ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 4 ปี อย่างไรก็ตาม ด้วยความจำเป็นเร่งด่วน บวกกับวิทยาการที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้วัคซีน COVID 19 เป็นรูปเป็นร่างได้ภายใน 1 ปี โดยมีหลายบริษัทที่เร่งผลิตในครั้งนี้และหลายประเทศได้มีการจองวัคซีนเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าเพื่อนำมาฉีดให้กับประชาชนภายในประเทศ

8. ราคาของวัคซีน COVID 19

โดยเฉพาะตลาดในสหรัฐ ซึ่งช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลวอชิงตันได้ระดมทุนจำนวนมาก เพื่อทุ่มเงินกับการสนับสนุนงานวิจัยพัฒนาวัคซีนให้กับผู้ผลิตหลายราย ดังนั้นราคาที่กำหนดโดยบริษัทจึงต้องต่ำกว่าราคาในตลาด ซึ่งหากวัคซีนราคาแพง มีประชาชนเข้าถึงวัคซีนน้อยเกินไป ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิคุ้มกันระดับชุมชน และประเทศได้ นั่นหมายถึงแนวโน้มการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ก็ยังมีอยู่ ซึ่งทางด้านสหภาพยุโรปทำข้อตกลงซื้อวัคซีน COVID 19 กับไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคอยู่ที่ 18.34 ดอลลาร์ต่อหนึ่งโดส เมื่อซื้อ 200 ล้านโดสจะต้องจ่ายประมาณ 3.7 พันล้านดอลลาร์ หากซื้อเพิ่ม 100 ล้านโดส ราคาอยู่ที่ 4.65 พันล้านดอลลาร์ภายใต้ข้อตกลงนี้

7

ภาพจาก freepik

9. งบประมาณของแต่ละประเทศในการซื้อวัคซีน COVID 19

เริ่มจากสหรัฐอเมริกา ใช้เงิน 3 แสนล้านบาท จองวัคซีน COVID 19 จากทั้ง 3 บริษัทไปรวมกันกว่า 700 ล้านโดส (350 ล้านคน) เพียงพอสำหรับประชากร 328 ล้านคนทั่วประเทศ และยังเหลือวัคซีนสำรองไว้ได้อีกหลายสิบล้านโดส ทางด้านสหราชอาณาจักรจองวัคซีนจาก 3 บริษัทเช่นกัน เป็นจำนวน 145 ล้านโดส (72.5 ล้านคน) เพียงพอสำหรับประชากร 66.6 ล้านคน

หรือในประเทศแคนาดาใช้งบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จองวัคซีนรวม 96 ล้านโดส (48 ล้านคน) จากผู้ผลิตวัคซีน 3 รายข้างต้น ขณะที่มีประชากรอยู่เพียง 35.6 ล้านคน จึงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่จะเหลือวัคซีนโควิด-19 แม้ฉีดให้ประชากรครบทั้งประเทศ หรือประเทศอย่างในเอเชียอย่างญี่ปุ่นก็จองวัคซีนจากทั้ง 3 บริษัท โดยจองไว้ 290 ล้านโดส เพียงพอกับประชากร 126 ล้านคนทั่วประเทศแบบเหลือเฟือ ใช้งบประมาณไปราว 1.94 แสนล้านบาท

ส่วนในประเทศไทยงจองวัคซีน COVID 19 จากแอสตราเซเนกา 26 ล้านโดส สำหรับประชากร 13 ล้านคน หรือราว 18.5% ของประชากรทั้งประเทศ ใช้งบประมาณราว 6 พันล้านบาท

1

ภาพจาก freepik

10. ความกังวลเรื่องผลข้างเคียงวัคซีน COVID 19

ในทางการแพทย์ไม่มีสิ่งใดที่ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่ยาที่เรารับประทานอยู่เป็นประจำ เช่น ยาพาราเซตามอลก็มีความเสี่ยงต่อร่างกายเช่นกัน จนถึงขณะนี้ข้อมูลที่ได้จากการทดลองสร้างความมั่นใจได้ว่าวัคซีนมีความปลอดภัย โดยไม่พบข้อกังวลด้านความปลอดภัยในการทดลองกับอาสาสมัคร 43,500 คน มีเพียงรายงานว่าเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อย หากวัคซีนเป็นอันตรายและส่งผลกระทบต่อร่างกายอาสาสมัครหลายคน ก็จะปรากฏผลออกมามากกว่านี้ อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่พบได้ยากหากผู้คนหลายล้านคนได้รับวัคซีนนี้

โดยภาพรวมแล้วขณะนี้มีวัคซีนประมาณ 12 ชนิด ที่อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาทางคลินิก และมี 9 รายกับ 4วัคซีนที่คาดว่าจะเปิดตัวให้ออกมาใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งสิ่งที่น่ายินดีคือวัคซีนเหล่านี้ถูกคิดค้นในระยะเวลาอันสั้น และคาดว่าการวิจัยจะยังมีต่อไปเพื่อพัฒนาวัคซีนให้มีคุณภาพมากที่สุด ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับมรสุมจากการแพร่ระบาดของ COVID 19 วัคซีนเหล่านี้จึงเป็นแสงสว่างที่คาดว่าจะช่วยคนทั้งโลกได้ ขอเพียงอย่างเดียวว่าสิ่งที่คาดหวังเหล่านี้จะมีคุณภาพและสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

0

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ https://bit.ly/3corFV2
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter

ขอบคุณข้อมูล
https://bit.ly/358539V , https://bit.ly/2JGash0 , https://bit.ly/3hGE6PQ , https://bit.ly/3hBV3uM , https://bit.ly/391LzVA , https://bit.ly/3nfgH9c , https://bit.ly/3rNuhEm , https://bit.ly/3hN5M5K , https://bit.ly/3oelYz5

 

อ้างอิงจาก https://bit.ly/3oCQdA3

[Total: 1    Average: 5/5]
10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้! วัคซีน COVID 19 written by คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก) average rating 5/5 - 1 user ratings

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors