10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้! นิตยสาร Forbes Thailand

Forbes เป็นนิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจและการเงินในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1917 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง เจอร์ซีซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์ นอกจากนี้ ทางนิตยสารยังตีพิมพ์เกี่ยวกับ

ลำดับเศรษฐีของโลก ลำดับของดารา และลำดับบริษัทที่น่าสนใจในสหรัฐอเมริกา ในส่วนของเมืองไทยก็มี Forbes Thailand ที่เป็นหนึ่งในประเทศที่ฟอร์บเข้ามาทำธุรกิจสิ่งพิมพ์

www.ThaiSMEsCenter.com มองเห็นถึงจุดแข็งจุดเด่นและข้อดีมากมายในฟอร์บที่สามารถยืนหยัดต่อสู้กับกระแสออนไลน์ได้อย่างน่าชื่นชม และสำหรับคนที่ติดตามฟอร์บอยู่อาจมีความรู้ในหลายด้านแต่ก็เชื่อว่ามีบางด้านที่คุณยังไม่รู้เช่นกัน

1.จุดเริ่มต้นของนิตยสาร Forbes

เรื่องจริงที่คุณไม่รู้

จากแนวคิดของ Bertie Charles Forbes หรือ (B.C. Forbes) เขาเกิดที่เมืองอาเบอร์ดีน สก็อตแลนด์ เป็นลูกชายของ โรเบิร์ตและแอกเนส ฟอร์บส ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายเบียร์และช่างตัดเสื้อ

ด้วยความที่ฟอร์บมีทักษะด้านภาษา หลังจากเขาเรียนที่ University College, Dundee แล้ว ฟอร์บสในวัย 17 ปี ก็ทำงานเป็นนักข่าวและนักเขียนประจำกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น สะสมประสบการณ์ในการเป็นนักข่าวอยู่พอสมควร

จนในปี 1904 เริ่มไปหลักปักฐานในนิวยอร์คของอเมริกา และที่นี่เขาได้แสดงความสามารถในการรายงานข่าว จนถูกใจ William Randolph Hearst เจ้าพ่อสื่อของนิวยอร์คในขณะนั้นจนได้ร่วมทีมข่าวและสร้างชื่อให้กับ New York American แต่สิ่งที่ฟอร์บตั้งใจคือการสร้างสิ่งพิมพ์ของตัวเองและเขาตัดสินใจลาออกและกู้เงินจากนักธุรกิจที่เขารู้จักมาก่อตั้ง นิตยสาร Forbes ในปี 1917

2.นิตยสาร Forbes Thailand

q9

นิตยสารฟอร์บมีการตีพิมพ์ในหลายประเทศทั่วโลกสำหรับประเทศไทย ในปี 2557 บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย จำกัด ผู้จัดพิมพ์นิตยสารชั้นนำในประเทศไทยเปิดตัวนิตยสารชื่อดังระดับโลก รายเดือน ฉบับภาษาไทย Forbes Thailand เปิดตัวกันเมื่อนที่ 4 มิถุนายนเวลา 18.00น. ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอท เซ็นทรัลเวิลด์

ในงานเปิดตัวนี้คุณสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธาน กรรมการบริหาร บริษัทโพสต์พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย Christopher “Kip” Forbes, Vice Chairman, Forbes Publishing Co.เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงต้อนรับมหาเศรษฐี และนักธุรกิจชั้น นำของประเทศกว่า 300 คน

3.ตั้งเป้ายอดพิมพ์ 40,000 เล่มต่อเดือน

q8

บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย จำกัด ได้ตั้งเป้ายอดพิมพ์เป้าหมายที่ 40,000 เล่มต่อเดือน โดยมีเนื้อหามุ่งสร้าง แรงบันดาลใจให้คนประสบความสำเร็จในชีวิต มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเงิน อุตสาหกรรมการลงทุน โดยมีคอลัมน์เกี่ยวกับการตลาด รวมถึงเทคโนโลยีการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เนื้อหามีความทันสมัยไม่ตกยุค

4.บรรณาธิการของฟอร์บไทยแลนด์

q7

ในยุคก่อตั้งมีนายนพพร วงศ์อนันต์ผู้สื่อข่าวที่มีประสบการณ์ ด้านงานข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศมากว่า 20 ปี มาเป็นบรรณาธิการบริหาร(Editor-in-Chief)คนแรกก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นคุณศรีวิภา สิริปัญญาวิทย์ และมีนายกฤษดา สวามิภักดิ์ นักการเงินมืออาชีพ ผู้มากประสบการณ์ ในตลาดทุนไทยยาวนาน ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฟอร์บส ไทยแลนด์

5.ไม่ใช่นิตยสารต่างประเทศรายแรกในเมืองไทย

q6

โดยเป็นนิตยสาร Bloomberg Businessweek ไทยแลนด์ ที่เป็นนิตยสารต่างประเทศรายแรก โดยฉบับแรกออกวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2550 ในชื่อ BusinessWeek ไทยแลนด์ โดยได้รับอนุญาตจาก The McGraw-Hill Companies

ซึ่งเป็นเจ้าของ BusinessWeek ต่อมาเมื่อ BusinessWeek ประสบปัญหาขาดทุน ทาง McGraw-Hill จึงได้ขายนิตยสารเล่มนี้ให้กับ Bloomberg และเปลี่ยนชื่อเป็น Bloomberg Businessweek ส่งผลให้ BusinessWeek ไทยแลนด์ ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น Bloomberg Businessweek ไทยแลนด์ ในที่สุด

6.นิตยสารแห่งแรงบันดาลใจนักธุรกิจชั้นนำผลัดกันขึ้นปกจำนวนมาก

q5

ฟอร์บไทยแลนด์ชูคอนเซปต์ “แรงบันดาลใจ ของผู้ใฝ่ความสำเร็จ” และสร้างปรากฏการณ์ที่ฮือฮาได้หลายครั้งสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือคอนเนคชั่นที่สามารถดึงเอานักธุรกิจชื่อดังมาขึ้นปกนิตยสาร ไม่ว่าจะเป็น การนำลูกชายทั้งสามคนของ ธนินท์ เจียรวนนท์

มา ถ่ายรูปขึ้นปกพร้อมกันในฉบับกรกฎาคม 2556 หรือ การนำเรื่องราวความมั่งคั่งของวัดพระธรรมกายมาเป็นเรื่องเด่นประจำฉบับ มกราคม 2557 และล่าสุดกับ Cover Story ที่นำเสนอเรื่องราวและบทสัมภาษณ์ของ 3 ราชินีแห่งวงการค้าปลีกในฉบับมีนาคม 2558 เป็นต้น

7.วิธีคำนวณความรวยสไตล์นิตยสาร Forbes

q4

ที่เราเห็นกันจนชินตาคือการจัดอันดับความรวยของนักธุรกิจต่างๆ เช่นในเมืองไทยก็มี Thailand’s 50 Richest List” (50 อันดับมหาเศรษฐีไทย) โดยวิธีการคำนวณใช้การ รวบรวมข้อมูลการถือหุ้นและการถือครองทรัพย์สินจากครอบครัวหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงจากตลาดหลักทรัพย์ นักวิเคราะห์ และหน่วยงานด้านกำกับดูแลหลายแห่ง ช่น เตียง จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มเซ็นทรัล มีภรรยา 3 คน และลูก 25 คน

นิตยสาร Forbes จะคำนวณทรัพย์สินของสมาชิกของครอบครัวเข้าด้วยกัน ทรัพย์สินที่เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ จะใช้ราคาปิดและอัตราแลกเปลี่ยน (แปลงหน่วยเงินจากเหรียญสหรัฐเป็นบาท เพื่อให้ผู้อ่านที่เป็นคนไทยเห็นภาพชัดขึ้น) ณ วันที่ใกล้เคียงกับการปิดต้นฉบับภาษาไทย ส่วนทรัพย์สินที่อยู่ในรูปแบบบริษัทจำกัด จะใช้การเทียบเคียงมูลค่ากับบริษัทมหาชน

8.วิธีคำนวณความรวยแตกต่างจากในอเมริกา

q3

ในข้อที่ผ่านมาเราอธิบายถึงการคำนวณความรวยในการจัดอันดับเมืองไทย แต่หากเป็นในต่างประเทศเช่น Forbes 400” (400 อันดับมหาเศรษฐีสหรัฐอเมริกา) Forbes จะไล่รายชื่อมหาเศรษฐีในสหรัฐฯ กว่า 700 คน ซึ่งคาดว่าจะเป็นตัวเลือกที่จะติดโผ 400 อันดับ หากเป็นไปได้ ทีมงานก็จะไปพบผู้ที่มีรายชื่อเหล่านั้นเป็นการส่วนตัวหรือพูดคุยทางโทรศัพท์ รวมทั้งสัมภาษณ์คนที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้บริหารและพนักงานขององค์กรนั้นๆ คู่แข่ง นักกฎหมาย ฯลฯ

