ธุรกิจบัตรเครดิต มีรายได้จากทางไหนบ้าง

เวลาไปธนาคารเคยสงสัยกันไหมว่านอกจากธนาคารจะคอยขายประกันแบบต่างๆ ให้เราแล้ว บางธนาคารยังถามเราอีกด้วยว่ามีบัตรเครดิตหรือยัง และก็ทันทีหากเราตอบว่าไม่มี หรือมีแล้วแต่ไม่ใช่ของธนาคารนี้พนักงานจะขอเวลาในการอธิบายเหตุผลต่างๆ ให้เราตัดสินใจทำบัตรเครดิต

เป็นเรื่องน่าสงสัยว่าบัตรเครดิตเล็กๆ1ใบสร้างรายได้อย่างไรให้ธนาคาร และคนที่เกี่ยวข้องกับรายได้จากการรูดบัตรเครดิตของเรานั้นมีใครบ้าง www.ThaiSMEsCenter.com นำเสนอข้อมูลนี้

เป็นความรู้ให้เราก้าวทันสังคมยุคใหม่ที่เขาพยายามผลักดันให้กลายเป็นสังคมไร้เงินสดมากขึ้น ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมีกฎหมายกำหนดให้ทุกคนต้องมีบัตรเครดิตอย่างน้อย 1 ใบก็เป็นได้

ธุรกิจบัตรเครดิต

มาเริ่มที่คำถามง่ายๆว่าบริษัทเจ้าของบัตรเครดิต ธนาคารผู้ออกบัตร ธุรกิจเหล่านี้ได้ประโยชน์อะไรจากบัตรเครดิต คำตอบก็คือ “ค่าธรรมเนียม” โดยปกติค่าธรรมเนียมที่ว่านี้จะถูกเรียกเก็บ 2-3% ของราคาสินค้า

ซึ่งค่าธรรมเนียมดังกล่าวก็ใช่ว่าธนาคารเจ้าของบัตรจะได้รับไปเต็มๆ คนเดียว ยังมีตัวแบ่งอีกหลายส่วนตั้งแต่ธนาคารเจ้าของเครื่องรูด ตัวกลางในการตัดเงิน เป็นต้น

m1

เพื่อให้เห็นภาพเส้นทางการเงินของการรูดบัตรเครดิตแต่ละครั้งว่าเงินที่เราเสียไปนั้นกระจายไปที่ไหนบ้าง ก่อนอื่นต้องเข้าใจ องค์ประกอบของผู้ที่เกี่ยวข้องว่ามีด้วยกัน 5 ส่วนคือ

  1. ลูกค้าผู้จ่ายเงิน
  2. ร้านค้าที่รับเงิน
  3. ธนาคารของลูกค้า
  4. ธนาคารของร้านค้า
  5. ตัวกลางในการตัดเงินระหว่างธนาคารของลูกค้าและร้านค้า ซึ่งก็คือชนิดของบัตรเครดิตในมือของเรานั่นเอง

m2

ลองยกตัวเลขสินค้าราคา 100 บาท เริ่มจากเรารูดบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคาร X (สมมุติ) จากร้านค้าที่มีเครื่องรูดเงินของธนาคารY (สมมุติ) เงินจะเริ่มต้นเดินทางจากธนาคาร X ไปยังบริษัทบัตรเครดิต 98.2 บาท

ธนาคารเจ้าของบัตรได้เงินค่าธรรมเนียมทันที 1.8 บาท และหลังจากที่บริษัทบัตรเครดิตได้เงิน 98.2 บาท ก็จะส่งต่อให้ธนาคาร Y ในฐานะเจ้าของเครื่องรูดเงิน 98.09 บาท

แสดงว่า บริษัทบัตรเครดิตได้ค่าธรรมเนียม 0.11 บาท และเมื่อธนาคาร Y ได้เงิน 98.09 บาท ก็จะส่งต่อให้ร้านค้าที่ลูกค้าซื้อสินค้าไป 97.76 บาท โดยตัวเองกินค่าธรรมเนียม 0.33 บาท

m3

ทีนี้ก็คงจะเข้าใจเหตุผลว่าทำไมธนาคารที่เรามีบัญชีเงินฝากเขาถึงอยากให้เรามีบัตรเครดิต ก็เพราะตัวธนาคารเองจะได้ค่าธรรมเนียมจากการใช้จ่ายของเรามากที่สุด เขาถึงได้จัดแคมเปญต่างๆ ออกมามากมายเพื่อล่อตาล่อใจให้เราใช้บัตรเครดิตมากขึ้น

ซึ่งตัวธนาคารเองก็ใช่จะกินเปล่าค่าธรรมเนียมแบบไม่เสียอะไร เพราะตัวธนาคารเองก็มีต้นทุนที่ต้องใช้งบประมาณมาทำการตลาด รวมถึงมีเงินสำรองจ่ายให้ลูกค้าก่อนเรียกเก็บทีหลัง ไม่รวมพวกหนี้เสียที่ธนาคาต้องคอยตามจัดการ จึงถือได้ว่าตัวธนาคารเองก็ต้องเหนื่อยเหมือนกันกับธุรกิจบัตรเครดิตรนี้

m4

แม้แต่ร้านค้าเองก็ตามเรามักจะเห็นบางร้านติดป้ายว่ารับชำระด้วยบัตรเครดิตเมื่อมียอดใช้จ่าย 500 บาทขึ้นไป เพราะถ้ายอดบิลต่ำกว่านั้นแล้วถูกหักไปอีก 2-3% ก็อาจจะไม่เหลือกำไรเลยก็ได้

แต่ถ้ามองดูตัวเลขก็พอทำให้ชื่นใจได้อยู่บ้างเพราะแม้จะเป็นค่าธรรมเนียมแค่ 1.8 บาท ที่ดูไม่เยอะแยะนักแต่จากข้อมูลในแต่ละปีจะมีคนรูดบัตรเครดิตมูลค่ารวมเป็นแสนล้าน ดังนั้นรายได้เข้าธนาคารลองเอาตัวเลข 1.8 ไปคูณต่อคนก็ถือว่าไม่ธนรรมดา

และยิ่งมีการส่งเสริมให้เป็นสังคมไร้เงินสดมากขึ้นก็เท่ากับเปิดช่องทางการแข่งขันเรื่องนี้อย่างเต็มตัว ธุรกิจบัตรเครดิตจึงเป็นอีกหนึ่งการลงทุนของธนาคารที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด


SMEs Tips (ผู้ทีส่วนได้จากค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต)

  1. ลูกค้าผู้จ่ายเงิน
  2. ร้านค้าที่รับเงิน
  3. ธนาคารของลูกค้า
  4. ธนาคารของร้านค้า
  5. ตัวกลางในการตัดเงินระหว่างธนาคารของลูกค้าและร้านค้า

สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมาย ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S

ภาพจาก www.freepik.com

[Total: 0    Average: 0/5]

peak-goe

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors