รายได้ของชายที่ชื่อ แบร์ กริล

การสร้างรายได้ให้กับตัวเองนั้นมีหลายทาง แต่ส่วนใหญ่เราจะเลือกหนทางที่เหมือนคนอื่นและไม่ยอมเป็นตัวของตัวเอง จะมีใครในโลกนี้ที่เชื่อว่า ตัวตนของเราสร้างมูลค่าได้หากเราตั้งใจจะทำจริงๆ ชายที่ชื่อ Bear Grylls คือต้นแบบของเรื่องนี้นี่คือคนบ้าระห่ำที่มีรายได้หลายสิบล้าน

ซึ่งวิธีการเขาไม่ยาก เพียงแค่เชื่อในความบ้าระห่ำของตัวเองเท่านั้น www.ThaiSMEsCenter.com ไม่ได้อยากให้ใครลุกมาบ้าระห่ำเหมือน Bear Grylls แต่เราอยากให้ทุกคนลุกขึ้นมาเชื่อมั่นในตัวเองและสร้างรายได้จากการเป็นตัวเองให้มากที่สุดเท่านั้น

Bear Grylls มีชื่อจริงว่า Edward Michael Grylls เขาเกิดในไอร์แลนด์เหนือพ่อคือ Sir Michael Grylls เป็นนักการเมืองพรรคอนุรักษ์นิยม ส่วนชื่อ Bear นั้นเขาได้มาจากพี่สาว (Lara) ที่ตั้งชื่อเล่นให้เขาตอนออกมาลืมตาดูโลกได้ 1 อาทิตย์ ว่า Bear ซึ่งตอนหลังเขาก็เอาชื่อเล่นนี้มาเป็นชื่อจริงซะเลย

Bear Grylls จบการศึกษาจาก Eton CollageและBirkbek ,University of London เคยประจำการในหน่วยกองกำลังพิเศษ SAS (Spacial Air Service) แห่งกองทัพอังกฤษ ความสามารถของเขานั้นก็ไม่ธรรมดาสามารถพูดได้ถึง 3 ภาษาคืออังกฤษ สเปน และฝรั่งเศส

แบร์ กริล

ภาพจาก facebook.com/RealBearGrylls

หลายคนสงสัยว่าความห่ามบ้าพลังอันเป็นจุดขายของเขานั้นได้มาจากไหนเรื่องนี้ไม่น่าแปลกใจหากรู้ว่าเขาเคยติดตามพ่อที่เป็นทหารราชนาวีไปปีนเขาตั้งแต่ยังเด็กๆ และเมื่อโตขึ้นก็ยังได้อยู่ในหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหราชอาณาจักรจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนทั้งโลกรู้จัก Bear Grylls เกิดจากอุบัติเหตุจากการโดดร่มที่ประเทศแซมเบียในปี 1996 ซึ่งอาการบาดเจ็บครั้งนั้นสาหัสมากทำให้เขาถูกปลดประจำการในเวลาต่อมา

18 เดือนหลังจากหายดีชื่อเสียงแรกของเขาที่สร้างให้โลกจดจำคือการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ในปี 1998 ทำสถิติเป็นชาวบริติชอายุน้อยที่สุดที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ด้วยวัย 23 ปี แต่สถิตินี้ล่าสุดมีคนแซงไปแล้วด้วยวัย 19 ปี เขาคือ Rob Gauntlett

o3

ภาพจาก goo.gl/Hgjqoo

แต่รายการที่ชาวโลกรู้จักตัวตนของ Bear Grylls ได้ดีที่สุดคือ Man VS Wild ที่เป็นสารคดีเรียลลิตี้โชว์แนวผจญภัย ผลงานของช่อง Discovery Channel ประเทศอังกฤษ ที่ดังไปทั่วโลก โดย fanpage ของรายการนี้มียอดคนกด like มากกว่า 4 ล้านราย

Bear Grylls เริ่มทำรายการนี้ในปี 2006 รูปแบบรายการแบ่งออกเป็นหลายตอนและอยู่ในความทรงจำของคนดูไม่ว่าจะเป็นการมุดตัวไปอยู่ในซากอูฐ การกินน้ำจากอึช้าง กินสารพัดสัตว์แปลกๆ ยังไม่รวมถึงช็อตเสี่ยงตายที่เรียกว่าถ้าไม่บ้าระห่ำอย่าง Bear Grylls ทำไม่ได้แน่

รายได้ของ Bear Grylls น่าสนใจว่าเสี่ยงตายขนาดนี้รายได้จะคุ้มค่าแค่ไหน ลองไปดู!

o4

ภาพจาก goo.gl/MuKYh6

ประมาณการว่ารายได้ของ Bear Grylls ในการถ่ายทำเรียลลิตี้เสี่ยงตายนี้ เขามีรายได้ตอนละประมาณ 2.4 ล้านบาท โดยสถิติตั้งแต่ปี 2011 ที่ฉายไปแล้วกว่า 37 ตอนก็เท่ากับว่า Bear Grylls มีรายได้ไม่น้อยกว่า 88 ล้านบาท

และยังไม่รวมค่าลิขสิทธิ์จากการขายสินค้าที่เป็นแบรนด์ของตัวเขาอย่าง Gerber Bear Grylls ที่เป็นมีดผจญภัยหลายแบบ ยังไม่นับรวมอุปกรณ์เดินป่าอย่าง ชุดติดไฟ ,เชือกกำไรข้อมือ ,มีดเดินป่า ,มีดสปาต้า สินค้าเหล่านี้เขาได้ส่วนแบ่งลิขสิทธิ์ประมาณ 13-22% นับรวมสินทรัพย์ของ Bear Grylls ในปัจจุบันนั้นมีไม่น้อยกว่า 662 ล้านบาท

o5

ภาพจาก goo.gl/eWBd5R

กระแสของ Bear Grylls นั้นโด่งดังถึงขนาดที่มีคนเอาประโยคคลาสสิค “โอวว…แม่สาวน้อย” ไปใช้อย่างแพร่หลายรวมถึงการที่ Grab เมืองไทยเองก็ยังเคยทำโฆษณาไวรัลสนุกๆ ด้วยการล้อเลียนการผจญภัยของ Bear Grylls

ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพ กับแม่สาวน้อยที่เป็นผู้หญิงไทยธรรมดา ยังไม่รวมกับการที่เขาได้เป็นทั้งนักเขียนและนักจัดรายการโทรทัศน์ รวมถึงในปี 2009 ยังได้เป็นหัวหน้าลูกเสือที่อายุน้อยที่สุดในสหราชอาณาจักรที่มีส่วนร่วมสำคัญในการเอาชีวิตรอดจากถิ่นทุรกันดารในอังกฤษและอเมริกาด้วย

o6

ภาพจาก goo.gl/wcHLiQ

สิ่งที่เห็นจาก Bear Grylls คือการสะท้อนความเป็นตัวเองออกมาเป็นจุดขาย ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนก็มีความเป็นตัวเองที่ชัดเจนแต่ไม่เปลี่ยนเอาจุดนั้นมาทำให้เป็นรายได้ เราอาจจะได้เห็นมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินร้อยล้าน หรือแม่บ้านที่กลายเป็นเศรษฐีในเวลาสั้นๆ สิ่งสำคัญคือเราต้องหาตัวเองให้พบและกล้าที่จะทำให้สำเร็จด้วย

สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมายไว้ให้ทุกท่านพิจารณากันตามความเหมาะสม ดูรายละเอียด goo.gl/Io5k2S

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.beargrylls.com

[Total: 0    Average: 0/5]

กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ยินดีสนับสนุน SMEs ไทยทุกแบรนด์ ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็ง อยากเรียนรู้ พัฒนาธุรกิจ ส่งเสริมความเข้าใจในการตลาด มีความคิดสร้างสรรค์ แบ่งปันเพื่อสังคม ต่อยอดธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จในอนาคต

Main Sponsors

Happy Sponsors