เลือกแฟรนไชส์อย่างไรไม่ให้ตกม้าตาย

ปัจจุบัน การลงทุน ในธุรกิจแฟรนไชส์เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยข้อดีคือให้ผู้ลงทุนไม่ต้องเริ่มนับจากศูนย์ สามารถต่อยอดธุรกิจได้ทันที อีกทั้งระบบแฟรนไชส์ยังสนับสนุนในเรื่องการส่งเสริมการตลาด

การช่วยเหลือในการเปิดร้าน การควบคุมคุณภาพสินค้า และการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง มองในด้านหนึ่งก็เหมือนจะมีแต่ข้อดี แต่ในความเป็นจริงก็มีไม่น้อยที่ไปไม่รอดในการลงทุนกับแฟรนไชส์

www.ThaiSMEsCenter.com มองว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เกิดจากระบบแฟรนไชส์แต่มาจากตัวบุคคลเองที่ขาดทักษะในการเริ่มต้นทำธุรกิจรวมถึงการเลือกแฟรนไชส์ที่ไม่เหมาะสมกับตัวเองเป็นผลให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างที่ควรจะเป็นด้วยเหตุนี้ลองมาดูวิธีการที่ถูกต้องว่าก่อนเลือกแฟรนไชส์นั้นควรศึกษาอะไรบ้างจะได้ไม่ต้องตกม้าตายโดยไม่จำเป็น

1.ความน่าเชื่อถือของแฟรนไชส์ที่เลือก

การลงทุน

แม้การลงทุนนั้นควบคู่กับความเสี่ยงซึ่งแฟรนไชส์ที่มีในเมืองไทยนั้นมากกว่า 550 แบรนด์แยกตามธุรกิจหมวดหมู่ต่างๆ และแม้ว่าระบบแฟรนไชส์จะมีข้อดีที่เกื้อหนุนให้เราลงทุนง่ายขึ้นแต่ในอีกด้านหนึ่งธุรกิจแฟรนไชส์ก็คือภาพรวมที่คนเรามักมองเหมารวม

ดังนั้นก่อนซื้อแฟรนไชส์ใดๆก็ตามควรศึกษาความน่าเชื่อถือ ความน่าไว้วางใจ รวมถึงข่าวคราวของแฟรนไชส์ทั้งในแง่ดีและแง่ลบ รวมถึงประเมินว่ามีความเหมาะสมจะซื้อหรือไม่ หากดูแล้วไม่น่าเชื่อถือ หรือสอบถามจากผู้ที่เคยลงทุนแล้วพบปัญหา แม้จะเป็นการลงทุนไม่สูงแต่ก็ไม่ควรเสี่ยง อาจตกม้าตายโดยไม่จำเป็นเช่นกัน

2.อย่าวัดผลจากสาขาของแฟรนไชส์อย่างเดียว

j8

หลายคนใช้เกณฑ์การมีสาขาแฟรนไชส์จำนวนมากมาเป็นตัวตัดสินว่าหากเราลงทุนบ้างก็ต้องขายได้ขายดีเหมือนที่เขาสามารถขยายสาขาได้มากมาย ขอแนะนำว่าหากคิดใช้ข้อนี้เป็นเกณฑ์เราควรไปสอบถามข้อมูลโดยตรงจากสาขาของ

แฟรนไชส์ที่ต้องการว่าแท้ที่จริงแล้วเขามีความเสี่ยงในการลงทุนอย่างไรบ้าง เขาต้องมีค่าใช่จ่ายมากน้อยแค่ไหน และคำนวณแล้วจะคุ้มค่ากับการลงทุนอย่างไร รวมถึงเจ้าของแฟรนไชส์มีให้การช่วยเหลืออย่างไร ข้อมูลเหล่านี้ต้องศึกษาให้รอบด้านก่อนการตัดสินใจทุกครั้ง

3.รู้จักการคาดคะเนทิศทางการตลาดในอนาคต

j3

ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ยากแต่ก็ควรทำอย่างแฟรนไชส์กาแฟจะเห็นว่ามีการลงทุนเกิดขึ้นมาก เพราะแนวโน้มของธุรกิจนี้ลูกค้าก็มีมากเช่นกันแม้จะเปลี่ยนไปกี่ยุคสมัยคนไทยและคนทั่วโลกก็ยังนิยมดื่มกาแฟกันเช่นเดิม

หากถามว่าเหมาะสมลงทุนหรือไม่ในเรื่องตัวสินค้าสอบผ่านที่เหลือคือกลยุทธ์การบริหารจัดการ ที่เป็นตัวชี้วัดความอยู่รอด แต่ในบางแฟรนไชส์ที่เป็นสินค้าแตกต่างออกไปก่อนลงทุนก็ควรคำนวณความเสี่ยงว่าหากปัจจุบันเป็นที่นิยมแล้วในอนาคตจะยังเป็นที่น่าสนใจอยู่หรือไม่