นอกจากนี้ ทีมงานยังหาข้อมูลจากเอกสารในตลาดหลักทรัพย์ รายงานของศาล บทความและข่าวต่างๆ ดูสินทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หุ้นในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อัญมณี ผลงานศิลปะ รถยนต์ เรือยอชต์ เครื่องบิน ไร่องุ่น เป็นต้น

ทั้งนี้ ทีมงานจะไม่รวมทรัพย์สินของสมาชิกในครอบครัวแบบกระจัดกระจาย แต่จะโฟกัสทรัพย์สินของสมาชิกในครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเท่านั้น ซึ่งถ้ากรณีนี้ นิตยสาร Forbes จะระบุคำว่า “และครอบครัว” อย่างชัดเจน นอกจากนี้ Forbes ยังรวมคู่สมรสที่สร้างธุรกิจและความมั่งคั่งมาด้วยกัน หากรวมทรัพย์สินนั้นเข้าด้วยกันแล้วมีมูลค่าเกิน 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ

9.ธุรกิจที่ได้ ฟอร์บ ทำข่าว ยอดขายดีเว่อร์

q2

ด้วยความที่เป็นสื่อด้านธุรกิจตัวจริงเสียงจริงและมีความน่าเชื่อถือในระดับสูง ดูได้จากหน้าปกของแต่ละฉบับที่เป็นไฮไลท์ว่าไม่ธรรมดาจริงๆ อย่างปกฉบับเดือนเมษายน 2562 ก็ได้ “กลุ่มสิทธิผล” ที่เป็นโฮลดิ้งมูลค่ากว่าสามหมื่นล้านบาทมาขึ้นปกนิตยสาร ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อหาภายในก็ต้องมีการหยิบยกเอาบรรดาธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับมาเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหา

อย่างเช่น Pomelo แบรนด์เสื้อผ้าแบบ fast fashion ที่กำลังมาแรงในหมู่สาวไทย ก็ได้นำเสนอแนวทาง ความคิด และไอเดียการทำธุรกิจ ซึ่งธุรกิจที่เติบโตดีอยู่แล้วก็กลายเป็นเติบโตได้ดียิ่งขึ้น ไม่นับรวมอีกหลายธุรกิจที่ฟอร์บไทยแลนด์ช่วยกระตุ้นให้กลายเป็นสุดยอดธุรกิจมากขึ้น

10.ราคา 180 บาทคุ้มค่าแก่การอ่านและเก็บรักษา

q1

ด้วยความที่นิตยสารล้วนแต่อัดแน่นด้วยเนื้อหาสาระด้านการลงทุนและธุรกิจในหลากหลายแขนง รวมถึงมีเรื่องราวของคนดังในแวดวงต่างๆ มานำเสนออย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสื่อสิ่งพิมพ์รายใหญ่ที่ราคาขายฉบับละ 180 บาท และมีการให้เลือกเป็นสมาชิกรายเดือน รายปี ได้อีกด้วย

ซึ่งหากเทียบกับนิตยสารทั่วไปราคานี้อาจจะสูงแต่หากดูที่คุณภาพและรูปแบบการนำเสนอจะพบว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าโดยเฉพาะคนทำธุรกิจจะได้แง่คิดและมุมมองที่แตกต่างจากการนำเสนอของที่นิตสารฉบับอื่นไม่เคยทำ

ฟอร์บแม้จะได้ชื่อว่าเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่คนยุคนี้มองหาหาความรู้ได้ในอินเทอร์เนต แต่สิ่งที่ฟอร์บมีแต่อินเทอร์เนตไม่มีคือแนวทางการนำเสนอที่เจาะลึกในรายละเอียดมากกว่าที่จะค้นหาได้ทั่วไป

รวมถึงยังใช้เก็บสะสมไว้เป็นความรู้ได้อย่างดี ฟอร์บจึงไม่ใช่แค่นิตยสารอ่านแล้วทิ้งแต่นี่คือคลังความรู้ที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา ซึ่งก็เป็นเจตจำนงของผู้ผลิตที่มุ่งมั่นและตั้งใจทำมาอย่างต่อเนื่อง


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S

ขอบคุณรูปภาพจาก http://forbesthailand.com

[Total: 0    Average: 0/5]

peak-goe

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors