รู้ไว้ก่อนตกเป็นเหยื่อ! 5 จิตวิทยามิจฉาชีพในธุรกิจขายฝัน

ปัจจุบันขบวนการต้มตุ๋น แชร์ลูกโซ่ ระบาดหนัก อาศัยจังหวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้กลุ่มคนอยากรวยกลายเป็นเหยื่อในทุกอาชีพ เพราะด้วยกลยุทธ์และรูปแบบแผนธุรกิจแฝงต่างๆ ที่ขบวนการนี้คิดค้นขึ้นมา

เพื่อขายฝัน ต้มตุ๋น ให้คนที่อยากรวยหลงเชื่อ ยอมควักเงินในกระเป๋าออกมาลงทุน ในที่สุดจึงกลายเป็นเหยื่อที่เข้ามาอยู่ในวงจรนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ถ้าจะบอกว่าสาเหตุเป็นเพราะความโลภ อยากรวย ไม่ต้องเหนื่อย ได้เงินง่าย ถูกชักชวน รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ฯลฯ มันก็คงไม่ผิด แต่เชื่อเถอะว่าภายใต้การหลงเชื่อมีที่มามากกว่านี้ นั่นเพราะยังมีผู้เสียหายอีกมาก ทั้งที่รู้ว่าการลงทุนที่ถูกเชื้อเชิญไป “กลิ่นไม่ค่อยดี” หากแต่ยังดึงดันจะเข้าร่วม เพราะคิดว่าตัวเอง “เอาอยู่”

วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com จะมาบอกวิธีการและจิตวิทยาของกลุ่มมิจฉาชีพ ที่ได้นำเอาธุรกิจต่างๆ มาขายฝันให้กับคนอยากรวยได้หลงเชื่อ และคล้อยตาม จนตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงินทองมหาศาลครับ

จิตวิทยามิจฉาชีพ ในธุรกิจขายฝัน

แชร์ลูกโซ่

ภาพจาก goo.gl/H9kMCq

1. พวกเขานำหลักการการสร้างตัวอย่างให้เห็น (Conception) ด้วยการนำภาพ นำกลุ่มคนที่ได้ไปเที่ยว กลุ่มที่ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจมาแสดงให้เห็น เพื่อเป็นหลักฐานให้เหยื่อเห็นว่า ความสำเร็จที่ว่ามีตัวตนจริงๆ และใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ (อย่ารอช้า อยากรวยแบบนี้มาร่วมกับเราเถอะ)

2. นำเอาหลักการธรรมชาติ ที่ว่า เมื่อใดที่มีการตัดสินใจกลุ่ม จะทำให้การมองด้วยเหตุผล ที่มีประสิทธิภาพแบบที่เราเคยมีลดน้อยลง นั่นเพราะว่า เราได้เห็นผู้อื่นที่ตัดสินใจเหมือนเรา และสร้างความคิดขึ้นมาว่า “หากไม่ดีจริง คนเขาคงไม่มากัน” ไม่ต่างอะไรจากร้านอาหารที่มีคนเยอะๆ ภายในร้าน ซึ่งสร้างแรงดึงดูดให้อยากเข้าไปลิ้มลองแก่ผู้พบเห็น

3. ใช้หลักการความมั่นใจในตัวเองสูง หรือ Over Confidence เรื่องนี้ตอบคำถามได้ ทำไมผู้ที่มีการศึกษาและฐานะร่ำรวย ยังโดนหลอกอยู่ นั่นเป็นเพราะพวกเขาเหล่านั้น คิดว่าตัวเองจัดการได้ เอาอยู่ ในกรณีนี้ยังหมายถึงการถูกคำพูดเชื้อเชิญที่ท้าทาย จนทำให้เรารู้สึกว่า มันดูเป็นความไม่ฉลาด ไม่ cool (เจ๋ง, เท่) ในสายตาผู้อื่นหากเรามองข้ามโอกาสนี้ไป

4. นำเอาความสำเร็จมาเล่นกับหัวใจของผู้คน มันปฏิเสธไม่ได้ว่า แต่ละคนล้วนมีความอยาก ความขาด และความใฝ่ฝันที่ต่างกัน บางคนอยากรวย อยากสวย อยากไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก อยากได้ไปเที่ยวพร้อมหน้ากับครอบครัว ฯลฯ ปัจจัยที่ขาดหายไปเหล่านี้ จะถูกนำมาเป็นเยื่อล่อให้คนอยากสำเร็จไปติดกับ

5. นำเอาความเชื่อมโยงของสังคมหลากหลาย คือ เมื่ออยู่ตัวคนเดียวเราอาจมองออก คิดได้ และปฏิเสธเป็น แต่เมื่อขบวนการได้มาอยู่รวมกัน มีการเชื่อมต่อไปกับญาติพี่น้อง เพื่อนร่วมงาน คนรู้จัก คนใกล้ชิดแล้ว เราก็ยิ่งปักใจเชื่อ

เพราะทั้งหมดมันออกมาจากคนใกล้ชิด แม้กระทั่งการใช้ Influencer (ดาราศิลปิน ผู้นำทางความคิด นักแสดง) เข้ามาร่วมด้วยก็ทำให้ดูน่าเชื่อถือ ทำให้เหยื่อได้เปลี่ยนจากผู้มีวิจารณญาณ เป็นผู้คิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว และเสียรู้ในที่สุด

ลักษณะของแชร์ลูกโซ่

oo11

ภาพจาก goo.gl/DfbLPY

1. เปิดระดมทุนไม่อั้น ไม่ว่าใครก็สามารถเข้ามาลงทุนกับธุรกิจเครือข่ายนี้ได้ รวมทั้งยังได้รับเงินส่วนต่างพิเศษเพิ่มอีก หากมีการชักชวนคนอื่นให้เข้ามาลงทุนด้วย

2. การันตีผลตอบแทนสูงมาก มีการรองรับผลตอบแทนที่จะได้สูงมาก ๆ จากการลงทุนในระยะเวลาอันสั้น เพื่อเรียกความสนใจให้เราเข้าไปลงทุน และหว่านล้อมด้วยวิธีต่าง ๆ ให้เรารีบตัดสินใจเข้าลงทุน

3. ตรวจสอบข้อมูลการเงินไม่ได้ เป็นบริษัทที่ไม่สามารถตรวจสอบงบการเงิน หรือข้อมูลการทำธุรกิจได้ ว่าได้กำไรมาจากไหน เอาเงินที่ได้ไปทำอะไรบ้าง รวมถึงไม่สามารถตรวจสอบงบการเงิน ที่ได้รับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือได้

4. เชียร์ให้รีบตัดสินใจลงทุน ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ มีจุดประสงค์หลัก คือ ขยายเครือข่ายไปให้มากที่สุด ดังนั้นจึงต้องหาสมาชิกเข้ามาลงทุนด้วยมากๆ ซึ่งหากสังเกตได้ว่ามีการหว่านล้อมให้เรารีบเข้าลงทุนโดยเร็ว หรือสร้างบรรยากาศต่างๆ ให้คนอยากเข้าลงทุนมากจนเกินปกติ ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่

5. จัดอบรมสัมมนาใหญ่โต มีการจัดงานอบรมสัมมนาใหญ่โต แล้วเชิญเราเข้าไปรับฟังแผนธุรกิจต่างๆ ของบริษัท แต่จริงๆ แล้วมีจุดประสงค์เพียงแค่ต้องการให้คนเข้าร่วมสัมมนาคล้อยตามและรีบสมัครเป็นสมาชิก

6. อ้างว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงร่วมลงทุนด้วย เป็นวิธีหลอกล่อให้คนสนใจร่วมลงทุนมากขึ้น โดยการอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง นักร้อง หรือนักธุรกิจชื่อดัง ว่าได้ร่วมลงทุนในธุรกิจนี้เช่นกัน

ถ้ามองเป็นหลักจิตวิทยาสังคม ทั้งหมดที่กล่าวถึง คือ วิธีการที่เขามาใช้เชื่อมโยงกัน เพื่อให้คนเชื่อและเปลี่ยนพฤติกรรมในที่สุด การตกเป็นเหยื่อจึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการศึกษาหรือฐานะ ความรวยหรือจน แต่เป็นเพราะเราถูกทำให้เชื่อด้วยการโน้มน้าวแบบนั้น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเรารู้ทั้งรู้ว่า การเชื้อเชิญมันฟังดูแปลกๆ ไม่น่าไว้ใจ แต่ก็ยังหลงไปติดกับดัก

อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ www.thaifranchisecenter.com
เลือกซื้อแฟรนไชส์ไทยขายดี ทำธุรกิจ goo.gl/wSNbp5


SMEs Tips

  1. นำเอาหลักการสร้างตัวอย่างให้เห็นภาพ
  2. นำเอาหลักการตัดสินใจกลุ่มมาชักจูง
  3. ใช้หลักการความเชื่อมั่นในตัวเองสูงในแต่ละคน
  4. นำเอาความสำเร็จมาเล่นกับหัวใจของผู้คน
  5. นำเอาผู้นำทางความคิด ญาติ เพื่อน คนใกล้ชิด ดารา นักแสดง มาชักจูง

แหล่งข้อมูล
goo.gl/XMaUXi
goo.gl/j5hCrx

[Total: 0    Average: 0/5]

aseanecon.montri

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไชส์

Main Sponsors

Happy Sponsors