4.ทำเลคือตัวแปรสำคัญ

j7

เราจะเห็นว่าแทบทุกแฟรนไชส์มีการเซตระบบบริหารจัดการ มีการพัฒนารูปแบบธุรกิจและพร้อมส่งเสริมเราทุกด้านแต่ที่แฟรนไชส์ซอเองก็ยังหาให้เราไม่ได้คือ “ทำเล” แม้บางแฟรนไชส์จะสามารถแนะนำหรือช่วยวิเคราะห์ทำเลที่เหมาะสมได้แต่การเลือกทำเลเบื้องต้นก็เป็นหน้าที่ของผู้ลงทุน

และสิ่งนี้คือตัวแปรที่สำคัญที่สุดของการลงทุน แม้จะเป็นแฟรนไชส์ยอดฮิตชื่อดังแค่ไหนแต่ถ้าไม่ได้อยู่ในทำเลทีดี่คนก็ย่อมไม่สนใจ บางครั้งเราอาจต้องยอมเสียค่าเช่าที่แพงแต่คำนวณแล้วคุ้มค่ากว่าการได้ค่าเช่าถูกแต่อยู่ในมุมอับคนไม่พลุกพล่าน ซึ่งเสี่ยงต่อการขาดทุนเป็นอย่างมาก

5.ความช่วยเหลือจากเจ้าของแบรนด์

j5

ในระบบแฟรนไชส์เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน ดังนั้นเมื่อแฟรนไชส์ซีมีปัญหาเจ้าของแบรนด์ที่เป็นแฟรนไชส์ซอต้องให้การช่วยเหลือ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะระบุในข้อสัญญาว่ามีการให้คำแนะนำ

ช่วยเหลือในการเปิดร้าน สามารถปรึกษาได้ตลอดเวลา เราควรศึกษาจากผู้ลงทุนในธุรกิจนี้มาก่อนว่าแท้ที่จริงเป็นไปตามที่พูดถึงหรือไม่ หากไม่ใช่ขอแนะนำว่าไม่ควรเลือกแฟรนไชส์ที่ว่านี้เด็ดขาด

6.ศึกษาสัญญาให้ละเอียด

j6

แฟรนไชส์ที่มีการวางระบบอย่างเป็นมาตรฐานจะต้องมีการเซ็นสัญญาระหว่างเจ้าของแฟรนไชส์กับผู้ลงทุน โดยในสัญญาต้องระบุชัดเจนว่ามีการเสียค่าอะไรบ้างในเบื้องต้น

รวมถึงมีการเก็บค่าธรรมเนียมรายปีอย่างไร ส่วนแบ่งยอดขายเท่าไหร่ และมีสัญญาปลีกย่อยที่สำคัญบ้าง การศึกษารายละเอียดให้เข้าใจจะช่วยให้ไม่เกิดปัญหาฟ้องร้องกันในภายหลังหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดกระทำผิดสัญญา

7.อย่าเลือกแฟรนไชส์เพราะราคาถูกเป็นหลัก

j4

เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับว่าคนยุคนี้ต้องการลงทุนกับแฟรนไชส์ที่ราคาไม่แพงมาก โดยบางทีไม่เลือกว่าเป็นแฟรนไชส์อะไรขอให้ราคาถูกใจเป็นใช้ได้ แต่ในข้อเท็จจริงแล้วการซื้อแฟรนไชส์ที่ราคาไม่สูงใช่จะการันตีความสำเร็จได้เสมอไป บางแฟรนไชส์ซื้อมาถูกจริง แต่ขายแล้วขายเลยคนลงทุนจะเป็นอย่างไรก็ไม่สนใจ ต่างกับแฟรนไชส์ที่อาจต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้น มีการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ

แต่แฟรนไชส์เหล่านี้ก็พร้อมจะดูแลและเอาเงินที่ได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมเหล่านี้มาเป็นต้นทุนในการบริหารจัดการและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ส่งให้กับแฟรนไชส์ซีไปทำการตลาด ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เราต้องมองในมุมกว้างใช่แต่จะเลือกแฟรนไชส์ราคาถูกเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตามการจะเลือกซื้อแฟรนไชส์ใดให้ประสบความสำเร็จต้องพิจารณาหลายอย่างประกอบรวมกัน การเป็นแฟรนไชส์ราคาถูกก็มีข้อดี แฟรนไชส์ที่ราคาแพงก็มีข้อดี สิ่งสำคัญคือการดูแลของแฟรนไชส์ว่าปฏิบัติอย่างไรต่อผู้ลงทุนซึ่งเราต้องมีข้อมูลเหล่านี้ชัดเจนจึงจะทำให้เรารอดพ้นจากการตกม้าตายได้ง่ายขึ้น


SMEs Tips

  1. ความน่าเชื่อถือของแฟรนไชส์ที่เลือก
  2. อย่าวัดผลจากสาขาของแฟรนไชส์อย่างเดียว
  3. รู้จักการคาดคะเนทิศทางการตลาดในอนาคต
  4. ทำเลคือตัวแปรสำคัญ
  5. ความช่วยเหลือจากเจ้าของแบรนด์
  6. ศึกษาสัญญาให้ละเอียด
  7. อย่าเลือกแฟรนไชส์เพราะราคาถูกเป็นหลัก

สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมาย ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S

[Total: 1    Average: 3/5]
เลือกแฟรนไชส์อย่างไรไม่ให้ตกม้าตาย written by peak-goe average rating 3/5 - 1 user ratings

peak-goe

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors