10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้! งานวิ่ง

สังเกตให้ดีว่าเดี๋ยวนี้อีเว้นท์ยอดฮิตคือ “การวิ่งมาราธอน” เรียกว่าเดี๋ยวก็จัด เดี๋ยวก็จัด มีให้เห็นเต็มไปหมด อาจจะด้วยกระแสโซเชี่ยลที่จุดประกายให้คนออกวิ่งได้อัพรูปตัวเองผ่าน Facebook หรือ Instagram

เป็นการกระตุ้นให้เกิดนักวิ่งหน้าใหม่ๆ ตามมา หลายคนบอกว่าการวิ่ง ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก แค่รองเท้าคู่เดียวก็วิ่งได้ ที่สำคัญได้ประโยชน์เรื่องสุขภาพอย่างเต็มที่

www.ThaiSMEsCenter.com มองว่ากระแสการจัดงานวิ่งกำลังกลายเป็นเทรนด์ฮิตที่ภาคเอกชนให้ความสนใจในแต่ละปีมีการจัดงานรวมกันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการวิ่งมาราธอนที่เรากำลังนิยมอยู่นี้แท้ที่จริงมีประวัติและความเป็นมาที่น่าสนใจมากมาย ถ้าใครยังไม่รู้มารู้พร้อมๆ กันกับ 10 เรื่องที่คุณไม่รู้! งานวิ่ง

1.งานวิ่งมาราธอนครั้งแรกในประเทศไทย

งานวิ่ง

ภาพจาก goo.gl/cS1wjn

โดยปกติงานวิ่งจะแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ ระยะ 10 กม. , 21 กม. และ 42.195 กม. งานเก่าแก่ที่สุดคือ “จอมบึงมาราธอน” ที่จัดในปี 2528 เป็นการแข่งขันแบบมินิมาราธอนระยะทาง 10 กม.

มีผู้เข้าร่วมในงานครั้งนั้นไม่เกิน 100 คน ก่อนที่จะมีการเพิ่มระยะทางวิ่งมากขึ้นในปีต่อๆมาและกลายเป็นชือ จอมบึงมาราธอนที่มีการแข่งขันทั้ง 3 ระยะดังกล่าว

2.งานวิ่งมาราธอนที่ยิ่งใหญ่สุดในประเทศไทย

30

ภาพจาก goo.gl/tRHanh

เป็นงานวิ่งลอยฟ้าเฉลิมพระเกียรติ Royal Marathon-Bangkok ในปี 2530 เป็นงานวิ่งที่ฉลองการเปิดสะพานพระราม 9 เป็นการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนในระดับนานาชาติ

มีชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมากไฮไลท์สำคัญของงานคือการแข่งขันระยะมินิมาราธอน 10 โลเมตร ที่มีผู้สมัครมากถึง 80,000 คนเป็นภาพบรรยากาศบนสะพานเต็มไปด้วยนักวิ่งและผู้ที่มาร่วมงาน

3.ภาพยนตร์ช่วยจุดกระแสการวิ่ง

29

ภาพจาก goo.gl/KZGY52

ในปี 2015 ภาพยนตร์เรื่อง รัก 7 ปีดี7 หน ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ โดยเป็นภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก-คอมเมดี้-ดราม่า ผลิตในโอกาสฉลองครบรอบ 7 ปี ค่ายจีทีเอช ในภาพยนตร์แบ่งออกเป็น 3 ตอน

ซึ่งที่เกี่ยวกับการวิ่งคือตอน 42.195 โดยมี นิชคุณ เป็นดารานำในตอนนี้ เนื้อหาพูดถึงแรงบันดาลใจในการวิ่งมาราธอน ก่อเกิดเป็นประโยคเด็ดที่น่าจดจำคือ “ถ้าคุณอยากวิ่ง คุณวิ่งแค่กิโลเดียวก็พอ แต่ถ้าคุณอยากพบชีวิตใหม่ คุณค่อยมาวิ่งมาราธอน”

4.มีนักวิ่งหน้าใหม่เกิดขึ้นในวงการจำนวนมาก

28

ภาพจาก goo.gl/y4VTRQ

ข้อมูลล่าสุดในปี 2560 จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. ที่ระบุผลการสำรวจว่ามีจำนวนนักวิ่งในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

ปัจจุบันมีนักวิ่งกว่า 12 ล้านคน มีการจัดงานวิ่งปีละกว่า 700 งานเฉลี่ยมีการจัดงานวิ่งสัปดาห์ละ 13 งาน มีนักวิ่งหน้าใหม่เพิ่มขึ้นปีละกว่า 1.7 แสนคน

5.มาราธอนหมายถึงชื่อท้องทุ่งในยุคโรมัน

27

ภาพจาก goo.gl/XhuwAf

ประมาณ 2,500 ปีเศษ ย้อนไปยุคจักรโรมันครั้งหนึ่งรบกันที่เมืองสปาตา ทหารชื่อ Pherdippides ถูกสั่งให้วิ่งไปรายงานผลการศึกแก่เมืองเอเธน การวิ่งครั้งนี้เขาต้องวิ่งข้ามทุ่ง “มาราธอน”

ที่ตามประวัติเขียนว่าใช้เวลาวิ่งถึง 48 ชั่วโมงและเมื่อเขาวิ่งมาถึงประตูเมืองเขาก็ตะโกนว่า Victory และสิ้นใจตายอยู่ตรงนั้นและเมื่อมีการจัดแข่งขันวิ่งทนระยะยาวขึ้นเป็นครั้งแรกในกีฬาโอลิมปิคจึงตั้งชื่อว่า ” มาราธอน ”

6.ระยะทางที่แท้จริงของการวิ่ง “มาราธอน”

26

ภาพจาก goo.gl/ZCbpEQ

มาราธอน หมายถึง ระยะ 26 ไมล์ 385 หลา แต่ทางแถบเอเซียนิยมใช้เป็น 42.195 กม.นอกจากนี้ยังมีการวิ่งที่ระยะทางอาจมากหรือน้อยกว่าการวิ่งมาราธอนเช่น มินิมาราธอนที่มีระยะทางการวิ่งประมาณ 21 กม.

หรือจะเป็นการวิ่ง Ultramarathon มักจะมีมาตราฐานไว้ที่ 100 กม. มีการจัดบ่อยในยุโรป ส่วนใหญ่แชมป์จะทำเวลาอยู่ประมาณ 6.30-7 ชม.

7.ผู้ชนะการแข่งวิ่งมาราธอนครั้งแรกของโลก

25

ภาพจาก goo.gl/ALRLdj

ปี 1896 ในโอลิมปิคเกมส์ จัดที่เอเธนในระยะทาง 24 ไมล์ 1500 หลา ผู้ชนะในครั้งนั้น เป็นชาวกรีก คือ Spyridon Louis ทำเวลา 2.58.50 ชม.

และชื่อของ Spyridon กลายเป็นประวัติศาสตร์ ปัจจุบันเรามักจะเห็นตัวผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับกีฬานำเอาคำว่า ” Spyridon ” ไปใช้โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกา

8.กระแสพี่ตูน Effect

24

ภาพจาก goo.gl/ZC8RC7

จากกระแสที่ พี่ตูนบอดี้สแลม ออกมาวิ่งเพื่อระดมทุนภายใต้ชื่อ “ก้าวคนละก้าวเพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน” เมื่อปี 2016 ต่อเนื่องมาถึงปี 2017 กับ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11โรงพยาบาลทั่วประเทศ”

จนเกิดกระแสไปทั่วประเทศ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาวิ่งกันมากขึ้น โดยในปี 2017 มีงานวิ่งรวม 600 งาน ในปี 2018 มีงานวิ่งรวม 1,200 งาน และคาดว่าในปี 2019 จะมีงานวิ่งไม่ต่ำกว่า 1,500 งาน

9.นักวิ่งในเมืองไทยมีจำนวนเท่าไหร่?

23

ภาพจาก goo.gl/y4VTRQ

จากการสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าเมืองไทยมีผู้ออกกำลังกายด้วยการวิ่งจำนวน 12 ล้านคน แบ่งเป็นคนในวัยทำงานมากที่สุด 6.9 ล้านคน

รองลงมาคือกลุ่มวัยรุ่นและผู้สูงอายุในจำนวนประมาณ 2.5 ล้านคน ซึ่งนักวิ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่อาศัยในเมืองมากถึง 8.1 ล้านคน

10.รายได้ / รายจ่าย ในการจัดงานวิ่งแต่ละครั้ง

22

ภาพจาก goo.gl/cS1wjn

ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการจัดงานเป็นสำคัญ โดยเฉลี่ยต้นทุนต่อคนจะอยู่ประมาณ 250 บาท แต่หากมีการใช้พื้นที่ถนนหลัก มีการปิดถนนต้นทุนต่อคนจะสูงขึ้นเป็น 350-400 บาทต่อคนโดยประมาณ

เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการปิดถนนและเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกต่างๆ โดยส่วนใหญ่ผู้จัดหากไม่ใช่การวิ่งเพื่อการกุศลจะมีกำไรเฉลี่ยกว่า 50% ยกตัวอย่างงานบางแสน 21 ค่าสมัครฟูลมาราธอนคนละ 1,600 บาท มีคนเข้าร่วมกว่า 6,000 คน ก็ถือเป็นรายได้ที่น่าสนใจสำหรับคนจัดงานเช่นกัน

ในยุคคนรักสุขภาพคาดว่ากระแสการวิ่งนี้จะยังไปได้ไกลอย่างน้อยๆ ก็อีก 5-10 ปี แต่อัตราการเติบโตคงอยู่ในระดับ 15-30% ซึ่งปัจจุบันก็มีภาคเอกชนและหน่วยงานหลายแห่งที่นิยมจัดอีเว้นท์ด้วยการ “วิ่งมาราธอน” ซึ่งหากตัดเรื่องรายได้ออกไปการวิ่งก็ทำให้คนวิ่งได้สุขภาพที่ดีและยังเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวให้กับเมืองไทยได้อย่างดีอีกด้วย


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S

[Total: 0    Average: 0/5]

peak-goe

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors